การติดต่อสื่อสารหรือรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากเลยนะครับต่อโลกเทคโน โลยีในศตวรรษที่ 21 ของเรา ไม่ต้องยกตัวอย่างอื่นไกล เอาแค่การติดต่อสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก การโทรศัพท์หากันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์หรือสไกป์ การสืบค้นข้อมูลด้วยกูเกิลเสิร์ชเอนจิน การใช้ระบบนำ ทางอย่างกูเกิลนาว (Google Now) หรือแม้แต่เกมคลายเครียดยอดนิยมอย่างไลน์ คุกกี้รัน ก็ล้วนแล้วแต่ต้องทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น ที่ผมยกตัวอย่างไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งของบทบาทความสำคัญของอินเทอร์เน็ต ในยุคปัจจุบันเท่านั้นนะครับ จริง ๆ แล้วอินเทอร์เน็ตสมัยนี้ยังทำอะไรได้อีกหลาย ๆ อย่างจนผมบรรยายได้ไม่หมดในคอลัมน์ นี้เลย แต่คุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของ ผมทราบไหมครับ ว่าในความเป็นจริงแล้วจำนวนของประชากรโลกที่สามารถเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้นั้นกลับครอบ คลุมเพียง 39% ของประชากรโลกที่มีกว่า 7.1 พันล้านคน หรือก็คือมีคนบนโลกเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นเองนะครับที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ การจะทำให้คนบนโลกที่เหลืออีกประมาณ 2 ใน 3 โดยเฉพาะคนที่อาศัยในถิ่นที่ห่างไกล ในประเทศที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยครับ ไหนจะต้องมีการวางระบบเครือข่าย ไหนจะต้องมีการใช้ไฟฟ้า ไหนจะต้องมีคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ว่าต้นทุนราคาการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตก็ต้องเป็นราคาที่ไม่แพงเกินไปสำหรับค่าครองชีพของคนในประเทศนั้น ๆ อีกนะครับ ว่าง่าย ๆ ก็คือการจะกระจายอินเทอร์เน็ต ให้กับคนทั่วโลกได้อย่างทั่วถึงนี้ยังคงเป็นความท้าทายหนึ่งของนักประดิษฐ์หลาย ๆ คนทั่วโลกอยู่ครับ กูเกิล บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านไอที เป็นบริษัทนักประดิษฐ์หนึ่งที่ลงมาเล่นในเรื่อง นี้ครับ โครงการ Loon ซึ่งมีที่มาจากคำว่าบอลลูน (Balloon) เป็นโครงการหนึ่งของ กูเกิลที่ใช้บอลลูนลอยฟ้าเป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตสู่ภาคพื้นดิน จากระดับ ชั้นบรรยากาศที่ความสูงประมาณ 30 กิโลเมตร โดยบอลลูนนี้ใช้แผงโซลาร์เซลล์หรือแผงผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหลัก และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ปล่อยออกมานั้นสามารถมีความเร็วได้ถึง 3G หรือเผลอ ๆ อาจจะมากกว่าด้วยครับ สำหรับบ้านไหนที่อยู่ในรัศมีของบอลลูนนี้ หากต้องการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตฟรีจาก Loon ก็เพียงแต่ติดตั้งเสาอากาศตัวรับสัญญาณที่เป็นบอลลูนลูกเล็ก ๆ เอาไว้ก็พอ ซึ่ง ณ ตอนนี้โครงการ Loon นี้ได้เริ่มทำระบบนำร่องที่ประเทศนิวซี แลนด์กันแล้วนะครับ โครงการ Loon จากกูเกิลนี้ไม่ได้เป็นโครงการเดียวนะครับ ที่มีจุดประสงค์ในการเผยแพร่สัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กับคนใน ถิ่นที่อยู่ห่างไกลที่ยากต่อการติดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตอนนี้ เฟซบุ๊ก บริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกก็มีโครงการลักษณะเดียวกันออกมาภายใต้ชื่อ Face book’s Connectivity Lab โดยเป็นการใช้โดรนซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับมาเป็นตัวกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอินเทอร์เน็ตดอตโออาร์จี (Internet.org) ที่มีเฟซบุ๊กเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์ผู้สนับสนุน โดยมีเป้าหมายเริ่มต้นแห่งแรกที่ทวีปแอฟริกา เพราะเป็นทวีปที่ค่อนข้างห่างไกลจากโลกเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมากที่สุดทวีปหนึ่งในโลกนั่นเองครับ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิร์กได้พลิกโฉมโลกของเราไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับ แต่ผมเชื่อว่าผล จากโครงการอินเทอร์เน็ตลอยฟ้าฟรีนี้ ถ้าสามารถทำได้สำเร็จสมบูรณ์แบบเมื่อไหร่ ก็ยังจะสามารถเปลี่ยนโฉมโลกของเราได้อย่างมหาศาลอีกครั้ง คำว่าโลกไร้พรมแดนและโลกแห่งความเท่าเทียมจะเป็นจริงมากยิ่งขึ้น คนในดินแดนหรือทวีปที่ห่างไกลที่เคยเข้าออกได้ยาก จะสามารถก้าวออกมายืนใต้สปอตไลต์บนเวทีสาธารณะชื่อ โลกอินเทอร์เน็ตที่ ๆ ทุกคนมีความเท่าเทียมและเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าแต่ละยุคแต่ละสมัย เมื่อเกิดช่วงเวลาที่โลก มีการเปลี่ยนแปลง มันก็มีทั้งผลประโยชน์เก่าบางอย่างที่หายไปและโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมา สำหรับผมนั้นเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์เองด้วย ใครที่รู้เท่าทันกระแสความเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวเข้ากับกระแสนี้ได้ ใครคนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะที่สามารถได้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลานี้ในโลกเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้ครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริการอินเทอร์เน็ตฟรีผ่านบอลลูน – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
Blog
-

บริการอินเทอร์เน็ตฟรีผ่านบอลลูน – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
Facebook Comments -

เมื่อ facebook และ line กลายเป็นเครื่องมือ ‘นอกใจ’ ของคนรุ่นใหม่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเครื่องมือสื่อสารแห่งยุคทั้ง 2 ตัวกลายเป็นชนวนเหตุให้คู่รักนับร้อยนับพันต้องเลิกรา และอีกหลายครอบครัวต้องร้าวฉานเพราะ Cyber Cheating จู่โจมถึงในห้องนอนอย่างไม่ทันตั้งตัว สำหรับคนวัย 30+ การใช้ facebook และ line ช่วยให้เรากลับมาเจอเพื่อนเก่า ๆ ทั้งสมัยอนุบาล ประถม มัธยม ป.ตรี ป.โท ฯลฯ ยิ่งแบ่งกลุ่มเปิดห้องคุยกันยิ่งสนุก เพราะได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ความทรงจำเก่า ๆ รวมถึงคนที่เราเคยแอบชอบ แอบกรี๊ด ก็มาให้ได้คุยกันอีกหลังจากไม่เจอกันเป็นสิบปี เมื่ออายุอานามมากขึ้น ความเก๋าในชีวิตก็มากตาม จนหลาย ๆ คนไม่อายที่บอกเพื่อนเก่าบางคนว่า “เราเคยแอบชอบเธอนะ” ทั้ง ๆ ที่ตอนโน้นได้แต่หน้าแดงแป๊ดไม่กล้าบอกใคร สำหรับคนในวัยนี้การที่ใครบางคนมาบอกว่า แอบปลื้มถือเป็นมงคลสูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิต หากยังโสดอยู่ก็อาจถือเป็นจังหวะเหมาะที่จะได้ก้าวลงจากคาน แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ถือว่าได้มีอะไร ๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระชวยบ้าง แต่สำหรับหลาย ๆ คนมันไม่เป็นอย่างนั้น… รอบปีที่ผ่านมานี้ เพื่อนฝูงคนรอบตัวผม 3 คู่ที่ต้องประสบมรสุมชีวิตคู่ 2 คู่ในนั้นถึงขั้นหย่าขาดจากกัน เพียงเพราะมิตรภาพจาก face book และ line นี่เอง คู่แรก เป็นเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันมานาน โดยฝ่ายชายเคยแอบชอบฝ่ายหญิง และยังคงชอบอยู่ถึงเวลาจะผ่านมากว่าสิบปีและฝ่ายหญิงไปมีครอบครัวแล้ว แต่สมาร์ทโฟนกลายเป็นสื่อให้ทั้งคู่ได้กลับมาเผยความในใจ ปรึกษาทุกข์สุข และกลายเป็นการนัดพบกันในที่สุด เพียงแค่ฝ่ายชายบอกว่า “ยังรอเธอ อยู่” ก็ทำให้ฝ่ายหญิงตัดสินใจหย่าขาดจากสามี เพราะเธอรู้สึกว่าสามีมัวแต่รักลูก ไม่มีเวลาให้เธอ ไม่เหมือนเขาคนนั้น (ก็แหงล่ะ มันไม่ต้องดูแลลูกนี่หว่า …อันนี้วิญญาณความเป็นพ่อของผมขอพิมพ์หน่อย) คู่ที่สอง ปลายปีที่แล้วเพื่อนผมโทรฯกลับมาคุยกับผมอย่างร่าเริงว่า เพิ่งไปนัดพบกับเพื่อนเก่าในกลุ่ม line และพบว่า ยัยเด็กกะโปโลผอมกะหร่องสมัย ม.ต้นนั้นกลายเป็น สาวงามที่ใคร ๆ ก็เหลียวมอง ซึ่งหากว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว สาว ๆ ในวัย 30 อัพ ผมเชื่อว่าสวยกว่าสมัยเรียนอย่างน้อยก็ 54.23% ละครับ เพราะเธอใส่ใจตัวเองมากขึ้น แต่งตัวเป็น และกล้าโชว์ในสิ่งที่ควรโชว์ ลำพังแค่ชื่นชมความสวยความน่ารักของเพื่อนก็คงไม่มีใครว่าอะไร แต่ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว มีฐานะ มีหน้าที่การงานมั่นคง ก็อาจเตะตาสาว ๆ บางคนได้เหมือนกัน จนถึงวันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าทั้งคู่สานต่อความสัมพันธ์จนใบหย่าตามมาในที่สุด คู่สุดท้าย พิเศษกว่าคู่อื่นเพราะเคยเป็น “แฟนเก่า” ซึ่งเขียนแค่นี้ก็คงพอจะนึกออกใช่ไหมครับว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร โดยแฟนเก่าคู่นี้ต้องเจอปัญหายุ่งยากซับซ้อนเพราะทั้งคู่มีครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันทั้งคู่ เมื่อถ่านไฟเก่าติดแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน แต่กลายเป็น 5-6 คนเพราะแต่ละฝ่ายก็มีลูก มีสามี มีภรรยา ต้องดูแลกันอยู่แล้ว คู่นี้ยังดีเพราะความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้นทำให้ครอบครัวล่มสลาย และมีเพื่อนฝูงที่รู้เรื่องเสนอตัวเป็น “เผือก” เข้ามาแก้ปัญหาจนยอมแยกย้ายกันไป โดยครอบครัวของทั้งคู่รับรู้ความเป็นจริงและมีรอยร้าวเล็ก ๆ ที่ต้องกลับไปเยียวยากันเอง ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ซะแล้ว เพราะเริ่มมีงานวิจัยออกมาให้เราเห็นมากขึ้นถึงปัญหาของการใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้กับชีวิตคู่ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมิสซูรีก็ ระบุไว้ชัดว่ากลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจยิ่ง ใช้ facebook มากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความขัดแย้งในความสัมพันธ์ได้มากขึ้น (http://munews.missouri.edu/news-releases/ 2013/0606-excessive-facebook-use-can-damage-relationships-mu-study-finds/) The American Academy of Matrimonial Lawyers ก็เปิดเผยผล สำรวจว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีหลักฐานจากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ นำมาใช้ในคดีหย่าร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถึงจะไม่ได้บ่งชี้ว่าจุดเริ่มต้นของการนอกใจจะมาจากเทคโนโลยี แต่ที่ แน่ ๆ มันกลายเป็นหลักฐานคาหนังคาเขาในชั้นศาลไปเรียบร้อยแล้ว ทั้ง facebook และ line ดูจะเป็นจำเลยในกรณีนี้ รวมไปถึงสมาร์ทโฟน ไอแพด ฯลฯ ที่เข้ามาเติมเต็มอารมณ์เหงาให้คนในวัยนี้ แต่เชื่อผมเถอะว่า “ตัวเราเอง” นี่แหละที่หากรู้จักยับยั้งชั่งใจ และรับผิดชอบชั่วดี ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิด ใครที่กำลังจิตใจเบิกบานเพราะได้เจอกิ๊กเก่า ๆ ก็ระวังไว้นะครับ. ปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำ�กัด (มหาชน )
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมื่อ facebook และ line กลายเป็นเครื่องมือ ‘นอกใจ’ ของคนรุ่นใหม่Facebook Comments -

ไอคิว 5.8 ดูดิจิตอลทีวีบนมือถือ – ฉลาดใช้
เป็นเสือปืนไวจริง ๆ สำหรับสามารถ ไอ-โมบาย ดิจิตอลทีวีหรือทีวีดิจิตอล อยู่ในช่วงทดลองออกอากาศได้ไม่กี่วัน ไอ-โมบาย ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนใส่ระบบที่รองรับบริการทีวีดิจิตอล ให้ดูได้ทันที แบบไม่ต้องใช้เน็ต สามารถ ไอ-โมบาย เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่น ที่มี DTV-Digital TV คือ ไอ-แท็บ ดีทีวี จอ 7 นิ้ว ไอคิว 5.8 ดีทีวี และไอคิว 6.8 ดีทีวี ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน แต่ที่จะรีวิวกันคือ ไอคิว 5.8 ดีทีวี (IQ 5.8 DTV) เป็นสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2 แรม 1 กิกะไบต์ หน่วยประมวลผลควอดคอร์ 1.2 กิกะเฮิรตซ์ จอ 5 นิ้ว คิวเอชดี ความละเอียด 540×960 พิกเซล กล้องหลัง 8 เมกะพิกเซล กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล หน่วยความจำเครื่อง 4 กิกะไบต์ เพิ่มได้สูงสุด 32 กิกะไบต์ ใช้ไมโครเอสดีการ์ด แน่นอนว่า ต้องรองรับสองซิม ทั้งสองจี และ 3 จี ตัวเครื่องเบามาก ฝาหลังเปิดได้ แนะนำให้เปิดอย่างระมัดระวัง เพราะบางมาก รุ่นนี้ ไม่ขอเน้นรีวิวการใช้งานสมาร์ทโฟน เพราะน่าจะคุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ดีอยู่แล้ว มีแอพที่อยู่ในเครือสามารถใส่มาพร้อมตัวเครื่อง รวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก วอทส์แอพ ยูทูบ และโปรแกรมการใช้งานออฟฟิศ ฯลฯ ความโดดเด่นของไอคิว 5.8 อยู่ที่ การเป็นสมาร์ทโฟนที่มีระบบดิจิตอล มาตรฐาน DVB-T2 (Digital Video Broadcasting 2-Terrestrial) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรป ทำให้เราดูทีวีดิจิตอลได้ทันที โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ในหน้าจอหลักของ ไอคิว 5.8 จะมีไอคอน DTV แค่เข้าไปที่ไอคอนนี้ ดึงเสาอากาศที่ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ก็รับสัญญาณทีวีดิจิตอลของบ้านเราทั้ง 24 ช่อง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงทดลองออกอากาศมาดูได้ทันที แม้จะไม่ได้ใส่ซิม ก็เหมือนกับเราเปิดวิทยุฟังนั่นแหละ ถ้าอยู่ในโซนที่สถานีโทรทัศน์ดิจิตอลแพร่ภาพทั่วถึง ก็ดูได้คมชัด เหมือนมีทีวีเครื่องเล็กพกติดตัว แต่หากอยู่ในจุดอับ หรือนอกสัญญาณก็ต้องทำใจ อาจจะดูได้แบบติดขัด ๆ หรือดูไม่ได้เลย ก็อย่าเพิ่งก่นด่าคุณภาพของโทรศัพท์หรือทางสถานี เพราะเค้าอยู่ในช่วงทดลอง ทั้งเนื้อหาและสัญญาณภาพ ยังไม่คงที่ จะติก็เรื่องเสาอากาศที่มาพร้อมตัวเครื่อง มีขนาดใหญ่กว่าไม้จิ้มฟันหน่อยเดียว ดึงเข้าดึงออกแทบจะหักคามือ น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนกันบ่อย แต่ไอ-โมบายบอกว่า ถ้าหักก็มีอะไหล่ให้เปลี่ยน ราคา หลักสิบบาท…แล้วทำไมไม่ทำให้มันแข็งแรงมากกว่านี้ ตัวเสาอากาศดึงออกมาใช้งานได้ทั้งแบบยาวและแบบสั้น ขอยํ้า โปรดดึงอย่างระมัดระวัง ราคา 5,990 บาท น่าสนมาก ๆ ถ้าอยากมีทีวีดิจิตอลพกติดตัว. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอคิว 5.8 ดูดิจิตอลทีวีบนมือถือ – ฉลาดใช้Facebook Comments