นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลเพื่อนำเข้าข้าวขาว25% ปริมาณ 500,000 ตัน แต่ทราบว่าผู้ส่งออกข้าวไทยไม่ให้ความสนใจไปร่วมประมูลดังกล่าวเนื่องจากเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่กำหนดนั้นปฎิบัติตามได้ยากมากเช่น ต้องส่งสินค้าให้ถึงหน้าคลังในแต่ละพื้นที่ภายในประเทศฟิลิปปินส์รวมถึงต้องรับผิดชอบคุณภาพข้าวจนกว่าจะเข้าจัดเก็บในโกดัง และต้องเป็นข้าวใหม่แต่ไทยยังไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดหากจะใช้ข้าวจากนาปรังก็มีจำนวนน้อยอาจถูกมองว่าผิดเงื่อนไขไม่ใช่ข้าวใหม่ตามที่รัฐบาลฟิลิปปินส์กำหนดได้ขณะเดียวกันข้าวขาว25% นั้นจะไม่ตรงกับชนิดข้าวที่ผู้ส่งออกไทยมีอยู่ โดยส่วนใหญ่เป็นข้าว5% ซึ่งหากจะปรับปรุงให้เป็นข้าว25% ก็จะต้องนำปลายข้าวมาผสมแต่ติดปัญหาในตลาดกำลังขาดแคลนปลายข้าวอยู่ “การที่ต้องส่งข้าวไปให้ถีงโกดังในประเทศฟิลิปปินส์เป็นเรื่องยากและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงเพราะฟิลิปปินส์เป็นเกาะจำนวนมากต้องใช้การขนส่งรูปแบบเฉพาะซึ่งยอมรับว่าเราไม่มีความถนัดส่วนชนิดข้าว25%ไทยก็ไม่ค่อยได้ขายส่วนใหญ่เราขายข้าว5% และยิ่งกำหนดเป็นข้าวใหม่ก็ยังไม่มีของออกมาเลยตอนนี้จึงไม่มีผู้ส่งออกรายใดแสดงความสนใจจะเข้าไปร่วมประมูลตรงที่ฟิลิปปินส์แม้ว่าราคาข้าวไทยจะสามารถแข่งขันได้ก็ตาม” รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าการที่ฟิลิปปินส์กำหนดเงื่อนไขการประมูลข้าวครั้งนี้เพื่อต้องการให้เวียดนามชนะการประมูลเพราะเงื่อนไขเกือบทั้งหมดเวียดนามสามารถปฏิบัติได้ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาการเปิดประมูลการส่งมอบสินค้า ชนิดข้าวรวมถึงการให้ส่งมอบถึงหน้าที่เวียดนามมีเรือขนาดเล็กสามารถขนส่งได้เหมาะกับภูมิประเทศฟิลิปปินส์ได้อยู่แล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยถอยประมูลข้าว 5 แสนตันของฟิลิปปินส์
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ไทยถอยประมูลข้าว 5 แสนตันของฟิลิปปินส์
-

คลังสรุปการกู้เงินบินไทย
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สรุปการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัทการบินไทยวงเงิน 28,000 ล้านบาทแล้ว แบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งในส่วนแรก 5,000-7,000 ล้านบาท จะให้บริษัทการบินไทย เป็นผู้กู้เองจากสถาบันการเงิน แต่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เนื่องจากบริษัทการบินไทยยังมีเครดิตอยู่ ซึ่งวงเงินกู้ในจำนวนนี้จะนำไปเสริมสภาพคล่องและชำระค่าเรื่องบิน สำหรับเงินกู้ส่วนที่ 2 วงเงิน 20,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังอาจจะกู้เงินจากสถาบันการเงินและให้บริษัทการบินไทยกู้ต่อ หรือ ให้บริษัทการบินไทยกู้จากสถาบันการเงิน โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน “กระทรวงการคลังมีความจำเป็นต้องค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัทการบินไทย เพื่อแก้ไขฐานะที่มีปัญหา เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ และตอนนี้บริษัทการบินไทยก็ได้ส่งแผนฟื้นฟูให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว และคณะกรรมการของบริษัทการบินไทยก็เร่งหาผู้อำนวยการคนใหม่เข้ามาบริหาร แต่ที่ผ่านมามีคนสมัครน้อย ทำให้ต้องขยายเวลารับสมัครไปถึงวันที่ 3 ต.ค.57” อย่างไรก็ตาม กรณีที่บริษัทการบินไทยขอกู้จากธนาคารออมสิน แต่ธนาคารออมสินยังไม่อนุมัติหากกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน คิดว่าทางธนาคารออมสินยังไม่ทราบข้อมูลว่าบริษัทการบินไทยยังมีเครดิตที่สามารถกู้เงินเองได้อยู่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังสรุปการกู้เงินบินไทย -

ต่างชาติแห่ลงทุนในไทยพุ่ง
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้อนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเดือนส.ค. 57 จำนวน 14 ราย เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับส.ค. 56โดยมีเงินลงทุนเข้ามาประกอบธุรกิจ 1,170 ล้านบาทมีการจ้างงานคนไทย 343 คน ส่งผลให้ช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.)มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยแล้วจำนวน 261 ราย เพิ่มขึ้น 10% และมีเงินลงทุนช่วง8 เดือนรวมทั้งหมด 14,200 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการเดือนส.ค.ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่มและบริษัทคู่ค้า จำนวน 27 ราย คิดเป็นสัดส่วน 75% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุนจำนวน 1,113ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการให้กู้ยืมเงินแฟ็กเตอริ่ง ให้เช่าพื้นที่อาคารบริการด้านการตลาด และให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นต้นประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่นสิงคโปร์ ฝรั่งเศส ฮ่องกง เยอรมนี สวีเดน เบลเยียม ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ ธุรกิจสำนักงานผู้แทน/ภูมิภาคจำนวน 6 ราย คิดเป็นสัดส่วน 17% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุนจำนวน 18 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจการผลิต การตลาด การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ รองลงมาเป็นการให้คำแนะนำในด้านต่างๆเกี่ยวกับสินค้าของสำนักงานใหญ่ที่จำหน่ายให้แก่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ใช้สินค้าในประเทศไทย ประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรีย และสหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ยังได้อนุญาตธุรกิจค้าปลีก จำนวน 2 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมีเงินลงทุนจำนวน 13 ล้านบาท ได้แก่การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแม่พิมพ์ที่ใช้ในการปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนโลหะให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งผลิตจากแม่พิมพ์ดังกล่าวและผู้ที่ว่าจ้างให้บริษัทผลิตชิ้นส่วนโลหะให้ ประเทศที่ได้รับอนุญาตคือสิงคโปร์และมาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจนายหน้าตัวแทน จำนวน 1 ราย คิดเป็นสัดส่วน 3% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมีเงินลงทุนจำนวน 26 ล้านบาท ได้แก่การทำกิจการนายหน้าเพื่อจัดจำหน่ายให้แก่บริษัทในเครือในต่างประเทศประเทศที่ได้รับอนุญาตคือ ญี่ปุ่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติแห่ลงทุนในไทยพุ่ง