นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) เปิดพื้นที่สำนักงานขนส่ง ในวันที่ 19 – 20 ก.ค.57 ให้บริการตรวจสอบรถตู้โดยสารที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไว้ เพื่อรับสติ๊กเกอร์อนุญาตให้บริการชั่วคราว ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับจดทะเบียนต่อไป โดยในส่วนกลางสามารถนำรถตู้เข้ารับการตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี สำหรับส่วนภูมิภาคตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งจังหวัดที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะของ คสช. ซึ่งมุ่งเน้นเสริมสร้างความปลอดภัยและความพึงพอใจในการใช้บริการ โดยรถตู้ที่ผ่านการตรวจสอบต้องเป็นรถที่แจ้งขอรับความช่วยเหลือไว้แล้ว และให้บริการในระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร มีอายุรถไม่เกิน 10 ปี มีสภาพรถมั่นคงแข็งแรง มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง มีเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วน มีการประกันภัยภาคบังคับ รวมถึงผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะตรงตามประเภท “การตรวจสอบรถเพื่อรับสติ๊กเกอร์ในครั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการกว่า 200 นาย ประจำที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี และยังได้รับความร่วมมือจาก พล.ม. 2 รอ. จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยคาดว่าจะมีรถตู้มาลงทะเบียนมากกว่า 1,000คัน และเมื่อผู้ประกอบการนำรถตู้มาลงทะเบียนแล้ว จะได้รับสติ๊กเกอร์สีส้ม และป้ายทะเบียนสีเหลือง ส่วนผู้ที่อยู่ในระหว่างตรวจสอบจะได้รับสติ๊กเกอร์สีส้มไปก่อน และจากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลและสำรวจความต้องการของประชาชน โดยใช้พิจารณาเวลาเสร็จประมาณ 1 เดือน” นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจของผู้ขับรถ อีกทั้งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำประกันภัย และให้บริการทำประกันภัยประเภทสาธารณะเพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้กับผู้โดยสาร ขณะที่เจ้าของรถที่ผ่านการอบรมเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถแต่ยังไม่ได้ทำใบอนุญาตขับรถ เนื่องจากรอการตรวจสอบประวัติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาให้บริการตรวจสอบประวัติผ่านระบบออนไลน์ และทำการสุ่มตรวจยาเสพติดในผู้ขับรถด้วย นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า ขอย้ำวันหลังจากวันที่ 21 ก.ค. 57 เป็นต้นไป จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รถตู้โดยสารส่วนบุคคลที่วิ่งรับจ้างประจำทางโดยมิได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที โดยมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับรถตู้ที่ได้รับสติ๊กเกอร์มีการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎจราจร ให้บริการนอกเส้นทางหรือเกินระยะที่กำหนด หรือเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และถูกถอนออกจากบัญชีขอรับความช่วยเหลือทันที หากพบรถตู้โดยสารผิดกฎหมาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งเปิดลงทะเบียนรับสติ๊กเกอร์
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ขนส่งเปิดลงทะเบียนรับสติ๊กเกอร์
-

ราคาทอง19ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,400บาท
วันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:05 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,400 บาท รับซื้อ 19,617.04 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,900 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,400 บาท รับซื้อ 19,617.04 บาท ทองแท่งขาย 20,000 บาท รับซื้อ 19,900 บาท เวลา 09:05 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง19ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,400บาท -

ใช้มือถือให้ปลอดภัย ใส่ใจเลือกแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน – ไขปัญหาผู้บริโภค
ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องขณะที่มนุษย์ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลาโทรศัพท์มือถือจึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันที่แทบจะขาดไม่ได้ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทำให้ผู้ประกอบธุรกิจหลายรายผลิตอุปกรณ์ชนิดนี้รวมถึงอุปกรณ์เสริมอย่างแบตเตอรี่ สายชาร์จ ฯลฯ ออกมาเป็นจำนวนมากทั้งที่ได้มาตรฐานและไม่ได้มาตรฐานวางขายเกลื่อนตลาด ซึ่งที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับกรณีความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้งานสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพและมาตรฐานโดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่มีราคาถูก เลือกใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งแบตเตอรี่ สายชาร์จแบตเตอรี่ปลอมและไม่มีคุณภาพแพร่ขยายตามท้องตลาดอย่างน่ากังวล โดยหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา U.S.Consumer Product Safety Commission (CPSC)ได้รับรายงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีแบตเตอรี่ มือถือระเบิดจำนวน 83 รายซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้แบตเตอรี่หรือที่ชาร์จไม่ตรงรุ่นกับโทรศัพท์มือถือหรือใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐานและมักเกิดแผลบริเวณหน้า คอ ขา ตะโพก ซึ่งอันตรายของแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐานมีดังนี้ 1.การ overheating การชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลานานทำให้เกิดการสะสมความร้อนส่งผลให้เกิดการระเบิดซึ่งชิ้นส่วนที่ระเบิดออกมานั้นสามารถลุกไหม้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งานได้ 2.ความบกพร่องของแบตเตอรี่จากแหล่งผลิตอาจส่งผลให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดการระเบิดได้ อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่มือถือเป็นสินค้าที่ควบคุมตามกฎหมายของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)กำหนดว่าแบตเตอรี่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตาม มอก. 2217-2548 เรื่องเซลล์และแบตเตอรี่ทุติยภูมิที่มีอิเล็กโทรไลต์แอลคาไลน์หรืออิเล็กโทรไลต์อื่นที่ไม่ใช่กรด สำหรับการใช้งานแบบพกพาเฉพาะด้านความปลอดภัยซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับก่อนหากพบการจำหน่ายแบตเตอรี่ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก.จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 36 ซึ่งกำหนดโทษเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก.และมีไว้เพื่อจำหน่ายมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเพื่อให้การใช้งานโทรศัพท์มือถือมีความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้ผู้บริโภคจึงควรปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเลือกซื้อแบตเตอรี่เสียใหม่อย่ามองเพียงเพราะราคาที่ถูกหรือหาซื้อง่ายตามท้องตลาดโดยไม่ใส่ใจว่าจะเป็นของจริงหรือของปลอมได้มาตรฐานหรือไม่ได้มาตรฐานซึ่งนอกจากการระมัดระวังในการเลือกซื้อแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพแล้ว ในส่วนของการใช้งานก็ควรตระหนักถึงความปลอดภัยเช่นกันโดยการปฏิบัติดังนี้ 1.เมื่อถอดแบตเตอรี่ห้ามไม่ให้สัมผัสกับวัสดุโลหะ 2.ไม่ควรให้แบตเตอรี่สัมผัสกับน้ำหรือบริเวณที่มีความร้อนสูง ๆ 3.ไม่ควร ให้แบตเตอรี่หล่นหรือกระทบกับพื้นผิวแข็ง ๆ และเมื่อคิดจะเลือกซื้อแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือใหม่ครั้งใดก็ควรตระหนักถึงความปลอดภัยให้มากกว่ามองที่ตัวราคาและความสะดวกในการซื้อหาเพราะหากเลือกซื้อและใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแล้วก็อาจก่ออันตรายถึงแก่ชีวิตได้ทุกเมื่อ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใช้มือถือให้ปลอดภัย ใส่ใจเลือกแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน – ไขปัญหาผู้บริโภค