หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

    ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

    ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องครับ ความพยายามที่จะดิสเครดิตกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนที่มี ดร.ปิยสวัสดิ์ เป็นแกนนำ เมื่อเล่นงานหัวหน้ากลุ่มไม่ได้ เพราะมีต้นทุนทางสังคมสูง มีคนเชื่อถือมากก็หันมาเล่นงานสมาชิกกลุ่มบางคนแทน ล่าสุดได้มีการนำคลิปซึ่งเป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปีที่แล้ว ออกมาโพสต์ผ่าน Social Media อีกครั้ง โดยเป็นคลิปที่มีผู้เชิญผมไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานให้ประชาชนในภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ผู้ที่นำคลิปมาโพสต์ก็ตั้งตัวเป็นผู้มีธรรมาภิบาลสูง ตั้งคำถามตรวจสอบผมทันทีว่า ผมไปรับเงินใครมาหรือเปล่า ถึงได้มีเงินมาเดินสายจัดสัมมนาชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนได้ทั่วประเทศแบบนี้ และถ้าไปรับเงินมาจะคงความเป็นกลางได้หรือไม่  ผมอยากเรียนว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นกลยุทธ์ถนัดของคน ๆ นี้ในการดิสเครดิตคนที่มีความเห็นแตกต่างจากเขา โดยใช้วิธีโจมตีคนอื่นให้เป็นคนเลว เพื่อให้เห็นว่าตนเองนั้นเป็นคนดี แทนที่จะมาถกเถียงกันโดยใช้เหตุผลถึงเนื้อหาความคิดเห็นหรือข้อเสนอของแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร  และวิธีการที่ใช้นั้นก็เลวสิ้นดี เพราะเล่นใช้วิธีการตัดเทปเป็นบางตอน แล้วไปนำเสนอให้คนเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ฟังทั้งหมด (ซึ่งวิธีการอย่างนี้ ผู้ดีมีสกุลที่ได้รับการอบรมมาดี เขาไม่ทำกันหรอกครับ) ดังนั้นถ้าท่านมาตั้งข้อสงสัยในความเป็นกลางของผม ผมก็ขอตั้งข้อสงสัยกลับไปบ้างในความเป็นกลางของท่านกับคณะ ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ เพราะตลอดเวลาที่ผมเฝ้าดูและติดตามการนำเสนอข้อมูล ตลอดจนการเดินสายออกไปจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ ในต่างจังหวัดของท่านและคณะ ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของการให้ความรู้กับประชาชนเลยแม้แต่น้อย  เพราะไม่มีการให้ความรู้หรือข้อมูลทั้งสองด้าน แล้วให้ประชาชนคิดและตัดสินใจเอาเอง แต่เป็นการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว แล้วยัดเยียดความเชื่อ สมมุติฐาน จินตนาการของตนเอง ชักจูงใจให้ชาวบ้านเชื่อว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ มีลักษณะของการปลุกระดมมากกว่าการให้ความรู้แก่ประชาชนเสียด้วยซ้ำไป ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า ท่านและคณะของท่านมีวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) อะไรหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือทางธุรกิจ ภายใต้ถ้อยคำสวยหรูบังหน้าว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนเรื่องที่ท่านสงสัยว่าผมรับเงินใครเวลาเดินสายไปต่างจังหวัดหรือไปพูดอภิปรายตามที่ต่าง ๆ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่านั้น เรื่องนี้ตอบกันตรง ๆ เลยว่าผมรับหมดแหละครับถ้ามีใครมาเชิญ ผมไม่ได้เลือกว่าผู้เชิญจะเป็นใคร เพราะผมตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่า ใครเชิญผมไปพูดที่ไหนผมไปหมด ได้เงินหรือไม่ได้เงินผมไปทั้งนั้น เพราะผมต้องการให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ประชาชน การที่มีคนมาเชิญผมไปพูด ไปออกทีวี หรือมาขอสัมภาษณ์นั้น ต้องเรียนว่าผมไม่เคยเสนอตัวขอไปพูด ไปขอออกทีวีรายการใด ๆ หรือขอให้ใครมาสัมภาษณ์แต่อย่างใด  (เหมือนใครบางคน) แต่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า การติด ต่อขอให้ผมไปพูดหรือให้สัมภาษณ์นั้น ค่อนข้างจะสะดวก ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไม่ต้องนัดล่วงหน้านาน ไม่มีการเรียกร้องค่าตัว ฯลฯ และข้อสำคัญคือผมพยายามตอบสนองทุกคนถ้าผมทำได้ ดังนั้นถ้าท่านจะเห็นหน้าผมบ่อยจนทำใจไม่ได้ ก็ต้องขออภัยด้วย ส่วนที่ท่านเป็นกังวลว่าเวลาไปต่างจังหวัดมีค่าใช้จ่าย ทำให้ผมต้องไปหากลุ่มทุนมาเป็นผู้อุดหนุนจนอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น ท่านก็กังวลไปเถอะครับ แต่ผมไม่กังวลหรอกเพราะผมไม่ได้เป็นคนจัด  คนจัดเขาจะไปหาทุนมาจากไหนก็เป็นเรื่องของเขา แต่เขาจะมาบังคับให้ผมพูดอย่างที่เขาต้องการไม่ได้ ไม่เชื่อท่านลองจัดแล้วเชิญผมไปพูดดูสิ ดูซิว่าผมจะพูดถูกใจท่านหรือไม่ ความจริงแล้วผมว่า ท่านไม่น่าจะต้องมากังวลว่าใครเป็นผู้สนับสนุนรายการหรอกครับ ท่านควรจะดูเนื้อหาที่ผมนำเสนอมาก กว่าว่าจริงหรือเปล่า รับฟังได้ไหม มีเหตุผลหรือเปล่า แล้วมาถกกันเรื่องเนื้อหาดีกว่า อย่าเอาเรื่องกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นมาอ้างเพื่อปิดปากคนที่คิดไม่เหมือนท่านเลย วิธีนี้มันเก่าแก่โบร่ำโบราณเหมือนสมัยเขาปราบคอมมิวนิสต์เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว มันใช้ไม่ได้ผลหรอก ว่ากันที่จริงการที่ท่านและคณะใช้อภิสิทธิ์เอาเงินงบประมาณของสภาซึ่งเป็นเงินของประชาชนไปจัดสัมมนา อภิปราย   ต่าง ๆ นานา โดยอ้างว่าเป็นการให้ความรู้กับประชาชน แต่กลับให้ข้อมูลด้านเดียว  แล้วพอมีคนไม่เห็นด้วย เขาอยากจะจัดบ้างโดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่าที่ท่านให้ ท่านก็ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าเขารับเงินจากกลุ่มทุน แล้วท่านจะให้พวกเขาออกเงินกันเองไปจัดสัมมนาหรืออภิปรายแข่งกับพวกท่านที่มีเงินงบประมาณจากสภา สนับ สนุนหรืออย่างไร ถ้าท่านกลัวกลุ่มทุนมากไม่อยากให้มาเป็นผู้สนับสนุน ท่านก็ลองแบ่งงบประมาณที่ท่านได้มา ให้คนอื่นเขาได้จัดเพื่อเสนอข้อมูลและมุมมองที่แตกต่างดูบ้างสิ แทนที่จะจัดกันเอง พูดกันเอง ฟังกันเอง แล้วก็แถลงกันเองอย่างทุกวันนี้ ว่าแต่ว่าจะใจกว้างพอหรือเปล่าล่ะ!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

  • บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ

    บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ

    นายสุนชัยคำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าการบริหารงานของกฟผ.ในปัจจุบันไม่มีสิทธิประโยชน์พิเศษใดๆโดยเฉพาะประเด็นที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า พนักงานกฟผ. หรือแม้แต่คณะกรรมการ (บอร์ด)ใช้ไฟฟ้าฟรีนั้น ไม่จริงแน่นอน โดยสามารถตรวจสอบได้ว่า พนักงานทุกคนต้องเสียค่าไฟฟ้าอัตราปกติทุกคน มีบิลไฟฟ้ายืนยันได้แน่นอน ส่วนรายได้ของคณะกรรมการกฟผ.นั้นไม่ได้มากอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงการคลัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลตอบแทนคณะกรรมการของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในปี 57 จะได้ค่าตอบแทนรายเดือน เดือนละ 30,000 บาทต่อคนเบี้ยประชุมเฉพาะกรรมการที่เข้าประชุม ครั้งละ 50,000 บาทโดยจำกัดการจ่ายเบี้ยประชุม ไม่เกินปีละ 15ครั้ง หรือไม่เกินปีละ750,000 บาท ส่วนเงินโบนัสคณะกรรมการจะได้ 0.05 % ของกำไรสุทธิประจำปี57 แต่กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3ล้านบาท โดยคำนวณจ่ายตามระยะเวลาการดำรงตแหน่งและประธานกรรมการปตท. จะได้รับสูงกว่ากรรมการ 25%รายงานข่าวจากกฟผ.แจ้งว่ากฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ บอร์ดกฟผ. จะได้เบี้ยประชุมครั้งละไม่เกิน10,000 บาทต่อครั้งเป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่วนประธานบอร์ดได้ครั้งละ 20,000 บาทขณะที่โบนัสบอร์ด ได้ตามพนักงานกฟผ. เช่นปี 56ได้โบนัส 2เดือนกว่า โดยปี56 ประธานบอร์ดกฟผ. ได้โบนัสประมาณ 522,070บาท รวมทั้งบอร์ดกฟผ. ไม่มีการได้รับสิทธิประโยชน์ใช้ไฟฟ้าฟรีแต่อย่างใดโดยการให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีแก่พนักงานกฟผ.นั้น ที่ผ่านมา พนักงานเคยได้รับจริงแต่เป็นไปในรูปเงินยังชีพ ประเภทค่ากระแสไฟฟ้าที่รวมอยู่ในเงินเดือนและได้ยกเลิกไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 37 เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ

  • อาหาร-เครื่องดื่มคึกรับบอลโลก

    อาหาร-เครื่องดื่มคึกรับบอลโลก

    นายชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คาดว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อาจจะยกเลิกการเคอร์ฟิวทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ ภายหลังจากเรียกคืนอาวุธสงครามได้ตามกำหนดในวันที่ 25มิ.ย.นี้เนื่องจากเชื่อมั่นว่าคสช.จะเร่งดำเนินตามนโยบายเรียกคืนความสุขให้ประชาชนได้เร็วที่สุดเพื่อต้อนรับเทศการการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่กำลังจะมาถึงพร้อมกันนี้มองว่าบรรยากาศการชมฟุตบอลโลกครั้งนี้จะยังคึกคักเหมือนเคยโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพราะเป็นสินค้าที่ผู้รับชมฟุตบอตจะบริโภคกันในระหว่างการชมแม้ว่าตอนนี้จะยังมีการประกาศเคอร์ฟิวในหลายจังหวัดแต่เพราะบรรยากาศการเมืองโดยรวมเริ่มผ่อนคลายลงส่งผลให้อารมณ์ชาวไทยเริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติแล้วขณะเดียวกันกำลังซื้อของชาวไทยขณะนี้เริ่มมีเพิ่มมากขึ้นจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ได้เริ่มทำอย่างเป็นรูปธรรม เช่นการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวแก่ชาวนาซึ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจมีสภาพคล่องและเกิดการจับจ่ายใช้สอยในระบบมากขึ้น“ถึงแม้ตอนนี้จะยังมีการเคอร์ฟิวแต่คนไทยชอบงานรื่นเริง ยิ่งบรรยากาศเอื้ออำนวยก็จะยิ่งคึกคักกันใหญ่โดยปีนี้มองว่าคนก็ยังออกไปดูบอลกันตามร้านแต่อาจจะกลับมาเร็วหน่อย แล้วมาดูต่อที่บ้านยิ่งถ้าการถ่ายทอดสามารถดูได้ผ่านฟรีทีวีทั่วไปพอยกเลิกเคอร์ฟิวร้านอาหารก็คงจะติดจอใหญ่ดึงดูดคนให้มาบริการบรรยากาศจะคึกคักกว่านี้มาก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาหาร-เครื่องดื่มคึกรับบอลโลก