การพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่และสมาร์ทโฟนส่งผลให้เทรนด์การชอปปิงออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จากผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรมาสเตอร์การ์ดในการซื้อของออนไลน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าประเทศไทยมีการใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่มากเป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการซื้อสินค้ามากกว่าที่ผ่านมา โดยร้อยละ 51.2 ของคนไทยที่ร่วมการสำรวจมักซื้อของออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเนื่องจากมีความสะดวกสบายและสามารถซื้อของได้ทุกที่ทุกเวลา จากเทรนด์การชอปปิงผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่นี้เองที่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างแม่นยำ ทั้งบุคคล สถานที่ และช่วงเวลา ด้วยการใช้เฟซบุ๊ก หรือ เฟซบุ๊ก แอพบนมือถือ เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ นับว่าเป็นช่วงที่ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้ามากที่สุดเทศกาลหนึ่งในประเทศไทย จากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเมื่อปี พ.ศ. 2556 คาดว่า มูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ภายในประเทศไทยอาจสูงถึง 2.55 หมื่นล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงฉลอง ประมาณ 8.4 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการซื้อของ 7 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและที่พักจำนวน 5.6 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการทำบุญ 4 พันล้านบาทและอีก 500 ล้านบาทสำหรับความบันเทิงอื่น ๆ เฟซบุ๊กจึงขอเสนอไอเดียง่าย ๆ สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในการเข้าถึงแฟนเพจของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองสำคัญของคนไทย ดังสำนวนที่ว่า “น้ำขึ้นให้รีบตัก” เพื่อสร้างยอดขายให้ดีเป็น “เทน้ำเทท่า” ขั้นที่ 1: เชื่อมโยงแบรนด์กับเพจ (Engage) เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการตรวจสอบว่า เพจบน เฟซบุ๊ก มีข้อมูลที่สำคัญครบถ้วน โดยระลึกไว้เสมอว่าเมื่อสร้างเพจบน เฟซบุ๊ก ขึ้นมาแล้ว คุณสามารถทำการตลาดผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ได้ทันที เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนำเสนอสินค้าและโลโก้ของคุณบนส่วนของภาพหน้าปก (cover photo) และภาพประจำตัวของเพจ (profile picture) รวมถึงการบรรยายจุดขายหรือข้อมูลที่สำคัญในช่อง “เกี่ยวกับ” และหมั่นอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า อีเวนต์ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณ ขั้นที่ 2 : สื่อสารกับแฟนเพจ (Communicate) วิธีง่ายๆ ที่จะเชิญชวนให้แฟนเพจเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยคือ การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันสงกรานต์ ซึ่งสร้างสรรค์ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การโพสต์รูปที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล หรือ “เซลฟี่สไตล์วันสงกรานต์” ไปจนถึงตั้งคำถามหัวข้อเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณและวันสงกรานต์ ให้แฟน ๆ ร่วมสนุก จากนั้น ควรคำนึงถึงการใช้ภาพประกอบที่น่าดึงดูด ตั้งกติกาการร่วมสนุกให้ชัดเจน นอกจากนี้ ควรไฮไลต์โพสต์ให้อยู่ตำแหน่งบนสุดของหน้าเพจเพื่อที่บรรดาแฟน ๆ สามารถสังเกตได้โดยง่าย อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายคือ การใช้ เฟซบุ๊ก แอพ โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ลิงก์ https://www.facebook.com/appcenter/category/contests/?platform=web. และอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องการในการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแบรนด์ ก็คือการใช้จินตนาการสร้างสรรค์กิจกรรมออกมาอย่างเต็มที่ โปรโมชั่นขายดีเป็น “เทน้ำเทท่า” ก่อนที่จะถึงวันปีใหม่ไทย โพสต์รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอและโปรโมชั่นสุดพิเศษทีละน้อยได้เป็นประจำทุกวันเพื่อดึงดูดความสนใจให้บรรดาแฟน ๆ ติดตาม และกลับมาชมเพจของคุณเพื่อติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอีกเรื่อย ๆ เทคนิคนี้จะทำให้แฟน ๆ ของคุณลุ้นไปกับโปรโมชั่นดังกล่าวและเพิ่มยอดเข้าชมเพจได้อีกด้วย สำหรับข้อเสนอในวันสงกรานต์สามารถมีได้หลากหลายแบบ เช่น ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้กดไลค์เพจ โปรโมชั่นต่าง ๆ หรือการแจกรางวัลก็ยังได้ คุณสามารถสร้างสรรค์ได้เต็มที่! ปรับปรุงกลยุทธ์การโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เทศกาลปีใหม่ไทยเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดโอกาสหนึ่งในการปรับปรุงเนื้อหาและรูปภาพที่ใช้สำหรับการโฆษณา คุณสามารถปรับเปลี่ยนโฆษณาให้เข้ากับเทศกาลได้โดยใช้คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันสงกรานต์ สินค้าและบริการ และกลุ่มเป้าหมายของคุณ หากคุณยังไม่ได้คิดวางแผนที่จะลงโฆษณา โอกาสนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะเริ่มสร้างโฆษณาสำหรับเพจของคุณ โดยศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/advertising/ เก็บตกควันหลงวันสงกรานต์ เทคนิคสำคัญคือการสร้างการมีส่วนร่วมของแฟนเพจหลังจากเทศกาลสงกรานต์แล้ว เพราะเป็นโอกาสที่ดีในการแบ่งปันเรื่องราวและรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองที่ผ่านมา หรือเชิญชวนให้แฟน ๆ เพจของคุณร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาเพื่อชิงรางวัลพิเศษก็ยังได้ หากกำลังวางแผนสำหรับกิจกรรมดังกล่าว ลองแวะมาศึกษาข้อตกลงในการใช้งานของเพจสำหรับเป็นแนวทางของสิ่งที่สามารถทำและข้อห้ามต่าง ๆ ได้ที่ลิงก์ : http://www.facebook.com/promotions_guidelines.php ขั้นที่ 3: การวัดผล (Measure) การทำโปรโมชั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งสำหรับสร้างการมีส่วนร่วมของบรรดาแฟนเพจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแคมเปญนั้นช่วยสนับสนุนธุรกิจของคุณหรือไม่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรวัดผลกระทบและความสำเร็จจากการทำโปรโมชั่นและตรวจสอบผลที่ได้รับจากการลงทุนด้วยฟีเจอร์ “ข้อมูลเชิงลึก” ของ เฟซบุ๊ก เพจ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้สะดวกและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพจที่คุณบริหารจัดการในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/insights/ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม หัวใจหลัก คือการทำให้แบรนด์โดดเด่นและมีความสร้างสรรค์ ลองศึกษาข้อมูล ลงมือปฏิบัติและลองทำสิ่งใหม่ ๆ เสมอ…สุขสันต์วันสงกรานต์!.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เฟซบุ๊กแนะเคล็ดลับเอสเอ็มอีใช้วันหยุดสร้างกระแสแฟนเพจ
Blog
-

เฟซบุ๊กแนะเคล็ดลับเอสเอ็มอีใช้วันหยุดสร้างกระแสแฟนเพจ
Facebook Comments -

สมาคมATCIพาผู้ประกอบการไอทีไทยลุยเออีซี
สมาคมเอทีซีไอ ขยายตลาดไอซีทีไทย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเออีซี ในปี 58 เริ่มเมียนมาร์ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก่อนขยายไปยังกลุ่มสมาชิกอาเซียนอื่น นายอดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ATCI) กล่าวว่า ปีนี้จะขยายตลาดไอซีทีของประเทศเข้าสู่ตลาดอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลทั้งทางบวกและทางลบ คือ การเพิ่มบทบาทและอำนาจต่อรองของอาเซียนในเวทีเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการขยายตลาดที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ในขณะเดียวกันภาวะการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นย่อมเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัวเช่นกัน การเปิดเออีซี เป็นการนำผู้ประกอบการไอซีทีไทยขยายตลาดสู่ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งจะเริ่มด้วยเมียนมาร์ ตามด้วย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ถือเป็นประเทศกลุ่ม CLMV สำหรับการเริ่มที่พม่านั้น สมาคมฯ ได้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ด้านการค้า การลงทุน และความต้องการใช้ไอซีทีที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ที่พิจารณาจากจำนวนผู้ใช้เดสก์ท็อปและโน๊ตบุ๊ก จากปี 55 มีผู้ใช้เดสก์ท็อป 400,000 เครื่อง และโน้ตบุ๊ก 600,000 เครื่อง “พม่ามีบริษัทไอซีทีกว่า 546 บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ โดย 70% เป็นบริษัทด้านฮาร์ดแวร์ อีก 20% ด้านการอบรมและให้บริการ (เทรนนิ่ง ไอที เซอร์วิส) และ 10% เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งภาพรวมตลาดมีการเติบโตโดยเฉลี่ยปีละ 10-20%” นายอดิเรก กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมาคมATCIพาผู้ประกอบการไอทีไทยลุยเออีซีFacebook Comments -

ธุรกิจทีวีไทยเฟื่องนำเข้าทีวีดิจิตอล-กล่องเพียบ
กสทช.เผย อุตสาหกรรมทีวีไทย ปรับตัวรับทีวีดิจิตอล ผู้ผลิตขออนุญาตนำเข้าทีวีดิจิตอลและเซต ทอป บ็อกซ์ เป็นจำนวนมาก นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากสถิติของสำนักงาน กสทช. พบว่า ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงเดือนมี.ค. 2557 สำนักงาน กสทช. ได้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล แบบที่มีจอภาพแสดงผล หรือ Integrated Digital Television (iDTV) ที่ผ่านการจดทะเบียนแล้วจากสำนักงาน กสทช. แล้วรวมทั้งสิ้น 123 รุ่น จำนวน 388,754 เครื่อง และได้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์แบบไม่มีจอภาพแสดงผล หรือ เซต ทอปบ็อกซ์ แล้วรวมทั้งสิ้น 73 รุ่น จำนวน 490,250 เครื่อง ในขณะที่กิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก พบว่า ไตรมาสแรกของปี 2557 ช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ประเทศไทยมีการผลิตเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก หรือเซต ทอป บ็อกซ์ สำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก จำนวน 935,646 เครื่อง และมีการนำเข้าเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก จำนวน 408,203 เครื่อง นายฐากร กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ของประเทศไทยมีแนวโน้มชัดเจน เพื่อปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล หรือ ฟรีทีวี ที่ในขณะนี้โครงข่ายกำลังนำช่องรายการมาทดลองออกอากาศจำนวน 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่และสงขลา ขอย้ำให้ประชาชนที่ซื้อเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มีภาครับดิจิตอล และกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ในการทดลองรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลที่มีการทดลองออกอากาศคู่ขนานไปกับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อก เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. (Hologram กสทช. Class A Broadcast) และให้สังเกตสติกเกอร์น้องดูดีเป็นหลัก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจทีวีไทยเฟื่องนำเข้าทีวีดิจิตอล-กล่องเพียบFacebook Comments