ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (21 พ.ย.) ดัชนีปรับลดลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนัก ตามแรงเทขายทำกำไร รวมถึงเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ลดลง เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลเรื่องการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) อีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการที่โกลด์แมนแซคออกมาปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย รวมถึงนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจร้อนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,387.93 จุด ลดลง 16.88 จุด หรือลดลง 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,644.75 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 16.88 จุด
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 16.88 จุด
-

ราคาทองคำ 21 พ.ย. 56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 250 บาท
วันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:17 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 250 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขายบาทละ 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 250 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท เวลา 09:17 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 21 พ.ย. 56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 250 บาท -

ส่งออกฉุดจีดีพี
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 56 นี้ จะเติบโตได้แค่ 3% จากปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 6.4% สศช.ได้ปรับจีดีพีมาหลายรอบ จนล่าสุด ปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากสุด คือ การส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะไม่เติบโต หรือ โตแค่ 0% ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์บอกว่า ส่งออกน่าจะโตได้ 1% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7-7.5% ก็ยังรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมส่งออกได้น้อยกว่าเป้าหมายมากมายขนาดนั้นแต่พอ สศช.ออกมาระบุว่า ส่งออกไม่เติบโต ส่งผลให้ จีดีพี น่าจะขยายตัวแค่ 3% นั่นก็แสดงว่าทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวอย่างชัดเจน จะเห็นว่าสินค้าหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ยอดส่งออกลดลง ข้าวเคยได้ปีละ 2 แสนล้านบาท แต่ลดลงฮวบฮาบเหลือแค่แสนล้านบาทยิ่งค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อต้นปี ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ลำบาก เพราะสินค้าไทยแพงกว่าเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่ได้รับความสนใจ ส่งออกปีนี้ไม่กระเตื้อง แต่ก็มีการมองไปถึงปีหน้า ว่าจะเป็นความหวังได้ เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้คนอเมริกันมีเงินในกระเป๋าที่จะจับจ่ายใช้สอย จึงมองว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาในปีหน้า และน่าจะส่งอานิสงส์ให้ส่งออกของไทยกลับมาบวกมากขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และบริหารจัดการน้ำ ทั้ง 2 โครงการเป็นความหวังของรัฐบาล ที่หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตเพิ่ม ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1% ตลอด 7 ปีที่ดำเนินโครงการ แต่รัฐบาลจะสะดุดขาตัวเองก่อนหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรเสียงส่งออกก็ยังเป็นพระเอก ที่มีผลต่อการเติบโตของประเทศอันดับแรก ที่รัฐบาลจะต้องเร่งทั้งตลาดหลัก และตลาดใหม่ควบคู่กันไป ปีนี้ส่งออกไม่ติดลบก็ถือว่าดีแล้ว ที่สามารถประคับประคองตัวได้ แต่หากกำลังซื้อชะลอพร้อมกันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เหมือนที่ผ่านมาอีก คงต้องเหนื่อยกันอีกหลายยก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกฉุดจีดีพี