นายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เปิดเผยหลังหารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตองผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้แก้ปัญหาจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกว่าในเบื้องต้น พล.อ.อ.ประจิน ได้ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ต้องบรรทุกไม่เกิน50.5 ตันและรถบรรทุก 10 ล้อ ไม่เกิน 25 ตัน รวมถึงให้กวาดล้างกลุ่มผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติกฎหมายด้วยส่วนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ขอให้ยื่นรายละเอียดให้ คสช.นำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ประกอบการขนส่งทางบกจะเร่งสรุปรายละเอียดของปัญหาเพื่อนำเสนอต่อคสช.ภายใน 2-3 วัน โดยเฉพาะประเด็นที่กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้อ้างอิงผลการศึกษาเรื่องจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกที่ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นการอ้างอิงข้อมูลของคอสะพานแบบเก่า ในขณะที่คอสะพานแบบใหม่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง28 ตัน และ 58 ตัน โดยสาเหตุที่ต้องขอบรรทุกน้ำหนักเพิ่มเพราะได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการ สามารถขนส่งสินค้าได้น้อยลงและต้องเพิ่มเที่ยวรถมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ขึ้นค่าขนส่งไม่ได้ เพราะอยู่ช่วงนอกฤดูกาลขนส่ง(โลว์ซีซั่น)ดังนั้นเป็นไปได้ที่ค่าขนส่งในช่วงปลายปี อาจต้องปรับขึ้นประมาณ 10 % เพื่อให้คุ้มทุน ด้านนายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.57 ที่ผ่านมา ที่ได้มีการประกาศบังคับใช้มาตรการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่เกิน50.5 ตัน พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดี และยืนยันว่าคงไม่มีการทบทวนนโยบายเรื่องนี้เพราะผลการศึกษาที่สรุปออกมาชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดจากการบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นทำให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณปีละกว่าแสนล้านบาทในการซ่อมบำรุงรักษาทางต่างๆ ซึ่งถือว่าไม่คุ้มกับผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยหรือผู้ประกอบการขนส่ง นอกจากนี้ที่ผ่านมา กรมฯ ยังได้ผ่อนผันการบรรทุกน้ำหนักเกินมาแล้วถึง3 ปี และได้หารือกับผู้ประกอบการขนส่งจนได้ข้อสรุปร่วมกัน หากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรออกมาเป็นเช่นไรจะต้องยอมรับแต่ในความเป็นจริงแม้ผลศึกษาระบุน้ำหนักที่เหมาะสมคือ 25 ตันสำหรับรถ 10 ล้อ และ50.5 ตันสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ แต่ผู้ประกอบการกลับมาเรียกร้องกับทางคสช.อีก นายชัชวาลกล่าวต่อว่าน้ำหนักบรรทุกที่กรมฯ และกรมทางหลวงชนบทกำหนดให้ใช้ในปัจจุบัน ถือว่ามากกว่าเกณฑ์น้ำหนักของประเทศอื่นในอาเซียนที่จำกัดน้ำหนักไว้ที่ 21-38 ตันเท่านั้น ดังนั้นหากเปิดเสรีอาเซียนรถบรรทุกไทยที่จะข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายรถเพื่อบรรทุกให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสมาชิกอาเซียนด้วย ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้จะต้องหาข้อสรุปให้ทันก่อนเปิดประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบในปี58 นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่าได้ขอให้ คสช.เข้ามาช่วยจัดระเบียบรถบรรทุก เพราะปัจจุบันมีผู้กระทำผิดกฎหมายโดยติดสติกเกอร์เพื่อบรรทุกน้ำหนักเกินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงขอให้เข้มงวดในเรื่องนี้ด้วยรวมทั้งได้ขอให้มีการจัดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้พร้อมเพื่อเข้าสู่การเปิดประชาคมอาเซียน เช่น จุดพักรถ สถานีขนส่งสินค้าเป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุบโต๊ะไม่ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ทุบโต๊ะไม่ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน
-

“ประสิทธิ์”ไขก๊อกลาออกจากประธานกรรมการ ธอส.
นายประสิทธิ์ สืบชนะ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ ธอส. ต่อคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว เพื่อเปิดทางให้กระทรวงการคลัง แต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่ง และสามารถขับเคลื่อนนโยบายตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยืนยันว่า ตลอดช่วงที่เข้ารับตำแหน่ง ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการขับเคลื่อนการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร และผลการประเมินของธนาคารอยู่ในระดับที่ไม่มีปัญหา สำหรับผลดำเนินงาน ธอส. ช่วง 6 เดือน ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อที่ อยู่อาศัยได้กว่า 66,000 ล้านบาท จากเป้าหมายปล่อยสินเชื่อทั้งปีที่ 134,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4,600 ล้านบาทจากเป้าหมายทั้งปีที่ 8,400 ล้านบาท เงินฝากคงค้างอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 640,000 ล้านบาท ส่วนยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 45,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนที่ 6.2 % ซึ่งในปี 57 ธนาคารตั้งเป้าหมายลดยอดเอ็นพีแอลให้เหลือ 6% ทั้งนี้ ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อครึ่งปีแรกถือว่าธนาคารทำได้ตามเป้าหมายในการช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยถึงปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง สะท้อนจากยอกดปล่อยกู้ให้ประชาชนซื้อบ้านที่มีราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อปีนี้ให้ได้ 68,000 ล้านบาท ซึ่ง6 เดือนแรกที่ผ่านมาธนาคารปล่อยกู้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้แล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนี้ยังพบว่าสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อก็กระจายไปทั่วประเทศ โดยสินเชื่อมากกว่า 50 % ที่อนุมัติในช่วงครึ่งปีแรกเป็นสินเชื่อในต่างจังหวัด “การแก้หนี้เอ็นพีแอล ได้มอบนโยบายให้ผู้จัดการสาขาดูแลทั้งลูกค้าใหม่ และเก่าให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อป้องกันการค้างชำระหนี้เกิน 3 เดือน โดยได้สั่งให้ผู้จัดการสาขาส่งพื้นที่เพื่อพบลูกค้าที่มีปัญหาไม่ชำระค่างวดในเดือนแรกทันที ว่ามีปัญหาเกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถควบคุมการเกิดหนี้เอ็นพีแอลไม่ให้เพิ่มขึ้นได้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประสิทธิ์”ไขก๊อกลาออกจากประธานกรรมการ ธอส. -

คลังลุยเปิดรับสมัครนั่งกรรมการรัฐวิสาหกิจ
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังเปิดรับสมัครกรรมการรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติม เนื่องจากกรรมการที่มีอยู่เดิมประมาณ 700 คน ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 560 คน เนื่องจากต้องออกตามเงื่อนไขที่อายุครบ 65 ปี และอยู่ในบัญชีรายชื่อครบ 5 ปี ทำให้ขณะนี้ไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวเลือกให้เข้าไปนั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทั้งนี้ กรรมการรัฐวิสาหกิจในบัญชีรายชื่อ จะเป็นผู้เชี่ยวชายด้านต่างๆ ประมาณ 20-30 สาขาอาชีพ โดยตามระเบียบของการแต่งตั้งเข้าไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ต้องแต่งตั้งกรรมการในบัญชีรายชื่อเข้าไปเป็นกรรมกรรมการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจได้ไม่เกินคนละ 3 แห่ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายจะรับสมัครกรรมการรัฐวิสาหกิจในบัญชีรายชื่อให้ได้ 150 คน ภายในปีนี้ และจะทยอยรับให้ได้ถึง 700 คน ปี 58 โดยการรับสมัครกรรมการครั้งนี้จะตั้งคุณสมบัติให้สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ต้องมีคุณสมบัติที่ดี มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของสังคม เป็นผู้เสียสละ ต้องการเข้ามาช่วยการบริหารานภาครัฐ เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังลุยเปิดรับสมัครนั่งกรรมการรัฐวิสาหกิจ