หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ส.อ.ท.คาดเศรษฐกิจไทยปี 57 โต 2-2.5%

    ส.อ.ท.คาดเศรษฐกิจไทยปี 57 โต 2-2.5%

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี57 จะขยายตัวได้ 2-2.5% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนจากภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่าง ๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น การใช้จ่ายของภาคเอกชนและประชาชนเริ่มกลับมามากขึ้นหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย“เชื่อว่าการลงทุนภาคเอกชนยืนยันว่า นักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนในไทยนั้น อาจอยู่ระหว่างรอสถานการณ์ชัดเจนโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไรส่วนกลุ่มนักลงทุนเดิมที่มีการลงทุนในไทยอยู่แล้วนั้น ยังเดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคการส่งออก ยืนยันว่า ยังสามารถเติบโตได้ โดยเฉพาะภาคก่อสร้างที่เดินหน้าได้ตามแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ขณะที่ปัญหาสงครามในต่างประเทศนั้นเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกแค่ระยะสั้นเท่านั้น นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เข้ามาบริหารประเทศได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ57 จะสามารถใช้จ่ายได้อีก 350,000 ล้านบาททำให้เป้าหมายการเบิกจ่ายทั้งปีอยู่ที่92% ส่งผลให้การขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไม่ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างแน่นอน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส.อ.ท.คาดเศรษฐกิจไทยปี 57 โต 2-2.5%

  • สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

    สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

    นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สภาฯ ได้ปรับลดเป้าการส่งออกไทยในปี 57 จากเดิมขยายตัว 3% เหลือ 1.17% เนื่องจากคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 57 (ก.ค.–ธ.ค.) จะมีมูลค่าส่งออกที่ 118,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมกับยอดส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกที่มีมูลค่า 112,704 ล้านดอลลาร์ฯ เท่ากับ 231,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่ากระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินจะขยายตัว 3.5%เพราะตลาดโลกยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน, การตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ของยุโรปในสินค้าอีก 723 รายการในปีหน้าและจะเริ่มเห็นผลในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้, ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน, การปรับลดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ประเทศไทยลงในระดับเทียร์ 3  เป็นต้น สำหรับยอดส่งออกในครึ่งหลังของปีประกอบด้วย เดือน ก.ค. คาดว่าอยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือน ส.ค. อยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์, เดือน ก.ย. อยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือน ต.ค. 19,500 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือนพ.ย. 19,500 ล้านดอลลาร์ฯ และ เดือน ธ.ค. อยู่ที่ 19,500 ล้านดอลลาร์ “เป้าของกระทรวงพาณิชย์ทำได้ยากเพราะต้องส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 20,600 ล้านดอลลาร์ฯ แต่สภาฯ มองว่าส่งออกไทยในปีนี้อยู่ในกรอบ 1-1.6% แต่ความน่าจะเป็นมากที่สุดจะอยู่ที่ 1.17%  ส่วนเรื่องจีเอสพีแม้ในช่วงนี้ยอดส่งออกไปยุโรปจะขยายตัวสูงเพราะลูกค้าเร่งซื้อสินค้าเก็บไว้ในสต็อกก่อนที่สินค้าไทยจะถูกเก็บภาษีแพงขึ้น แต่ในไตรมาสที่ 4 ลูกค้าก็จะทยอยในการเจรจากับประเทศอื่นๆที่มีสินค้าคล้ายกับไทยหากได้ราคาถูกก็คงจะทดแทนสินค้าไทยน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

  • ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.

    ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยที่ผ่านมาได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตเร่งศึกษาเก็บภาษีเครื่องดื่มในตู้แช่ที่อยู่ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ เช่น ชาเขียว ที่ควรเสียภาษีสรรพสามิตแต่ยังไม่ได้เสีย เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ และไม่ได้ส่งเสริมเกษตรอย่างแท้จริง เพราะใช้ผลิตผลจากเกษตรในการผลิตน้อยมาก ทั้งนี้ การเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในตู้แช่นั้น ทาง คสช.รับทราบและเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงการคลัง เบื้องต้น หลักการจัดเก็บภาษี เครื่องดื่มจากอัตราส่วนผสม โดยเฉพาะความหวานที่ใช้น้ำตาลเข้ามาเป็นส่วนผสม ว่ามีประโยชน์กับเกษตรกรและร่างกายหรือไม่ เพื่อนำมาคำนวณฐานภาษีต่อไป แต่ให้เกิดความรอบคอบจะต้องเสนอเรื่องการเก็บภาษีเครื่องดื่มดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีผลเริ่มเก็บได้ในปีงบประมาณ 58 และส่งผลให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นกว่าหลักหมื่นล้านบาท “การเสนอให้เก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในตู้แช่ ที่อัตรา 10% ของมูลค่าหรือไม่ จะต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสมอีกครั้ง การคิดจะเก็บภาษีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยแนวคิดดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังดูแลด้านการจัดเก็บรายได้ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการปัดฝุ่นสิ่งที่เคยคิดว่ามาทำใหม่อีกครั้ง”  นอกจากนี้ ยังกำชับให้ 3 กรมภาษีเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้มากขึ้น เพื่อให้มีจำนวนเงินมาพัฒนาประเทศ  เพราะที่ผ่านมายังมีช่องโหว่อีก หากส่วนไหนที่ต้องเสียให้ดึงเข้ามาในระบบ โดยได้เสนอให้ คสช. พิจารณากฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีมรดก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเพิ่มรายได้ภาษีให้กับรัฐด้วย โดยเบื้องต้นได้เสนอหลักการและแนวทางในการจัดเก็บเสนอต่อ คสช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีผลบังคับเมื่อใด ขึ้นอยู่กับ คสช. จะพิจารณา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.