นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับคณะกรรมการ ปตท. โดยมีความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่ ปตท.จะรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ (ข่าวเน่า) ที่อยู่ในสต็อก โครงการรับจำนำข้าว ประมาณ 100,000 ตัน เพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นเอทานอล โดย ปตท.ยืนยันว่า กระบวนการผลิต เครื่องจักรที่มีอยู่สามารถรองรับได้ แต่ในหลักการว่าจะซื้อขายรูปแบบใด ราคาเท่าไหร่นั้นจะต้องมีการหารืออีกครั้ง“การขายข้าวให้กับ ปตท.นั้นดำเนินการได้เลย เพราะข้าวที่เสื่อสภาพ ก็มาใช้บริโภคไม่ได้ จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าโกดัง ค่ารักษา โดยใช่เหตุ ซึ่งผมเป็นบอร์ด ปตท.สามารถหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมได้ทุกเดือนอยู่แล้ว”ทั้งนี้ หลักการขายข้าวให้กับ ปตท. กระทรวงการคลัง จะต้องมีการหารือกับ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าจะดำเนินการในลักษณะใด และต้องฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วย ส่วนจะขายข้าวที่อยู่ในสต็อกทั้งหมด หรือขายมากกว่าที่คาดไว้หรือไม่ ยังไม่มีความเห็น และการขายข้าวจะไม่ซ้ำซ้อนในส่วนพิจารณาคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาอยู่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงข้าวเน่าแสนตันทำเอทานอล
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ดึงข้าวเน่าแสนตันทำเอทานอล
-

นครชัยแอร์ขยายลงทุนรับเออีซี
นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร กรรมการผู้อำนวยการสายงานบริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า เตรียมลงทุน 1,250 ล้านบาทขยายธุรกิจรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ใน 58โดยจะลงทุนจัดซื้อรถโดยสารใหม่เข้ามาทดแทนรุ่นเก่าที่ปลดระวาง และรองรับการเปิดเส้นทางใหม่1,000 ล้านบาทแบ่งเป็นการจัดซื้อในปีนี้ 78 คัน มูลค่า 500 ล้านบาท ปีหน้าอีก 500ล้านบาทในจำนวนรถที่ใกล้เคียงกัน ส่วนที่เหลืออีก 250ล้านบาทจะใช้รถทุนเพื่อเปิดเส้นทางวิ่งไปต่างประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม“ในปีนี้ใหม่มีรถทยอยเข้ามาจนครบ78 คัน โดยแบ่งเป็นรถเมอเซเดส เบนซ์ขนาดยาว 15 เมตร 48 คันๆ ละ 7 ล้านบาทซึ่งตอนนี้ทยอยรับรถมาแล้ว 24 คันและช่วงต่อจากนี้จะรับในส่วนที่เหลือให้ครบ 48 คัน ส่วนรถโดยสาร12เมตร จะซื้อมา 30 คันๆ ละ 6ล้านบาท และทยอยรับเข้ามาจนครบในช่วงเดือนต.ค.นี้ ทำให้ถึงสิ้นปีนี้นครชัยแอร์จะมีรถโดยสารเพิ่มขึ้น436 คัน รองรับการขยายตลาดเปิดเออีซีได้อีกทั้งยังจะเข้าไปเพิ่มสถานีให้บริการผู้โดยสาร ที่รังสิต และเอกมัยด้วย”สำหรับแผนการขยายเส้นทางเดินรถในประเทศปีนี้วางเป้าหมายเพิ่มเส้นทางใหม่อีก 6 เส้นทาง ส่งผลให้มีเส้นทางเดินรถเพิ่มจาก 16 เส้นทาง เป็น 22 เส้นทางซึ่งขณะนี้ได้เปิดเป็นทางการไปแล้ว 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-มหาสารคามและกรุงเทพฯ-หนองบัวลำพู ส่วนเส้นทาง ต่อจากนี้จะเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ –น่าน ในเดือนต.ค. รวมถึงมีอีก3 จังหวัดในภาคอีสาน ซึ่งกำลังเจรจาอยู่ซึ่งเป็นไปตามแผนที่บริษัทเน้นเปิดเส้นทางไปยังหัวเมืองหน้าด่านที่เดินทางเชื่อมต่อไปประเทศเพื่อนบ้านได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นครชัยแอร์ขยายลงทุนรับเออีซี -

เอสซีจีรายได้เพิ่มแต่กำไรหด
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) เปิดเผยว่าได้เพิ่มเป้าหมายรายได้ของเครือเอสซีจีปีนี้อีก 10,000 ล้านบาท เป็น486,000 ล้านบาทเนื่องจากรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะส่งออกไปในประเทศกลุ่มอาเซียนปรับเพิ่มขึ้นแต่กำไรจากการขาย คาดว่า จะปรับลดลง เพราะการแข่งขันต้นทุนการผลิตและแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นรวมทั้งความต้องการสินค้าในประเทศซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้สูงกว่าส่งออกลดลงทำให้ทั้งปี คาดว่า กำไรจะไม่ขยายตัวตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกมีรายได้ 246,560 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14% แต่กำไรอยู่ที่16,913 ล้านบาท ลดลง 10 % เนื่องจากความต้องการซื้อสินค้าวัสดุในประเทศชะลอตัวลงทำให้ต้องเพิ่มสัดส่วนการส่งออก ซึ่งมีกำไรน้อยกว่า ขณะที่ไตรมาส 2 มีรายได้ 124,795 ล้านบาท กำไรลดลง17% โดยเมื่อแยกตามประเภทธุรกิจพบว่า กลุ่มซิเมนต์และวัสดุก่อสร้าง มีรายได้ในไตรมาส2 คิดเป็น 46,387ล้านบาท เพิ่มขึ้น10% ขณะที่กำไรลดลง2% กลุ่มเคมีภัณฑ์รายได้ 64,958ล้านบาทเพิ่มขึ้น 24% กำไรลดลง14% และกลุ่มกระดาษรายได้ 15,856 ล้านบาทเพิ่มขึ้น11% กำไรลดลง 14%"แนวโน้มราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างในช่วง 5 เดือนที่เหลือจะอยู่ในระดับราคาใกล้เคียงกับปัจจุบัน ประกอบกับปัจจุบันเป็นช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลงอยู่แล้วสำหรับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แล้วนั้นเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการแข่งขันของประเทศในระยะยาวที่มีโครงสร้างพื้นฐานเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนผลต่อดีต่อการใช้วัสดุก่อสร้าง , ซิเมนต์นั้น คาดว่า จะเกิดขึ้นในอีก12 –15 เดือน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสซีจีรายได้เพิ่มแต่กำไรหด