Blog

  • ชงครม.ปิดโครงการรถคันแรก

    ชงครม.ปิดโครงการรถคันแรก

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯเตรียมเสนอให้ ครม. ปิดโครงการรถคันแรก ปีงบประมาณ 58 เนื่องจากที่ผ่านมา มติครม.เป็นแบบปลายเปิดไม่ได้กำหนดวันรับรถยนต์ ดังนั้นกรมคิดว่าการที่เสนอไปให้ ครม.พิจารณาและเห็นชอบปิดโครงการดังกล่าว เพื่อสะดวกต่อการจัดทำงบประมาณและการคืนให้กับผู้ได้สิทธิ์รถคันแรก ทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวควรมารับรถยนต์ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ทั้งนี้ การนำเสนอครม.เพื่อปิดโครงการจะเสนอไปพร้อมกับการของบเพื่อนำมาจ่ายคืนให้กับผู้ได้สิทธิ์รถคันแรกเพิ่มเติม เนื่องจากครม.เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติงบมาเพิ่มเพียง 3,100 ล้านบาท จากที่ขอไป 8,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายถึงก.ย.57 โดย ครม.ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการผูกพันต่อรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่เหลืออยู่ 5,100 ล้านบาท ทำให้เหลือเงินที่จะจ่ายเพียง 8,200 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้จ่ายเงินคืนภาษีได้แค่เดือนก.ค.57 โดยวันที่ 9 พ.ค.มียอดที่ต้องจ่ายคืน 3,000 ล้านบาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงครม.ปิดโครงการรถคันแรก

  • สั่งสรรพากรรีดภาษีเพิ่ม 3 แสนราย

    สั่งสรรพากรรีดภาษีเพิ่ม 3 แสนราย

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้สั่งการให้กรมสรรพากรเร่งขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคลในปีงบประมาณ 58 เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 300,000 ราย เพื่อให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้น หลังจากที่ปีงบประมาณ 57 คาดว่าการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 150,000 ล้านบาท ทั้งที่มีการลดภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคลธรรมดา แต่ไม่สามารถทำให้คนที่อยู่นอกระบบภาษีเข้ามาเสียภาษีได้มากขึ้น จึงต้องตั้งเป้าขยายฐานภาษีใหม่ให้ชัดเจน และกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลงานของผู้อธิบดีกรมสรรรพากรในปีงบประมาณ 58 ด้วยทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ยืนแบบภาษีบุคคลธรรมดา 10.2 ล้านราย โดยจำนวนนี้เป็นผู้ยื่นแบบและเสียภาษีประมาณ 6 ล้านราย อย่างไรก็ดี การลดอัตราภาษีจาก 37% เหลือ 35 และขยายอัตราภาษีจาก 5 อัตรา เป็น 7 อัตรา ทำให้การเสียภาษีของบุคคลธรรมดาลดลง 25% ในส่วนของภาษีนิติบุคคลปัจจุบันมีผู้เสียภาษีประมาณ 400,000 ราย โดยผู้เสียภาษีใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และยังมีแนวโน้มลดลงเพราะผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งปิดกิจการจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การขยายฐานภาษีของกรมสรรพากรในส่วนของนิติบุคคลทำได้ลำบาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งสรรพากรรีดภาษีเพิ่ม 3 แสนราย

  • ศูนย์เตือนภัยฯแนะประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเกรงอาฟเตอร์ช็อก

    ศูนย์เตือนภัยฯแนะประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเกรงอาฟเตอร์ช็อก

    วันนี้ (5 พ.ค.) นาวาเอกสอง เอกมหาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มงานเตือนภัยและเผยแพร่ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า เวลา 18.08 น.ของวันนี้ ได้เกิดการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังในแผ่นดินความลึก 10 กิโลเมตร ขนาด 6.3 ริกเตอร์ โดยประเทศไทยมีความรู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่และได้รับความเสียหายในบริเวณใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ที่บริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงรายสำหรับพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบรุนแรงของแผ่นดินไหวประกอบด้วย 4 จังหวัดใหญ่ๆ คือ เชียงราย พเยาว์ เชียงใหม่ ลำปาง เพราะเกิดจากรอยเลื่อนแม่อิงและแม่จัน ส่งผลกระทบมายังพื้นที่ในจ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานครด้วย โดยเฉพาะตึกที่สูงระดับ 10 ชั้นขึ้นไปได้รับแรงสั่นสะเทือน ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ถือว่ามีความรุนแรงที่สุดในประเทศไทยอย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทางศูนย์ได้ส่งข้อความ (SMS) แจ้งเตือนไปยังประชาชนในเขตพื้นที่แผ่นดินไหวให้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อคขนาดเล็กเกิดขึ้นบ้าง แต่ทางศูนย์ยังคงเตือนให้ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาดใหญ่ตามมา"สำหรับความเสียหายเบื้องต้นเกิดสิ่งของตกลงมาจากที่สูง ฝ้าบนเพดานหลุดร่วง เกิดรอยร้าวของอาคาร แต่ยังไม่พบความเสียหายจากชีวิต ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากศูนย์ฯ อย่างเป็นระยะ" นาวาเอกสอง กล่าวสำหรับสถิติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ทางกรมอุตุนิยม วิทยา ตรวจวัดได้ มีขนาดอยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง คือ ไม่เกิน 6.0 ริคเตอร์ โดยมีเหตุการณ์ครั้งที่สำคัญๆ คือ เมื่อ 17 ก.พ . 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เมื่อ 15 เม.ย. 2526 ขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.9 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และเมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และเมื่อ 11 ก .ย. 2537 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อ 9 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เมื่อ 21 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และ เมื่อ 22 ธ.ค. 2539 มีขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณพรมแดนไทย-ลาว ทั้งนี้สำหรับความรุนแรงของแผ่นดินไหวนั้น ถ้ารุนแรงขนาด 1-2.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ ถ้ารุนแรงขนาด 3-3.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน และถ้ารุนแรงขนาด 4-4.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว และถ้ารุนแรง ขนาด 5-5.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่ ทั้งนี้หากรุนแรง ขนาด 6-6.9 ริคเตอร์ จะทำให้เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย และหากรุนแรงขนาด 7.0 ริคเตอร์ขึ้นไป จะส่งผลให้เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก และวัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็นได้.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯแนะประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเกรงอาฟเตอร์ช็อก