วันนี้ (14 ต.ค.) นางปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท กล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนว่าผู้นำหมู่บ้านในเขตอำเภอบางบัวทองมีการอ้างชื่อพนักงานนำส่งไปรษณีย์ได้นัดหมายให้นำบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านไปแลกคูปองพร้อมกล่องทีวีดิจิตอลพร้อมกัน ณ จุดๆ หนึ่งของหมู่บ้านนั้น ทางไปรษณีย์ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้บุรุษไปรษณีย์ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมคูปองร่วมกับผู้นำชุมชนแต่อย่างใด เพราะถือว่าผิดวินัยของปณท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบคือ ผู้นำหมู่บ้านมีการอ้างชื่อบุรุษไปรษณีย์และนัดแนะกับลูกบ้านให้ไปรับคูปองพร้อมกล่องทีวีดิจิตอลในวันเดียวกันทั้งหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์และรู้เห็นกันเองของผู้นำชุมชนกับตัวแทนจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอล ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงต้องลงไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด “ปณท ได้สั่งการอย่างชัดเจน โดยห้ามพนักงานหรือบุรุษไปรษณีย์ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้นำหมู่บ้าน หรือบุคคลอื่นๆ เพื่อชี้นำหรือสนับสนุนผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลรายใดรายหนึ่ง เพราะถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง” นางปริษา กล่าว สำหรับขั้นตอนการจำหน่ายคูปองไปยังครัวเรือนนั้น บุรุษไปรษณีย์จะต้องนำจ่ายไปยังบ้านที่มีรายชื่อตามที่ได้คัดเลือกมาแล้ว และต้องมีผู้เซ็นรับทุกรายเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับคูปอง และหากไม่มีใครอยู่บ้านเจ้าหน้าที่จะนำไปจ่ายให้ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้ง และหากไปมีผู้รับอีกจะทำใบแจ้ง (ขนาดเท่าโปสการ์ด) ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่มาแล้วแต่ไม่มีคนอยู่และให้ไปรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ภายใน 7 วัน และหากยังไม่มาจะส่งใบแจ้งครั้งที่ 2 จนครบ 15 วัน ยังไม่มีผู้ติดต่อขอรับก็จะเก็บไว้จนหมดอายุวันที่ 31 พ.ค.58 และนำส่ง กสทช.ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท ชี้ไม่มีนโยบายร่วมมือผู้นำหมู่บ้านนัดรับคูปองทีวีดิจิตอล
Blog
-

ปณท ชี้ไม่มีนโยบายร่วมมือผู้นำหมู่บ้านนัดรับคูปองทีวีดิจิตอล
Facebook Comments -

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. โตสุดรอบ 115 เดือน
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ และรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วประเทศเดือนก.ย. 57 มีค่า 45.8 เป็นอัตราสูงสุดในรอบ 115 เดือน เนื่องจากประชาชนยังคาดหวังว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ จะเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 58 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งเร่งรัดการแก้ปัญหาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างไรก็ตาม แม้ว่าดัชนีในเดือนก.ย. จะสูงสุดในรอบ 115เดือน แต่ในภาพรวม ยังคงเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ระดับ 50 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ จากความกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ จนส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับตัวเลขการว่างงานปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายประชาชนได้รับความเดือดร้อน“ผู้บริโภคยังความคาดหวังที่มีต่อรายได้ในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 20 เดือน หรืออยู่ในระดับ 53.3 ซึ่งสูงกว่าที่ระดับ 50 แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต และคาดหวังว่าการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ยกเว้นในส่วนการวางแผนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ และรถยนต์ใน 6 เดือนข้างหน้า ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่ดี เพราะผู้บริโภคยังมีปัญหาค่าครองชีพ ที่ปัจจุบันรายได้ ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. โตสุดรอบ 115 เดือนFacebook Comments -

ตลาดสั่งสร้างบ้าน5-10ล้านบาทมาแรง
นายธีระศักดิ์ บุญวาสนา อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ได้สำรวจผู้ที่มาจองซื้อบ้านในงานมหกรรมรับสร้างบ้าน โฮม บิวเดอร์ เอ็กซ์โป 2504 ที่ผ่านมา พบว่ากำลังซื้อของผู้ที่ต้องการสร้างบ้านในกลุ่มอายุไม่เกิน 30 ปี ส่วนใหญ่จะสั่งสร้างบ้านราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ส่วนช่วงอายุ 31-55 ปี จะมีกำลังซื้อบ้านราคา 5-10 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่น่าจับตา โดยในช่วงอายุดังกล่าวนั้น สอดคล้องกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการปลูกสร้างบ้านมากที่สุด คือกลุ่มแต่งงาน แยกครอบครัว 26.11% รองลงมาคือกลุ่มครอบครัวขยาย เนื่องจากมีสมาชิกมากขึ้น 19.72%สำหรับสาเหตุที่ใช้บริการบริษัทรับสร้าง เนื่องจากมั่นใจเรื่องของคุณภาพ และความประณีตในงานก่อสร้าง มีประสบการณ์ความน่าเชื่อถือ ลดความกังวลปัญหาการไม่ทิ้งงาน แต่อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง มีผลต่อการตัดสินใจชะลอการปลูกบ้าน แต่ขณะเดียวกัน โปรโมชั่นในงานนั้น ก็มีผลต่อการกระตุ้นการตัดสินใจเช่นกัน“ผู้บริโภคที่ต้องการปลูกบ้านส่วนใหญ่ จะมีที่ดินอยู่แล้ว โดยทำเลที่จองปลูกบ้านมากที่สุด อยู่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด สัดส่วนกว่า 29.44% รองลงมาคือ เขตปริมณฑล 23.06% ซึ่งสะท้อนถึงที่ดินในเขตกรุงเทพฯ มีราคาแพงขึ้น และมีพื้นที่ที่จะสร้างบ้านเดี่ยวได้มีน้อยลง สำหรับแบบบ้านที่ได้รับความสนใจของผู้บริโภคได้แก่ คอนเทมโพรารี่ และต้องการของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอันดับแรกต้องการพื้นที่ 151-250 ตารางเมตร รองลงมาคือไม่เกิน 150 ตร.ม.”สมาคมฯจะนำข้อมูลดังกล่าว ไปหารือกับสมาชิก เพื่อพัฒนาปรับปรุงแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น จากปัจจุบันที่การเลือกแบบบ้านของลูกค้านั้น มีอิทธิพลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ และการเติบโตทางอาชีพ เบื้องต้นประเมินไว้ 5 ประเภท เช่น บ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมคุ้มค่ากับขนาดที่ดินในเมือง ,บ้านที่ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยเพื่อพักอาศัยและมีพื้นที่สำนักงานอยู่ในอาคารเดียวกัน , บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านพักตากอากาศ ,บ้านหลายครอบครัวบ้านพักอาศัยที่ออกแบบให้อยู่ร่วมกันสองครอบครัวขึ้นไปอยู่ในอาคารเดียวกัน และสุดท้าย บ้านขนาดใหญ่ หรือคฤหาสน์ มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 1,000 ตร.ม.ขึ้นไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดสั่งสร้างบ้าน5-10ล้านบาทมาแรงFacebook Comments