Blog

  • บีโอไอฝ่าการเมืองร้อนประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

    บีโอไอฝ่าการเมืองร้อนประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

    แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการบีไอโอ จะประชุมนัดแรก เพื่ออนุมัติโครงการต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เบื้องต้นคาดว่า จะพิจารณากลั่นกรองโครงการส่งเสริมการลงทุน รวมมูลค่ากว่า 150,000 – 160,000 ล้านบาท เพื่อเสนอให้บอร์ดบีโอไออนุมัติ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์  รวมทั้งธุรกิจพลังงาน ธุรกิจไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจสายการบิน นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 16 พ.ค. นี้ จะเป็นการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เป็นครั้งแรก  เพื่ออนุมัติโครงการ และกลั่นกรองโครงการที่มีมูลค่าเกิน 750 ล้านบาท ให้บอร์ดบีไอโออนุมัติในเร็วๆนี้  ส่วนจะประชุมบอร์ดบีโอไอได้เมื่อไรนั้น อยู่ระหว่างการประสานงานการประชุมกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ขณะที่เป้าหมายการส่งเสริมการลงทุนทั้งปี ยังตั้งหมายไว้ในกรอบ 700,000 – 900,000  ล้านบาทเช่นเดิม “สิ่งจำเป็นที่สุดในขณะนี้คือ การอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า แม้ว่าประเทศไทย จะมีสถานการณ์ทางการเมือง แต่ก็ยังสามารถดำเนินนโยบายการส่งเสริมการลงทุนได้  เพราะขณะนี้เชื่อว่า นักลงทุนต่างๆ ยังไม่กังวลในสถานการณ์ต่างๆในประเทศไทยมาก เพราะการลงทุนเป็นเรื่องการวางแผนระยะยาว แต่สถานการณ์ที่เกิดในปัจจุบันเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น และตั้งแต่มีการตั้งบอร์ดบีโอไอชุดใหม่ขึ้นมาได้ จึงทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลงได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บีโอไอฝ่าการเมืองร้อนประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

  • ไอบีเอ็มชี้ผู้บริหารองค์กรสนใจลูกค้าดิจิทัลมากขึ้น

    ไอบีเอ็มชี้ผู้บริหารองค์กรสนใจลูกค้าดิจิทัลมากขึ้น

     วันนี้(15 พฤษภาคม 2557)ที่โรงแรมดิโอกุระเพรสทีจ กรุงเทพ  ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย)แถลงผลการสำรวจผู้บริหารประจำปีฉบับล่าสุดในหัวข้อ “The Customer-activatedEnterprise” หรือ องค์กรที่ตื่นตัวต่ออิทธิพลจากลูกค้าซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากการสนทนาแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหาร กว่า 4,000 คนทั้งผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) ผู้บริหารฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ)ผู้บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ (ซีไอโอ)และผู้บริหารระดับสูงอื่นๆ จาก 70 ประเทศและ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลกโดยประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชน 75 คนจากภูมิภาคอาเซียนครอบคลุมกว่า 12 กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งนี้จากผลสำรวจโดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม(IBM Institute for Business Value) ผู้บริหารระดับสูงในอาเซียน  ได้ระบุว่าปัจจัยด้านตลาดและเทคโนโลยี  ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรในอนาคต  เช่นเดียวกับองค์กรระดับโลก  โดยผู้บริหารในอาเซียนเล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วง3-5 ปีข้างหน้า  ซึ่งคาดว่าองค์กรจะมีการเปิดกว้างมากขึ้นเพื่อตอบรับอิทธิพลจากลูกค้า ทั้งยังต้องการพันธมิตรที่จะร่วมส่งเสริมมูลค่าทางธุรกิจและตระหนักอย่างจริงจังถึงบทบาทของโซเชียลและดิจิทัลในการพัฒนาการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น  นางพรรณสิริ อมาตยกุลกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า  แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกมีความคิดเห็นที่แตกต่างกับเกี่ยวกับแรงกดดันภายนอกที่มีความสำคัญมากที่สุด  แต่ผู้บริหารทั้งหมดต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเทคโนโลยีคือหนึ่งในสามปัจจัยแรกที่สร้างแรงกดดันต่อองค์กรมากที่สุด  ในขณะที่โลกดิจิทัลกำลังเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีอำนาจเพิ่มมากขึ้นและเปลี่ยนความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อองค์กรอย่างเห็นได้ชัดในปี 2557 ไอบีเอ็มคาดการณ์ว่าลูกค้าดิจิทัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆสนใจดูผลการสำรวจได้ที่ www.ibm.com/csuitestudy 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอบีเอ็มชี้ผู้บริหารองค์กรสนใจลูกค้าดิจิทัลมากขึ้น

  • ยรรยง ฟุ้งปีนี้ทวงแชมป์ส่งออกข้าวคืน

    ยรรยง ฟุ้งปีนี้ทวงแชมป์ส่งออกข้าวคืน

     นายยรรยง พวงราช รักษาการ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 57 คาดว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกข้าวสูงสุดในโลกได้ แทนประเทศอินเดีย เพราะทิศทางราคาข้าวไทยน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้าวขาว) ขณะที่ราคาข้าวเปลือกเจ้าในประเทศ ความชื้น 15% อยู่ที่ตันละ 5,800-6,900 บาท ความชื้น 25% อยู่ที่ตันละ 5,865-7,325 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงก่อนที่จะมีโครงการรับจำนำ  “เชื่อว่าตอนนี้ราคาข้าวในตลาดโลกน่าจะอยู่ในระดับที่ทรงตัวแล้ว ไม่น่าจะลดลงไปอีก และราคาข้าวในระดับนี้การส่งออกข้าวไทยให้เป็นอันดับ 1 ของโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่เป็นผลดีเพราะจะขายได้ในมูลค่าที่ไม่น่าพอใจเท่าไร อย่างไรก็ตามในความเห็นส่วนตัวก็มองว่าในช่วงที่รัฐจำเป็นต้องใช้เงินมาจ่ายให้ชาวนาและใช้หนี้ในโครงการรับจำนำข้าว หากมีผู้เสนอราคามาต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้ 5-10 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ก็ควรระบายไปก่อน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยรรยง ฟุ้งปีนี้ทวงแชมป์ส่งออกข้าวคืน