นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง"การปฏิรูปประเทศไทย" ในงานเสวนา "ไทยแลนด์ อิส แบค” จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ขณะนี้ต่างชาติกำลังจับตาโรดแมปทางการเมือง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาสติ (คสช.) ว่า ทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วมในการปฏิรูปมากน้อยเพียงใด สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้จริงหรือไม่ และที่สำคัญจะนำไปสู่เป้าหมายประชาธิปไตยได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันนำไปสู่เป้าหมาย"ต่างชาติกำลังดูโรดแมปทางการเมืองไทยอยู่ว่า จะเดินไปตามเป้าหมายได้หรือไม่ ซึ่งต้องร่วมกันปฏิรูปประเทศ รวมถึงเอกชนจากต่างประเทศ ก็ควรเข้ามาสนับสนุน เช่น นโยบายการปราบคอร์รัปชั่น ระบบธรรมาภิบาลร่วมกับไทย เพราะบริษัทใหญ่ๆของโลก มีประสบการณ์ด้านนี้มาก”สำหรับปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทย คือ จำนวนนักท่องเที่ยวหายไป 400,000 -500,000 คน เนื่องจากยังคงประกาศกฎอัยการศึกอยู่ ขณะที่ตัวเลขการส่งออกสินค้า ยังถือว่าเติบโตได้ในระดับต่ำ หากเทียบกับความสามารถที่ไทยเคยทำได้ ขณะเดียวกันการนำนวัตกรรมมาใช้ในภาคการผลิตเป็นสิ่งที่เร่งด่วนที่ต้องพัฒนา และมาตรการการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และให้ได้รับประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยังเป็นมาตรการที่จำเป็นนอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้ โดยไม่เป็นปัญหางบประมาณ และโปร่งใส รวมถึงมาตรการช่วยเหลือคนจน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช้นโยบายประชานิยม สิ่งเหล่านี้ยังเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจของไทย ที่จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปีหน้า ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ไทยยังต้องเผชิญอยู่ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลก และการดำเนินการตามโรดแมปทางการเมือง โดยการจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การจัดตั้งรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการตามโรดแมปที่ประกาศไว้ได้ ขณะที่การจัดตั้งสภาปฏิรูป ก็จะเป็นช่องทางให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งโรดแมป และมาตรการต่าง ๆ สามารถผลักดันได้ จะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 58 จะขยายตัวได้มากกว่า 5%นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนได้ทำงานร่วมกับภาครัฐตลอดมา ซึ่งขณะนี้ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ เช่น กฎหมายศุลกากร กฎหมายการลงทุน กฎหมายภาษี เป็นต้น เพื่อให้กฎหมายทันสมัยและอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน ขณะที่การส่งออกในปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 3-3.5%นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จำเป็นต้องมีการให้สิทธิประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติเพื่อส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ไปตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะมีต้นทุนทางภาษีที่ถูกกว่าด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานบริษัทสหพัฒนพิบูล กล่าวว่า เห็นด้วยและสนับสนุนที่คสช.เข้ามาบริหารประเทศ แนวทางของคสช.เดินมาอย่างเหมาะสม ทั้งการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น การช่วยเหลือชาวนา และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ตอนนี้ความเชื่อมั่นดีขึ้น แม้ว่าจะมีคนมองว่าเป็นการทำลายประชาธิปไตย แต่โดนส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “สุรเกียรติ์” ชี้ต่างชาติจับตาโรดแมป”คสช.”
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

“สุรเกียรติ์” ชี้ต่างชาติจับตาโรดแมป”คสช.”
-

เล็งเก็บภาษีสรรพากรให้ได้ตามเป้าหมาย
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้ประเมินการจัดเก็บภาษี ไตรมาสแรกปีงบประมาณ 58 ตั้งแต่เดือน ต.ค.–ธ.ค.57 ที่ผ่านมา พบว่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งการค้า การลงทุนและการใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มกลับมาเป็นบวก เบื้องต้นนั้น กรมฯจะดึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) มาช่วยควบคุมให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีให้มากขึ้นหากประชาชน, บริษัท ที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีก็ต้องเข้าระบบ รวมถึง สร้างความเข้าใจกับผู้เสียภาษีให้มากขึ้นทั้งนี้กรมฯ ได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของปีงบประมาณ 57 ให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 100,000 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 1.89 ล้านล้านบาท โดยขณะนี้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเมือง ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดเก็บภาษี เริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเดือน ก.ค.นี้ กรมฯ ยังจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ได้ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยดีขึ้นกว่าเป้าหมาย 1.7% ทำให้เชื่อว่าการจัดเก็บแวตช่วงที่เหลือของปี จะมีทิศทางที่ดีขึ้น“สาเหตุที่เก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย100,000 ล้านบาทนั้นเป็นผลมาจากแรงกดดันจากปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ รวมถึงการเพิ่มขั้นอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น ทำให้ภาษีส่วนนี้หายไปถึง40,000 ล้านบาท จากเดิมคาดไว้ 20,000 ล้านบาท และเก็บแวต จากการนำเข้า 9เดือน ของปีงบประมาณ 57 หายไปอีก 48,000 ล้านบาทรวมถึงผลกระทบจากการลดภาษีนิติบุคคลที่เหลือ 20% ด้วย”ล่าสุด วันที่ 30 ก.ค.นี้ กรมสรรพากรจะเชิญสำนักงานบัญชี ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการทำบัญชีให้นิติบุคคล มาชี้แจงแนวทางการตรวจสอบ และจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยเน้นสำนักงานที่มีลูกค้ามากกว่า 30 รายขึ้นไป กว่า 10,000รายทั่วประเทศ เพื่อให้สำนักงานบัญชีจัดทำรายได้ รายจ่าย ทำบัญชีงบดุลให้ครบถ้วนถูกต้องที่สำคัญ ปัจจุบันการบริโภคเริ่มฟื้นตัวแล้ว ดังนั้นภาคเอกชนจะประเมินรายได้เหมือนปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาการเมืองคงไม่ถูกต้องนัก หากพบว่าเสียภาษขาดไปมากกว่า 25%จากที่ประเมินไว้ กรมฯจะมีมาตรการเรียกเงินค่าปรับอีก 20% ของเงินภาษีที่ชำระขาดด้วย นอกเหนือจากที่ต้องมาเสียภาษีให้ครบถ้วนแล้วเพราะเงินค่าปรับดังกล่าว กรมฯ ไม่ต้องการได้รับจากภาคเอกชน แต่ต้องการให้เสียภาษีอย่างถูกต้องนอกจากนี้กรมฯ ได้จัดโครงการอาร์ดี แคมป์ ปีที่ 7 เพื่อเป็นการสร้างวินัยการเสียภาษีของประชาชนและสร้างจิตสำนึกให้นักศึกษา เรียนรู้วิชาเสียภาษี เพื่อเป็นกำลังหลักเป็นหน้าที่พลเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านกิจกรรมภายใต้แนวคิดคิดดี…ได้ภาษีสร้างชาติ ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ใหม่ที่มีคุณค่าตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างทัศนคติที่ดีเกิดความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเก็บภาษีสรรพากรให้ได้ตามเป้าหมาย -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 7.57 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (29ก.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นระยะสั้นช่วงเปิดตลาดจากนั้นทยอยปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวสลับบวกลบตลอดภาคเช้าซึ่งโดยรวมบรรยากาศการลงทุนอยู่ในทิศทางเชิงบวก แต่ยังเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นโดยเฉพาะในกลุ่มสื่อสาร ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนรอจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,530.56 จุด ลดลง 7.57จุด หรือ 0.49% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,724.37 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 7.57 จุด