หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน

    อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน

    นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายของไทยเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเนื่องจากมีจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมากถึง 73,503โรงงานมีจำนวนการจ้างงานรวม796,000คนเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศเฉลี่ยสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อปีแต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยกลับต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งได้รับผลมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานของประเทศไทยที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่อัตราการว่างงานของประเทศอยู่ที่ประมาณ0.6-0.8% มาหลายปีติดต่อกันซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายเป็นอย่างมาก“เห็นได้จากจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องทุกปีประกอบกับหลังจากวันที่ 1 เม.ย. 55และวันที่ 1 ม.ค. 56อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกายของไทยยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็น300 ต่อวัน จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตให้เพิ่มสูงขึ้นมากจากการศึกษาผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 ต่อวันของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่าอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายได้รับผลกระทบต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดคิดเป็น 7.7% ของต้นทุนการผลิต"ทั้งนี้ทางออกที่สำคัญประการหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นคือ การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะประเทศเมียนมาร์ ซึ่งกำลังเริ่มเปิดประเทศ มีแรงงานจำนวนมากมีค่าแรงราคาถูก แรงงานพม่ามีทักษะในงานใกล้เคียงกับแรงงานไทยพรมแดนพม่าติดกับไทยหลายจุดจึงทำให้เหมาะแก่การขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำและกลางน้ำที่ไทยมีพร้อมเข้าไปผลิตในเมียนมาร์และที่สำคัญเมียนมาร์เป็นตลาดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตสูงนายสมชาย กล่าวว่าจากการศึกษาโอกาสและอุปสรรคการขยายฐานการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปประเทศเมียนมาร์พบว่า โอกาสที่สามารถเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาร์มีอยู่หลายประการ เช่นสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเมียนมาร์มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ชาวเมียนมาร์มีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น ประเทศเมียนมาร์มีประชากรมากถึง 65ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีกำลังแรงงานเท่ากับ 31.8 ล้านคนมีอัตราว่างงาน 4% ต่อปีทำให้มีแรงงานมากเพียงพอในการเข้าไปใช้ประโยชน์ ด้านการลงทุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน

  • หุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค. 57 พุ่ง 8.79 จุด

    หุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค. 57 พุ่ง 8.79 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้(20ส.ค.)ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกสดใสตลอดช่วงเช้าโดยดัชนีได้รับปัจจัยเชิงบวกจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าวานนี้ประกอบกับความคาดหวังด้านการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการเริ่มมีทิศทางชัดเจนมากขึ้นส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,551.64จุด เพิ่มขึ้น 8.79 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23,966.40 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค. 57 พุ่ง 8.79 จุด

  • บัณฑูร ล่ำซำ ร่อนจดหมายไม่เอาราดน้ำแข็งขอเป็นน้ำมนต์ 9 วัด

    บัณฑูร ล่ำซำ ร่อนจดหมายไม่เอาราดน้ำแข็งขอเป็นน้ำมนต์ 9 วัด

    วันนี้ (20 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ได้ส่งจดหมายถึงสื่อมวลชน กรณีถูกเชิญท้าให้เข้าร่วมปฏิบัติการราดน้ำแข็ง (Ice Bucket Challenge) โดยนายบัณฑูรอยากให้ปฏิบัติการนี้เปลี่ยนจากการราดด้วยน้ำแข็งไปเป็นน้ำมนต์ 9 วัดแทน เพราะเป็นวัฒนธรรมของไทยเองและยังช่วยเสริมสิริมงคลแก่ผู้เล่น ซึ่งข้อความในจดหมายเรียนเชิญของนายบัณฑูรได้เขียนไว้ว่า"เรียนท่านสื่อมวลชน ตามที่มีกระแสส่งคำท้าปฏิบัติการราดน้ำแข็งเพื่อการกุศล Ice Bucket Challenge ที่มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS Association) ซึ่งกระแสนี้ได้ส่งต่อมาถึงประเทศไทยแล้วนั้น นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทยได้แสดงความเห็นด้วยกับกิจกรรมที่ช่วยสร้างกระแสให้คนเกิดความสนใจในการร่วมทำกุศลในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เห็นว่าการราดน้ำแข็งเป็นวัฒนธรรมของตะวันตก จึงของปรับเป็นใช้น้ำมนต์ 9 วัดแทน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบไทยและช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย โดยขอให้ผู้ส่งคำท้าช่วยไปจัดหาน้ำมนต์มาให้ และควรจะมีน้ำตาเทียนลอยอยู่ด้วยเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าเป็นน้ำมนต์จากวัดจริง"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บัณฑูร ล่ำซำ ร่อนจดหมายไม่เอาราดน้ำแข็งขอเป็นน้ำมนต์ 9 วัด