ทรูบิสิเนส เดินหน้ารุกธุรกิจต่างจังหวัด พร้อมขยายตลาดเพื่อนบ้านรับเออีซี เน้นทำตลาดแบบครบวงจร ตั้งเป้าปีนี้รายได้โตกว่า 10% นายทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ ผู้อำนวยการบริหารด้านลูกค้าองค์กรธุรกิจและบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2557 ธุรกิจทรู บิสิเนส ซึ่งเป็นสายงานกลุ่มลูกค้าองค์กร ตั้งเป้าขยายไปยังต่างจังหวัดและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น รวมถึงขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี เช่น ลาว เมียนมาร์ โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.1 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2556 ที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีฐานลูกค้าในระบบ 1.2 แสนราย แบ่งเป็นลูกค้าในกรุงเทพฯ 1 แสนราย และลูกค้าต่างจังหวัด 2 หมื่นราย ลูกค้าของทรูฯ มีพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป โดยแนวโน้มการใช้งานดาต้าสูงขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปิดเออีซี ทรูฯ ได้จัดงานสัมมนา “True Business Forum 2014” ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ เพื่อให้ความรู้ผู้ประกอบการ ในการพัฒนาศักยภาพและสร้างความแข็งแรงในการดำเนินธุรกิจ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรู บิสิเนสลุยตลาดตจว.-พ่วงเออีซี
Blog
-

ทรู บิสิเนสลุยตลาดตจว.-พ่วงเออีซี
Facebook Comments -

เอซุสส่งเซนโฟนเข้าไทยรวดเดียว3รุ่น
เอซุส รุกตลาดสมาร์ทโฟนในไทยออกซีรีส์เซนโฟน ราคา 2,990-8,990 บาท ตั้งเป้าช่วยดันยอดขาย 8 แสนเครื่องในปีนี้ นายเจฟฟ์ โล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ได้นำสมาร์ทโฟนซีรีส์เซนโฟน(ZenFone) เข้ามาทำตลาดในไทยจำนวน 3 รุ่น คือ เซนโฟน 4 เซนโฟน 5และเซนโฟน 6 เป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ออกแบบและพัฒนาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมความต้องการของผู้ใช้งาน ถือเป็นสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบตัวแรกของเอซุสเข้ามาทำตลาดในไทย โดยตั้งเป้าหมายว่า ทั้งสามรุ่นจะช่วยเพิ่มยอดขายสมาร์ทโฟนรวมของเอซุสได้ถึง 8 แสนเครื่องในปีนี้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 120-150 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำให้เอซุสติด 1ใน 5 ของผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในไทยได้ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 10% “สมาร์ทโฟนทั้งสามรุ่นเจาะกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนในทุกระดับ อายุ 18-25 ปี ราคาตั้งแต่ 2,990-8,990 บาท หน้าจอขนาด 4-6 นิ้ว กล้องถ่ายภาพที่มีเทคโนโลยีพิกเซลมาสเตอร์ที่ทำให้การถ่ายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การถ่ายในที่แสงน้อยจึงมั่นใจว่าทั้งสามรุ่นจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกกลุ่มผู้ใช้ในไทย” นายเจฟฟ์ กล่าวต่อว่า การเน้นทำตลาดสมาร์ทโฟนในปีนี้จะทำให้สัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนเพิ่มเป็น 40% แท็บเล็ต 10% และแล็ปท็อปหรือโน้ตบุ๊กจำนวน 50% จากในปีที่แล้วโน้ตบุ๊กมีสัดส่วนสูงถึง 90% สำหรับสมาร์ทโฟน เซนโฟน 4 จอ 4 นิ้ว หน่วยประมวลผล อินเทล อะตอม 1.2 กิกะเฮิรตซ์ กล้องหน้า 3 แสนพิกเซล กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล ราคา 2,990 บาท ส่วนเซนโฟน 5 หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลอินเทล อะตอม 1.6 กิกะเฮิรตซ์ กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล ราคา 5,990 บาท ส่วน เซนโฟน 6 หน้าจอขนาด 6 นิ้ว หน่วยประมวลผล อินเทล อะตอม 2 กิกะเฮิรตซ์ กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ราคา 8,990 บาท โดยทั้งสามรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือน พ.ค.นี้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอซุสส่งเซนโฟนเข้าไทยรวดเดียว3รุ่นFacebook Comments -

แนะผู้ประกอบการอาหารลุยร่วมทุนอินโดฯ
นายพจ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยในงานเสวนา “รู้อิเหนา รู้เรา เข้าใจตลาด” ว่า การไปลงทุนในธุรกิจอาหารในอินโดนีเซียจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยอย่างมาก โดยเฉพาะการผลิตอาหารฮาลาล ส่งออกไปยังตลาดมุสลิมที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก 2,000 ล้านคน เนื่องจากเครื่องหมายฮาลาลของอินโดนีเซียเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ต่างจากประเทศไทยและที่ผ่านมาผู้ผลิตที่ส่งออกอาหารฮาลาลไปบางตลาดไทยต้องอาศัยการรับรองจากประเทศมาเลเซียด้วย โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารในภาคใต้ของไทย นอกจากนี้ประเทศอินโดนีเซียยังมีแหล่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารโดยเฉพาะอาหารทะล และมีค่าจ้างขั้นต่ำที่ถูก รวมถึงมีการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่สามารถส่งออกไปในยุโรป และ สหรัฐ ในอัตราภาษีที่ต่ำกว่าไทย ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและเทคโนโลยี เมื่อร่วมทุนกันก็จะขยายตลาดในง่ายและมากขึ้นด้วย “อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่มีประชากร 285-300 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากจีน อินเดีย สหรัฐ แต่เป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุด ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทยจะไปการลงทุนในอินโดนีเซียจำเป็นต้องมีการร่วมทุนกับนักธุรกิจในพื้นที่ก็จะลดความเสี่ยงทั้งการถูกโกงและการถูกเอาเปรียบด้วย แต่การเลือกผู้ลงทุนควรศึกษาประวัติให้ดีก่อน” รอ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียเริ่มเป็นแหล่งการลงทุนของต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากมีขนาดของเศรษฐกิจใหญ่สุดในอาเซียน และมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 6% หลายปีติดต่อกัน เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่และประชากรเริ่มมีกำลังซื้อที่สูง โดยคาดว่าจะมีประชากรที่มีกำลังซื้อสูงมากถึง 35 ล้านคน หรือคิดเป็น 10-15% ของประชากรทั้งหมด และ มีกลุ่มชนชั้นกลางประมาณ 131 ล้านคน ดังนั้นอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ที่ผู้ประกอบการไทยมองข้ามไม่ได้ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีโอกาสจะขยายการค้าและการลงทุนไปยังอินโดฯได้อีกมาก เช่น กลุ่ม อาหารและเครื่องดื่ม, ของใช้และตกแต่งบ้าน, เครื่องนุ่งห่ม , เครื่องหนังและแฟชั่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดอินโดนีเซียยังมีอุปสรรคทั้งในเรื่องของการปรับเปลี่ยนกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์และป้องกันเศรษฐกิจและธุรกิจในประเทศมากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะผู้ประกอบการอาหารลุยร่วมทุนอินโดฯFacebook Comments