นายสุชาติเดชอิทธิรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าธนาคารเตรียมนำทรัพย์สินรอการขายหรือเอ็นพีเอออกมาจำหน่ายให้กับนักลงทุนที่สนใจผ่านสาขาของธนาคารทั่วประเทศเพื่อเปิดให้นักลงทุนที่สนใจประมูลแข่งขันด้านราคาในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยมีทั้งที่ดินเปล่า อาคารพาณิชย์ โรงแรม สำนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ เช่นจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และทรัพย์ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 15 รายการ มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทมาเสนอขาย โดยผู้ประกอบการที่ให้ราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล “ในช่วงที่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี58 ทำให้นักลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์เข้ามาหาพื้นที่เพื่อเตรียมลงทุนสร้างคลังสินค้าเป็นจำนวนมากขณะที่พื้นที่ในภาคใต้ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมโดยนักลงทุนที่สนใจลงทุนจะมาจากประเทศรัสเซียและจีนเพราะพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้ความต้องการทรัพย์ยังมีอย่างต่อเนื่องแม้ว่าในบางพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาความไม่สงบ เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังนิยมท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติส่วนภาคเหนือแม้เกิดปัญหาแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงรายแต่นักลงทุนยังสนใจที่ยังลงทุนโรงแรมเพิ่มเช่นกัน ซึ่งทรัพย์โรงแรมที่นำออกมาขายส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวถึง 5 ดาวมูลค่าประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท” ทั้งนี้ในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถขายเอ็นพีเอได้ประมาณ8,000 ล้านบาท โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา(ม.ค.พ.ค.) มียอดขายเอ็นพีเอแล้วประมาณ3,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งยังไม่ปรับเป้าใหม่ เพราะในช่วงที่เหลือของปีนี้ธนาคารจะเร่งทำตลาดเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทรัพย์เร็วขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนทรัพย์หัวเมืองใหญ่เปิดประมูล 2,000 ล้าน
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ขนทรัพย์หัวเมืองใหญ่เปิดประมูล 2,000 ล้าน
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 3.76 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย วันที่ 5 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทย ดีดตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นทยอยปรับลดลงแรงสู่จุดต่ำสุดในช่วงเช้า และแกว่งตัวผันผวน ทั้งในแดนบวก และแดนลบตลอดการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุน เริ่มกลับมามีความเชื่อมั่น ต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนตามภาวะตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงพักฐาน เพื่อรอความชัดเจนในหลายด้าน เช่น ผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในช่วงเย็นวันที่ 5 มิ.ย. และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันที่ 6 มิ.ย. นี้ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,455.08จุด และลดลงต่ำสุด 1,444.98 จุด จนมาปิดตลาด 1,453.16 จุด เพิ่มขึ้น 3.76 จุด หรือ 0.26% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 48,574.50 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ไทยอะโกร ปิดที่ 5.60 บาท เพิ่มขึ้น 3.60บาท2.พีทีทีจีซี ปิดที่ 67.00 บาท ลดลง 2.00 บาท3.ปตท. ปิดที่297.00 บาท ลดลง 4.00 บาท4.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 16.00 บาท ลดลง 0.20 บาท5.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 5.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 3.76 จุด -

ชง ประยุทธ นั่งประธานนโยบายท่องเที่ยว
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ช.ช.) คนใหม่ โดยให้บุคคลที่มีอำนาจสูงสุด เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามารับตำแหน่ง เพื่อช่วยเป็นการเร่งพัฒนา และแก้ปัญหาการท่องเที่ยวได้รวดเร็ว อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอื่นที่มักมีปัญหาล่าช้า “การตั้ง ท.ช.ช.ขึ้นมา ถือเป็นความสำคัญลำดับแรกที่ภาคการท่องเที่ยวต้องการ เพราะการทำงานของคณะดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและวางแนวทางพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้โครงสร้างเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ สทท.พร้อมจะร่วมมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำงานในฝ่ายเลขาคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อนำเสนอประเด็นที่ต้องการผลักดันแก้ไขได้ทันท่วงที” สำหรับประเด็นที่ต้องการให้มีการขับเคลื่อน 3 เรื่องแรก คือ การบริหารงบประมาณด้านการท่องเที่ยว ที่ควรบูรณาการให้เกิดประโยชน์และหน่วยงานที่ได้รับนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เรื่องต่อมาเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนการสื่อสารสร้างความมั่นใจต่อต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมายังต่างคนต่างสื่อสารไปคนละทิศทาง แต่ในภาวะปัจจุบันการที่ภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนมาร่วมมือกันเพื่อวางแผนการสื่อสารในแนวทางเดียวกันได้ จะเป็นผลดีต่อการฟื้นตลาดได้มากกว่า ส่วนข้อสุดท้าย คือการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในท่องเที่ยวซึ่งก่อปัญหาให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ แก๊งค์แท็กซีป้ายดำ และกลุ่มผู้ให้เช่าเจ็ตสกี ซึ่งมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังในการข่มขู่เอารัดเอาเปรียบกับนักท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาเห็นการทำงาน คสช.บ้างแล้วในการปราบปรามกลุ่มเหล่านี้และจับกลุ่มอย่างเข้มงวด ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี จึงอยากให้มีการขยายผลต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง ประยุทธ นั่งประธานนโยบายท่องเที่ยว