หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • สรรพสามิตเล็งชงร่างกฎหมายให้รัฐบาลไฟเขียว

    สรรพสามิตเล็งชงร่างกฎหมายให้รัฐบาลไฟเขียว

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯกำลังจัดทำร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตโดยรวมกฎหมายสรรพสามิตทั้ง 7 ฉบับ ให้เป็นฉบับเดียวเพื่อวัตถุประสงค์ให้โครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าต่าง ๆ มีความเป็นธรรมโปร่งใส และ เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลโดยกฎหมายใหม่จะทบทวนให้คำนวณภาษีจากราคาขายปลีกแนะนำสำหรับทุกสินค้าคาดว่าจะสามารถเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาได้ในเดือน ก.ย.57เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณากฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไปทั้งนี้ รายละเอียดร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อจัดทำร่าง เช่น การกำหนดฐานภาษีการดำเนินงาน กำหนดขอบเขตสินค้าและตรงวัตถุประสงค์ แบ่งเป็นกลุ่มสุรา ยาสูบ รถยนต์น้ำมัน และสินค้าอื่น ๆ ให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีจะไม่ผู้ขาดกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ขณะที่สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จะปรับเปลี่ยนฐานการคำนวณภาษีสรรพสามิตให้เป็นราคาขายปลีกแนะนำสำหรับทุกสินค้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้นำเข้าสินค้าและที่ผลิตสินค้าภายในประเทศสะท้อนราคาสินค้าที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะแจ้งราคาสินค้า ณราคาหน้าโรงงาน เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีในอัตราต่ำแต่ราคาขายที่แท้จริงอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ กรมฯต้องปรับปรุงฐานการคำนวณภาษีโดยปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณ จากเดิมใช้วิธีการคำนวณภาษีจากปริมาณ หรือ มูลค่าของสินค้า ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าการจัดเก็บภาษีแบบใดจะสูงกว่ากันแต่จะปรับเปลี่ยนเป็นนำทั้งปริมาณและมูลค่ามาคำนวณภาษี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพสามิตเล็งชงร่างกฎหมายให้รัฐบาลไฟเขียว

  • บอร์ดชงคมนาคมปรับแผนฟื้นฟู ขสมก. 10 ปี

    บอร์ดชงคมนาคมปรับแผนฟื้นฟู ขสมก. 10 ปี

    พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ด ขสมก.ว่า ได้พิจารณาการปรับแผนฟื้นฟู ขสมก.เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คันซึ่งจะสรุปรายละเอียดเสนอมายังกระทรวงคมนาคมภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ก่อนเสนอไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.) นางปราณี ศุกระศร กรรมการในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ขสมก. กล่าวว่า แผนฟื้นฟู ขสมก.ที่เสนอในครั้งนี้เป็นแผนระยะ 10 ปี โดยจะต้องดำเนินการตามแผนรวม 13 โครงการซึ่งเป็นการปรับการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งจัดหารถเมล์ใหม่ ปรับลดเส้นทางรถเมล์ปรับลดบุคลากร ส่วนหนี้สินสะสมที่มีอยู่ 9 หมื่นล้านจะให้รัฐบาลพิจารณาหาทางช่วยเหลือเพราะมีผลต่อภาระดอกเบี้ยที่ขสมก.ที่แบกรับปีละกว่า 240 ล้านบาทขณะที่แผนดำเนินการนั้นมีการเสนอขอปรับค่าโดยสารในปี 61 สำหรับรถธรรมดา(รถร้อน)และรถปรับอากาศ ปรับเพิ่มอีก 1 บาท เพื่อให้ ขสมก.สามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้ทั้งนี้แผนดำเนินการ 13 โครงการได้แก่ การจัดหารถเมล์ใหม่ จะลดต้นทุนดำเนินการได้มากถึง 2 ใน 3โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาระการซ่อมบำรุงรถส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรและปรับลดพนักงานโดยนำระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (อีทิคเก็ท)เข้ามาใช้จะลดพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ประมาณ 6,000 คนรวมถึงจะยกเลิกเช่าอู่จอดรถเปลี่ยนเป็นมาขอใช้พื้นที่ส่วนราชการรวมทั้งการปรับลดเส้นทางรถเมล์ใหม่เพื่อให้วิ่งในช่วงที่สั้นลง ลดความซ้ำซ้อนแผนทั้งหมดนี้จะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงได้มากกว่า 50 %

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดชงคมนาคมปรับแผนฟื้นฟู ขสมก. 10 ปี

  • อุตสาหกรรมจัดโครงการยกระดับผู้ประกอบการ

    อุตสาหกรรมจัดโครงการยกระดับผู้ประกอบการ

    นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้จัดโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (เอ็มดีไอซีพี)โดยจะเน้นพัฒนาผู้ประกอบการที่มีขนาดกลางและใหญ่เป็นหลักโดยจะต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ไม่รวมที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความพร้อมเรื่องกำลังคนโดยโครงการนี้จะต่อยอดการพัฒนาระบบการจัดการเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างครบวงจรในการแข่งขันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศและสามารถปรับการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนไปสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะคัดเลือกเข้าโครงการฯจะมีทั้งหมด11 กลุ่ม ได้แก่อุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วน ,อุตฯ อัญมณีและเครื่องประดับ ,อุตไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ,อุต ฯเครื่องหนังและรองเท้า ,อุตฯ ไม้และเครื่องเรือน, อุตฯสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ,อุตฯยางพารา/ผลิตภัณฑ์ยาง,อุตฯอาหารและเกษตรแปรรูป , อุตฯ ยาและเคมีภัณฑ์ ,อุตฯ วัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมเซรามิกและแก้ว“ตั้งแต่เริ่มโครงการเป็นเวลา15 ปีได้มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน740 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการกว่า 40,000 ล้านบาท โดยในเฉพาะปี 56 มีวิสาหกิจเข้าร่วมโครงการกว่า 56 กิจการสามารถสร้างมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 3,390.86 ล้านบาท ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตคิดเป็นมูลค่า 459.04 ล้านบาท และมีการลงทุนขยายกิจการเป็นมูลค่า 116.40ล้านบาท มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 243 คนสามารถลดของเสียอันเนื่องมาจากกระบวนผลิตกว่ามูลค่า 92.31ล้านบาทมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จำนวน 446 เรื่อง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตสาหกรรมจัดโครงการยกระดับผู้ประกอบการ