Blog

  • เตรียมเชคบิลตลาดนัดจตุจักร

    เตรียมเชคบิลตลาดนัดจตุจักร

    นายไพศาล ทรัพย์รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และรักษาการผู้อำนวยการ ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงการเปิดให้ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรเข้ามาต่อสัญญาเช่าแผงค้าว่า ขณะนี้เหลือผู้ค้าที่ยังไม่เข้ามาต่อสัญญา อีก 1,189 ราย จากผู้ค้าทั้งหมด 8,480 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนที่เข้ามาต่อสัญญา 86% ไม่ต่อสัญญาอีก 14 % ส่งผลให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้จากการต่อสัญญาเช่าแล้ว 53.57 ล้านบาท และเหลือค้างอีก 20 ล้านบาท ซึ่งวันที่ 5 เม.ย.นี้ คณะกรรมการบริหารตลาดนัดจตุจักรจะประชุมหารือ เพื่อหาวิธีดำเนินการกับผู้ค้าที่ไม่เข้ามาต่อสัญญา“สาเหตุที่ผู้เช่ายังมาต่อสัญญาน้อย น่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข่าว เนื่องจากการรถไฟฯได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้ามาต่อสัญญาเช่าแผงในวันที่ 29-30 มี.ค. แต่มีข่าวออกมาว่าเป็นวันที่ 29-30 เม.ย.จึงอาจทำให้ผู้ค้าชะล่าใจ แต่ที่จริง ร.ฟ.ท.ได้แจกใบปลิวและประชาสัมพันธ์ไปก่อนหน้านี้ และย้ำแล้วว่าเป็นการต่อสัญญาครั้งสุดท้ายช่วงปลายเดือนมี.ค. 57” นายไพศาล กล่าวว่า แนวทางดำเนินการกับผู้ค้าที่เช่าแผงและไม่ต่อสัญญาอีก 1,189 รายนั้น ทางคณะกรรมการบริหารตลาดนัดจตุจักร จะประชุมเพื่อมาตรการจัดการโดยเร็ว คาดว่าน่าจะมีมาตรการที่จัดอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกันที่ทางกรุงเทพมหานครเคยดำเนินการ โดยอาจปิดแผงค้า และนำไปเปิดประมูลให้ผู้ค้ารายอื่นที่ต้องการเช่าแผงค้าเพิ่มต่อไป“ขณะนี้การรถไฟฯ มีงบประมาณบริหารจัดการพัฒนาฟื้นฟูตลาดนัดจตุจักรกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งทางนายบุญสม เลิศหิรัญวงศ์ ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.ได้ให้นโยบายพัฒนาพื้นที่ตั้งของร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักรไปแล้ว ดังนั้นจะต้องมาจัดลำดับความสำคัญของโครงการพัฒนาว่า จะเริ่มทำในส่วนก่อน-หลัง”นายชาตรี โสภณบรรณารักษ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าตลาดนัดจตุจักร กล่าวว่า ขณะทราบว่าผู้ค้าที่ไม่ได้มาเซ็นสัญญาเช่าต่อแผงค้ามี 2 ส่วน คือ ผู้ค้าที่ฟ้องร้องกับร.ฟ.ท.และเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองประมาณ 600 ราย อีกส่วนหนึ่งคือผู้ค้าที่ค้างค่าเช่าแผง หรือเอกสารไม่ครบ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องเจรจาต่อรองกับร.ฟ.ท.ก่อนที่ร.ฟ.ท.จะนำแผงค้าไปเปิดประมูลให้ผู้ค้ารายอื่นเช่าต่อ"เข้าใจว่าการรถไฟฯ คงไม่ทำอะไรให้ผู้ค้าเดือดร้อน โดยเฉพาะรายที่ค้างค่าเช่าอาจจะต้องคุยกับการรถไฟฯให้ชัดว่าจะจ่ายเงินอย่างไร จ่ายดอกเบี้ยเท่าไรเป็นรายๆไป เพราะถือว่าผู้ค้ามีสิทธิ์ที่จะต่อรอง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองส่งผลกระทบต่อการค้าขาย แต่หากผู้ค้ารายนั้นๆเพิกเฉย ไม่ยอมหารือ ทางการรถไฟฯก็มีสิทธิ์ยึดแผงค้าไปเปิดประมูลได้"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมเชคบิลตลาดนัดจตุจักร

  • ขนส่งเพิ่มรถทัวร์ 7,000 เที่ยวรับสงกรานต์

    ขนส่งเพิ่มรถทัวร์ 7,000 เที่ยวรับสงกรานต์

    นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรถโดยสารรองรับเทศกาลสงกรานต์ ปี 57 ว่า บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถ บขส. รถร่วมเอกชน และรถตู้ เที่ยวไปวันที่ 11-13 เม.ย. และเที่ยวกลับวันที่ 15-17 เม.ย. เป็นวันละ 7,000 เที่ยว เพิ่มจากปกติวันละ 5,000 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้วันละ 200,000 คน หรือรองรับตลอดเทศกาลได้ 1.1-1.2 ล้านคน และในวันที่ 11 เม.ย. คาดจะมีผู้โดยสารใช้บริการสูงสุด ถึง 212,000 คนทั้งนี้ มั่นใจจะไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน โดยรถวิ่งระยะไกลจะรับผู้โดยสารได้หมดก่อนตี 2 ของทุกวัน ขณะที่รถสายสั้นจะเปิดให้วิ่งตลอดวัน 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมรถไฟขบวนพิเศษอีก 5-7 ขบวนเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดระเบียบชานชาลา และประสานให้ตำรวจจัดเส้นทางจราจรเข้าออกให้เรียบร้อย พร้อมกับให้รถ บขส.ทุกคันขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์เพื่อเลี่ยงปัญหารถติด ส่วนรถร่วมให้ขอความร่วมมือขึ้นทางด่วน ตามความสมัครใจนายวุฒิชาติ กล่าวว่า ยังแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปยังสถานีขนส่งรถโดยสารหมอชิตเพิ่มอีก 1 เท่าตัว เพราะช่วงสงกรานต์จะมีรถเข้าออกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง และขอความร่วมมือให้ประชาชนจองตั๋วเดินทาง เฉพาะช่องทางที่ บขส.จัดไว้เท่านั้น เพื่อป้องกันการขายตั๋วผี ตั๋วเกินราคา ขณะที่ตั๋วส่วนรถจะเปิดขายตามคิวเท่านั้น ไม่เปิดจองล่วงหน้า ซึ่งหากพบพฤติกรรมเอาเปรียบ ขายตั๋วเกินราคา ขายตั๋วล่วงหน้า หรือทิ้งผู้โดยสาร ให้แจ้งได้ที่สายด่วน 1584 ทันที ผู้ประกอบการจะมีความผิดลงโทษปรับใบละ 10,000 บาท และพักหรือยึดใบอนุญาตทันทีพลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หน่วยงานเอกชนและภาครัฐ จัดโครงการ รณรงค์ป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 57 (บีลีฟ บี ไลฟ์) โดยมีกิจกรรมสำคัญ เช่น ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน และตรวจก๊าซก่อนใช้ ปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งนำช่างผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์มาให้คำแนะนำ และตรวจสภาพรถเบื้องต้นแก่ประชาชนฟรี ก่อนการเดินทาง เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 10 เม.ย. 57นอกจากนี้ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ยังได้สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค และวิทยาลัยการอาชีพ ให้บริการซ่อมรถเบื้องต้น เช่น ตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ ระบบบังคับเลี้ยว การตรวจการทำงานของเครื่องปัดน้ำฝน เข็มขัดนิรภัย เป็นต้น บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศกว่า 250 จุด วันที่ 11-17 เม.ย.นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งเพิ่มรถทัวร์ 7,000 เที่ยวรับสงกรานต์

  • สงกรานต์คาดเงินสะพัด 22,000 ล้านบาท

    สงกรานต์คาดเงินสะพัด 22,000 ล้านบาท

    รายงานข่าวจาก บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 500 ราย ที่มีอายุ 16-65 ปี พบว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัด 22,000 ล้านบาท ลดลง 13.7% เมี่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์อาหารและเครื่องดื่ม 8,000 ล้านบาท ช้อปปิ้ง 6,400 ล้านบาท ค่าที่พัก/เดินทาง 4,600 ล้านบาท ทำบุญ 2,900 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำ 100 ล้านบาทสำหรับ สาเหตุที่ประชาชนในกรุงเทพฯ ระมัดระวังในการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กลุ่มตัวอย่าง 85% ระบุว่า ค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาอาหารคและพลังงาน เป็นปัจจัยกดดันในการใช้จ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุ 25-50 ปี เนื่องจากส่วนใหญ่มีระดับรายได้เท่าเดิม เงินออมเท่าเดิม แต่ภาระรายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 30.4% ระบุว่า สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อและไม่ชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายคิดเป็น 46% เกิดความยากลำบากในการเดินทาง 35% และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 19%อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 83.6% ระบุว่า มหกรรมลดราคาสินค้าของผู้ประกอบการ จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้น รองลงมาคือ การลุ้นชิงโชคแจกของรางวัล เช่น บ้าน รถยนต์ คิดเป็น 74% และใช้ใบเสร็จซื้อสินค้าแลกรับของรางวัลทันที 61.8% ในขณะที่ช่องทางในการทำโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย พบว่า สื่อโทรทัศน์ช่องฟรีทีวี/เคเบิ้ลทีวี ยังเป็นช่องทางที่คนกรุงเทพฯสามารถเข้าถึงข้อมูลและรับรู้ข่าวสารได้มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 80.2% รองลงมาคือการทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค 42.2% และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 33.2%“สงกรานต์ปีนี้อาจไม่สดใสมากนัก เพราะบรรยากาศทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ที่คาดว่าจะลากยาวต่อเนื่องไปถึงช่วงสงกรานต์ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง จากแรงกดดันด้านค่าครองชีพและภาระหนี้สิ้นต่างๆ โดยจากการสำรวจยังพบว่า คนกรุงเทพฯกว่า 31% ยังไม่มีการวางแผนทำกิจกรรมใดใด ซึ่งสะท้อนว่ากำลังซื้ออาจซบเซากว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการต่างๆจึงต้องเร่งออกกลยุทธ์และการทำโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในการประคับประคองยอดขายในช่วงนี้ไปได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สงกรานต์คาดเงินสะพัด 22,000 ล้านบาท