Blog

  • ค่ายรถยนต์แห่ร่วมงานยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง

    ค่ายรถยนต์แห่ร่วมงานยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง

    นางนันทวัลย์ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพาณิชย์  เปิดเผยว่า  กรมฯร่วมกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย, สมาคมวรจักรและสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ และอะไหล่ทดแทนไทยจัดงาน”แสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 57″ หรือหรือ TAPA 2014  ซึ่งเป็นงานโชว์สุดยอดเทคโนโลยีสีเขียวเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรองรับตลาดเออีซี ในระหว่างวันที่ 28 เม.ย. – 1พ.ค.นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา “งานในครั้งนี้ได้มีค่ายรถยนต์และผู้ประกอบการทั้งจากไทยและต่างประเทศร่วมงาน ได้แก่ จีน ใต้หวัน มาเลเซียสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อินเดีย สิงคโปร์ เป็นต้น  ซึ่งในปีนี้เราต้องการจัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี พร้อมผลักดันในการใช้ประโยชน์จากการเปิดตลาดทั้งด้านการค้าและการลงทุนอันจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสขยายการค้าระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกได้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากตลาดภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่”  ทั้งนี้ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 16,000 ราย และมีเงินสะพัดประมาณ 800 ล้านบาท โดยวันที่ 28-30เม.ย.นี้ เป็นวันเจรจาธุรกิจขณะนี้มีนักธุรกิจลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วกว่า 400 ราย  แม้ว่าจะมีปัญหาทางการเมืองแต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น และในวันที่ 1 พ.ค.เป็นวันค้าปลีก    นางนันทวัลย์กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ รวมประมาณ 2.5 ล้านคันจากปีที่ผ่านมามียอดผลิตรถยนต์รวม 2.457 ล้านคัน โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดอันดับ 9 ของโลกและตั้งเป้าหมายจะผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคันในปี 59 ซึ่งทำให้ไทยจะก้าวขึ้นสู่เป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดอยู่ในอันดับ5 ของโลก นางอัชฌา ลิมป์ไพฑูรย์นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมยังเชื่อว่าการผลิตและการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดีซึ่งในช่วง2เดือนที่ผ่านมา ยอดการส่งออกยานยนต์ ได้  180,000 ล้านบาทและเชื่อมั่นว่า ระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ การส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าสน่าจะเติบโตได้ 5-10% อย่างแน่นอน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค่ายรถยนต์แห่ร่วมงานยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง

  • โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

    โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

    นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้ บริษัทจะขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมด 6 รายการรวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ขายไปแล้ว 2 รายการรวม 1,180 ล้านบาท คาดว่าภายในปีนี้จะขายได้ทั้งหมด และนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้ เพื่อลดต้นทุนทางการเงินลง พร้อมทั้งลงทุนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ พระราม 4 รวมมูลค่า 5,000ล้านบาท และมีความเป็นไปได้ที่จะพลิกฟื้นจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้ จากปัจจุบันที่มีหนี้อยู่ 3,400 ล้านบาท และขาดทุนสะสมอยู่ 1,500 ล้านบาท โดยปีนี้ยังคงพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์เป็นหลัก คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 1,900 ล้านบาท“ปีนี้ บริษัทเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ จึงขายที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักออกไป เพราะเห็นว่าการเก็บที่ดินเปล่าไว้เป็นความเสี่ยงมากกว่า ยิ่งโดยเฉพาะในภาวะการเมืองปัจจุบันนี้ และยังคงดำเนินกิจการตามแผนบันไดทอง 3 ขั้น เพื่อพลิกฟื้นมาเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยวางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ด้วยการพัฒนาโครงการแนวราบ และอาคารสำนักงานให้เช่าเป็นหลักเท่านั้น"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

  • ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%

    ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%

    นางศรีรัตน์รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกไทยในเดือน มี.ค. 57 อยู่ที่  19,940.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.12%  ซึ่งขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 เดือน  เมื่อรวมไตรมาสแรก (ม.ค. – มี.ค. 57) มีมูลค่า 56,211.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 1%   ขณะที่การนำเข้าเดือนมี.ค. 57 มีมูลค่า 18,480.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 14.19%  และเมื่อไตรมาสแรก มูลค่าอยู่ที่ 55,505.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 15.41%   ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศ เดือน มี.ค. เกินดุลรวม 1,459.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไตรมาสแรก เกินดุลรวม706.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าแม้ไตรมาสแรกการส่งออกยังติดลบ1% แต่ทั้งปี57 การส่งออกไทยน่าจะกลับมาขยายตัวได้ในระดับ 5% แต่ต้องอยู่ในสมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกขยายตัว3.6-3.7% อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่31.5 บาทต่อเหรียญฯ (ปัจจุบันอยู่ที่ 32.7 บาทต่อเหรียญฯ) “การส่งออกไทยในไตรมาสที่2 คาดว่าจะสามารถตัวในระดับ 4-4.5% โดยมีปัจจัยที่น่าจับตามมองคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การคลี่คลายของปัญหาการระบาดของโรคกุ้งทะเลตายด่วน(อีเอ็มเอส), ความไม่แน่นอนของปัญหาการเมืองในประเทศ,ปัญหาภัยแล้ง,สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน, การตัดสิทธิพิเศษทางภาษี(จีเอสพี) สินค้าไทยของสหรัฐ และความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยที่ลดลง” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%