นางศุภวรรณ ตีระรัตน์รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่าเตรียมจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น)ให้กับผู้ประกอบการที่เลือกจัดงานในเมืองไมซ์ซิตี้ ได้แก่ กทมฯ พัทยา เชียงใหม่ภูเก็ต และ ขอนแก่น เพื่อกระจายงานและสร้างรายได้ในพื้นที่ภูมิภาค ซึ่งจะสอดรับกับแผนอัดฉีดเศรษฐกิจของภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน สำหรับการอัดงบประมาณช่วยเหลือ หรืออินเซนทีฟ จะสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าประเภทยกระดับ สูงสุดถึงงานละ 500,000 บาท และสูงสุดถึง1,000,000 บาท สำหรับงานประเภทสร้าง โดยเพิ่มให้เป็นพิเศษจำนวน 100,000 และ 200,000 บาทตามลำดับ “การส่งเสริมและสนับสนุนงานแสดงสินค้าและนิทรรศการหรือ เอ็กซิบิชั่น เป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของทีเส็บมาตั้งแต่แรก โดยในปี 56กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) มีสัดส่วนรายได้จาก งานแสดงสินค้า13,750 ล้านบาท และนับเป็นการขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง10.93%”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อัดงบจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค
Blog
-

อัดงบจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค
Facebook Comments -

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นเป้าจีดีพีเหลือ1.6%
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ปรับลดเป้าจีดีพีในปีนี้เหลือ 1.6% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจีดีพีโต 2.3% เป็นผลมาจากการส่งออกที่ติดลบถึง 0.3% และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงเห็นจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 5.8% แต่เชื่อว่าการเมืองที่มีเสถียรภาพจะช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกการบริโภคหดตัวถึง 1.4% นอกจากนี้เงินช่วยเหลือภาคเกษตรกรในเรื่องต้นทุนการผลิต และการเบิกจ่ายงบจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายปี ส่วนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 300,000 ล้านบาทของรัฐบาลจะใช้ในปีนี้เพียง 100,000 ล้านบาท ที่เหลือ 200,000 ล้านบาทจะเป็นปีหน้า เพราะบางโครงการต้องใช้เวลาจึงจำเป็นต้องทำโครงการเร่งด่วนก่อน น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศีลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหาภาค บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนในเดือนก.ย.อยู่ที่ 45.3 สูงสุดในรอบ 8 เดือน จากเดิมเดือนส.ค.อยู่ที่ 43.8 เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มลดความกังวลในเรื่องภาวะค่าครองชีพ หลังจากที่ราคาสินค้าปรับตัวลดลง ส่วนแนวโน้ม 3 เดือนข้างหน้ายังเป็นห่วงในเรื่องราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค เช่น พลังงานปรับตัวสูงขึ้น สำหรับทิศทางค่าเงินบาทของไทยมีความผันผวน หากเฟดยุติคิวอีในสิ้นเดือนต.ค.นี้ อาจทำให้ค่าเงินบาทผันผวนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.9% และสิ้นปีนี้แตะที่ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปีหน้าถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้เงินทุนไหลออกทำให้ค่าเงินบาทผัวผน 5.5% และกดดันให้บาทอ่อนค่าไปแตะที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นเป้าจีดีพีเหลือ1.6%Facebook Comments -

ข่าวดี! พรุ่งนี้เบนซินลดราคาลิตรละ 60 สต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ส่งสัญญาณให้บริษัทน้ำมันปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน ทางบมจ. ปตท. และบมจ. บางจาก ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดทันที 60 สตางค์ต่อลิตร ส่วนอี 85 ปรับ 50 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ราคาดีเซลคงเดิม มีผลวันที่ 11 ต.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ ปตท. และบางจาก ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 44.26 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 37.20 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 35.18 บาท อี 20 อยู่ที่ลิตรละ 33.38 บาท อี 85 อยู่ที่ลิตรละ 23.78 บาท และดีเซลหมุนเร็ว อยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาททั้งนี้ตามผลประชุมกบง. ได้เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร จากเดิม 2.10 บาทต่อลิตร เป็น 3.00 บาทต่อลิตร เพื่อเก็บรายได้เข้ากองทุนน้ำมันฯ และเพื่อให้ค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่วนน้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอลทุกชนิด ยกเว้น อี 85 ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง 0.10 บาทต่อลิตร คาดว่า ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในกลุ่มเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอลทุกชนิดยกเว้น อี 85 ลดลง 0.60 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างไรก็ตามจากการปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซล จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,380 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมมีรายรับ 3,897 ล้านบาทต่อเดือน เป็นมีรายรับ 5,277 ล้านบาทต่อเดือน โดยฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 5 ต.ค. 57 ยังมีฐานะสุทธิติดลบประมาณ 3,321 ล้านบาท คาดว่า ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกได้ภายใน 20 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข่าวดี! พรุ่งนี้เบนซินลดราคาลิตรละ 60 สต.Facebook Comments