นายรัตนโรจน์ ทวีสิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแห่งอนาคตของคนเมือง และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง โดย กฟน. มีแผนในการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนรวมทั้งสิ้น 20 คัน ในระหว่างปี 2555-2558 ปัจจุบัน กฟน. ได้จัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้นแล้ว 10 คัน เพื่อนำมาใช้งานในกิจการภายใน ตลอดจนได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 10 สถานีที่สำนักงานเขตของการไฟฟ้านครหลวง ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ เพลินจิต, การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ, เขตสามเสน, เขตบางขุนเทียน, เขตลาดกระบัง, เขตบางเขน, เขตบางใหญ่, เขตราษฎร์บูรณะ, เขตสมุทรปราการ และฝ่ายธุรกิจขนส่งและผลิตภัณฑ์ บางพูด โดยปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้ง 10 แห่ง พร้อมให้บริการแก่ประชาชนแล้ว นอกจากนี้ กฟน. ได้พัฒนาประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเครื่องชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินโครงการ The Feasibility Study on Quick Chargers for Electric Vehicles” ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เอบีบี จำกัด ในการสนับสนุนเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Quick Chargers for Electric Vehicles) จำนวน 1 เครื่อง เพื่อการศึกษาและพัฒนาระบบการให้บริการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าแรงดัน 3 เฟส 380 โวลต์ กระแสไม่เกิน 100 แอมป์ แปลงไฟฟ้าให้เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า ใช้เวลาในการชาร์จไฟไม่เกิน 30 นาที พร้อมรองรับการใช้งานของประชาชนในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กฟน.มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 10 แห่ง
Blog
-

กฟน.มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 10 แห่ง
Facebook Comments -

ธ.ก.ส.เล็งขยายกองทุนช่วยเหลือชาวนา
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการ รมช.คลัง และฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คาดว่าเดือนพ.ค.นี้ เงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา จะจนครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม ที่ตั้งเป้าหมายจะครบในเดือนมิ.ย.นี้ โดยส่วนตัวจะให้ขยายระดมเงินเข้ากองทุนฯ อีก 20,000 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เริ่มนำเงินมาสบทบเข้ากองทุนได้แล้ว หลังจากที่ได้รับหนังสือยืนยันว่ากรมบัญชีกลางแล้วว่า ไม่ผิดระเบียบราชการ โดยเงินของอปท.ที่ใช้หมุนเวียนอยู่นั้นมีถึง 200,000 ล้านบาท หากนำมาฝากไว้ในกองทุนแค่ 10% หรือคิดเป็นเงิน 20,000 ล้านบาททั้งนี้ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ประเมินแนวทางการหาเงิน เพื่อนำมาจ่ายจำนำข้าวที่ยังค้างอยู่อีก 90,000 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 190,000 ล้านบาท ซึ่งการใช้เครื่องมือที่ ธ.ก.ส.มีอยู่ช่วยได้บางส่วน อาทิ กองทุนช่วยเหลือชาวนา ที่ล่าสุดมีเงินมาฝาก และบริจาคแล้วกว่า8,000 ล้านบาท และการนำเงินออกไปจ่ายให้ชาวนาแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจะทยอยจ่ายให้ชาวนาอีกวันละ 1,000ล้านบาท จนกว่าจะหมด“รัฐบาลกำลังหาแนวทางมาจ่ายเงินจำนำข้าวที่เหลือให้เร็วที่สุด โดยอยากจ่ายให้หมดภายในเดือนมิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีแนวทางการหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวอีก 2-3 แนวทาง ซึ่งเป็นทั้งแนวทางเดิม และแนวทางใหม่ โดยเชื่อว่าจะมีข้อสรุปภายในเดือนเม.ย. และเริ่มดำเนินการในเดือนพ.ค.นี้ แต่ก็ไม่อยากพูดรายละเอียดมานัก ยืนยันว่ามีข่าวดีออกมาแน่นอน”รายงานข่าวจากธ.ก.ส.ระบุว่าการหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวนั้น จะมาจากทั้งการกู้เงิน การออกพันธบัตร จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนา และจากงบกลาง โดยรัฐบาลเร่งให้ธ.ก.ส.ออกพันธบัตร เพื่อหาเงินมาจ่ายจำนำข้าว ซึ่งธ.ก.ส.ยืนยันไปแล้วว่ารัฐบาลต้องมาค้ำประกันพันธบัตรดังกล่าว โดยได้รายงานเรื่องการออกพันธบัตรออมทรัพย์ของธ.ก.ส.ให้ที่ประชุมรับทราบแล้วว่า ยังอยู่ระหว่างการประเมินความน่าเชื่อถือ ซึ่งการออกพันธบัตรต้องใช้เวลาในการดำเนินการ4 เดือน เริ่มดำเนินการไปเมื่อเดือนเม.ย.คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนปลายเดือนก.ค.57นอกจากนี้ เพื่อเป็นการหาเงินเพิ่มเติมให้มาสบทบเข้ากองทุน เพื่อช่วยเหลือชาวนาอีก 20,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ธ.ก.ส.กำลังพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ฝากเงินรายใหญ่ที่ต้องการดอกเบี้ยมากกว่า 0.63%โดยยังมีข้อถูกเถียงกันมาก เนื่องจากดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวนั้น สูงกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์ในปัจจุบันที่ธนาคารพาณิชย์จ่ายให้ไม่เกิน0.5%ส่วนการใช้เงินจากงบกลางอีก 40,000 ล้านบาทนั้น คงต้องนำมาพิจารณา และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์นำเงินมาคืนงบกลางแล้วในช่วงเดือนพ.ค. ขณะนี้คืนมาแล้ว 16,000 ล้านบาทและยังเหลือเงินคืนอีก 4,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.เล็งขยายกองทุนช่วยเหลือชาวนาFacebook Comments -

พายุตะวันออก – รู้หลบ
สภาพลมฟ้าอากาศตลอดสัปดาห์วันที่ 27 เม.ย.-3 พ.ค. 57 เราเผชิญสภาพ อึมครึมและฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วประเทศแต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษอยู่ทางด้านตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศว่าระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-3 พ.ค. จะมีความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน เช็กอินเมืองไทยวันที่ 30 เม.ย. ความกดอากาศสูงที่หมายถึงลมเย็นที่ไหลลงมาปะทะกับเจ้าถิ่นความร้อนที่เมืองไทยย่อมทำให้เกิดพายุฤดูร้อน คราวนี้ชุดใหญ่ ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกเป็นบางพื้นที่ คงได้เห็นฤทธิ์กันไปบ้างแล้วบางจังหวัด ความกดอากาศสูงชุดนี้มีอิทธิพลสูงทางด้านตะวันออกของประเทศครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันออก ช่วงแรกวันที่ 28-30 เม.ย. จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง ช่วงที่สองวันที่ 1-4 พ.ค.มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ถึงกระจายร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะย่อมเยากว่า บรรดาจังหวัดทางด้านตะวันออกเหล่านี้ต้องพิจารณาความเสี่ยงจากลมกระโชกแรงให้มากเพราะระยะหลังนี้มีปรากฏความเสียหายรุนแรงกับสาธารณสมบัติเสาไฟฟ้า กิ่งไม้หัก หลายแห่ง ป้ายโฆษณาที่ไม่น่าวางใจในความแข็งแรงไม่ควรเข้าใกล้ ป้ายขนาดใหญ่ที่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจมีสภาพเป็นป้ายเปล่าไม่สื่อข้อความใด ๆ อาจได้รับการเหลียวแลน้อย ยิ่งน่าห่วงต่ออันตรายเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีข้อดีที่จะทำให้ความร้อนผ่อนคลาย ถึงจะมีฝนกระหน่ำยามนี้แต่ใช่ว่าฤดูร้อนจะพ้นไปและหน้าฝนที่แท้จริงกว่าจะมาก็ต้องรออีก 2–3 สัปดาห์ จึงไม่ได้หมายความว่าจะทำให้มีน้ำเติมเข้าอ่างฯที่กำลังพร่องได้มากนัก ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทานรายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนพื้นที่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯและเขื่อนป่าสักฯ) มีน้ำรวมกัน 10,056 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 40 ส่วนที่ตักมาใช้ได้มีเพียง 3,360 ล้าน ลบ.ม.หรือแค่ร้อยละ 18 ที่ผ่านมาเราใช้น้ำหน้าแล้งไปแล้ว 7,025 ล้าน ลบ.ม. หรือทำเกินกว่าแผนการใช้ไป ร้อยละ 133 การรณรงค์ขอให้ลดการใช้น้ำยังไม่เป็นผล กรมชลประทานก็ยังไม่ท้อขอประกาศต่อให้งดการทำนาปรังอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีน้ำเหลือสำหรับการทำนาปีก่อนที่ฤดูฝนตัวจริงจะมา ช่วยกันหน่อยพี่น้อง ฝนตะวันออกที่จะมารอบนี้ถ้ามีทางกักเก็บตุนไว้ได้ก็ว่ากันคนละไม้คนละมือ จำเป็นจริง ๆ ครับพี่น้อง. หยาดน้ำฟ้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พายุตะวันออก – รู้หลบFacebook Comments