หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ไฟเขียวขายข้าว 7.3 หมื่นตัน

    ไฟเขียวขายข้าว 7.3 หมื่นตัน

    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติให้ขายข้าวปริมาณรวม 73,000 ตันจากทั้งหมดที่มีการประมูล 167,000 ตัน แก่เอกชน 12 ราย มูลค่ารวม 737 ล้านบาท โดยคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวไม่ขอเปิดเผยราคาจำหน่ายเพราะจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเสนอราคาการประมูลรอบใหม่ที่จะดำเนินการในเร็วๆนี้  ส่วนราคากลางนั้นจะให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้การพิจารณารวดเร็วในการประมูล ทั้งนี้ คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวได้เปิดจำหน่ายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ครั้งที่ 1/2557 เมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณรวม 167,000 ตัน ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10%  ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานีและปลายข้าวขาวเอวันเลิศ จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2554/55 นาปรังปี 2555 นาปี 2555/56 ทั้งรอบที่ 1 และ 2  โดยมีเอกชนมายื่นซองรวม 49 ราย มีทั้งผู้ส่งออก โรงสี ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการข้าวถุง โดยเอกชนรายสำคัญๆ เช่น ซีพี อินเตอร์เทรด สยามอินดิก้า นครหลวงค้าข้าว และบริษัท โอแลม (ประเทศไทย) เป็นต้น “เอกชนจะต้องทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ภายใน 10 วันนับแต่วันที่กรมการค้าต่างประเทศแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้เสนอราคาซื้อแต่ละราย และวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือเช็ค อัตรา 5% ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวขายข้าว 7.3 หมื่นตัน

  • ธปท.เล็งปรับจีดีพีใหม่ ก.ย.นี้

    ธปท.เล็งปรับจีดีพีใหม่ ก.ย.นี้

    นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน ก.ย.นี้ ธปท.จะทบทวนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่อีกครั้ง โดยรวมสมมติฐานด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนปี 57-58 มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าไปด้วย ซึ่งมองว่า การลงทุนของภาครัฐนั้น จะเป็นกลไกหลัก ในช่วงที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และส่งผลต่อแผนการลงทุนของภาคเอกชนในระยะต่อไปอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลของ ธปท.ที่พบว่า การลงทุนยังคงมีสัดส่วน 22% ของจีดีพี เป็นการลงทุนจากภาคเอกชน 17% และภาครัฐเพียง 5% เท่านั้น หากต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้โดยเฉลี่ยปีละ 4.5-5% ต้องเพิ่มเงินลงทุนเป็นสัดส่วน 25-27% ของจีดีพี ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร เพราะต้องดูปัจจัยเรื่องระยะเวลาการลงทุน และความเป็นไปได้ในการลงทุนจริงประกอบด้วย พร้อมกันนี้ ธปท.กำลังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้ออีโบล่าในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในหลายประเทศแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มระมัดระวังการดินทาง และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจจะส่งผลกระทบต่อไทยด้วยเช่นกัน จึงต้องประเมินว่ากรณีดังกล่าว จะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.เล็งปรับจีดีพีใหม่ ก.ย.นี้

  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดรอบ 15 เดือน

    ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดรอบ 15 เดือน

    นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนย.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. 57  อยู่ระดับ 41.4  ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาที่มีค่า 38.4 และเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบ 15 เดือน อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขจะปรับตัวสูงแต่ค่าดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50  สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและภาวะหนี้สินของครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจนประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย “ตอนนี้รายได้ของเกษตรกรลดลงจากการที่ต้นทุนการทำนาที่สูงขึ้น แต่ขายข้าวไม่ได้ราคา อีกทั้ง ยางพารา น้ำมันปาล์ม ยังมีราคาตกต่ำ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนซึ่งหากเป็นไปในระยะยาวจะยิ่งทำให้ภาวะหนี้ของภาคครัวเรือนมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีแนวโน้มที่แน่นอนในการฟื้นตัว ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและภาคการส่งออกของไทย” สำหรับความคาดหวังที่มีต่อรายได้ในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนมีความคาดหวังว่าการเข้ามาบริหารประเทศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  รวมทั้ง นโยบายต่างๆจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ส่วนการวางแผนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รถยนต์ใน 6 เดือนข้างหน้า ปรับลงลด เนื่องจากประชาชนมีความกังวลในภาวะค่าครองชีพ ราคาสินค้าทางการเกษตร รวมทั้ง ผลไม้ตามฤดูกาลที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณมากส่งผลให้ราคาตกต่ำ และปริมาณฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้พืชผลทางการเกษตรและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดรอบ 15 เดือน