Blog

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 27.15 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 27.15 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (6 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวัน โดยนักลงทุนต่างชาติทยอยเทขายหุ้น,ตราสารหนี้ และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวดึงเงินทุนต่างชาติไหลกลับพอสมควร รวมถึงกรณีธนาคารโลกปรับลดประมาณการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย(จีดีพี)เหลือ 1.5% กดดันบรรยากาศการลงทุนลดลง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีลดลงต่ำสุด 1,542.43 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,574.52จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,543.13 จุด ลดลง 27.15 จุด หรือ 1.73% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 55,460.91ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทรู ปิดที่ 10.60บาท ลดลง 1.00บาท2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 220.00 บาท ลดลง 9.00 บาท3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 197.50บาท ลดลง 5.50บาท4.ปตท. ปิดที่ 370.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท5.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 22.90 บาท ลดลง 0.80 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 27.15 จุด

  • ประยุทธ์ ดันลูกชาวนาเรียนจบดอกเตอร์‏

    ประยุทธ์ ดันลูกชาวนาเรียนจบดอกเตอร์‏

     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานหาวิธีส่งเสริมการศึกษาให้กับลูกหลานชาวนาให้สามารถเรียนจบการศึกษาในระดับสูง ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญด้านการเกษตร ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก ปรับปรุงพันธุ์ โดยอยากให้ทุกอำเภอ หรือทุกจังหวัด มีบุคลากรในด้านนี้ เพราะจะช่วยให้อนาคตข้าวไทยมีความเข้มแข็ง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน    ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม หาวิธีกำหนดให้การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไม่อยู่ใกล้เขตลุ่มน้ำ ที่ใช้ทำการเพาะปลูก เพราะเกรงว่า พื้นที่ดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ พร้อมกับมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเชิงนิเวศ เช่น จัดโปรแกรมพานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพักโฮมสเตย์ 15-20 วัน เพื่อชมการผลิตข้าว ตั้งแต่การทำนา เก็บเกี่ยว และสีข้าวจนออกมารับประทานได้ ซึ่งเชื่อว่า รูปแบบนำเที่ยวดังกล่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติจะชื่นชอบอย่างแน่นอน“ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมให้คนรักชาวนา เพราะตอนนี้คนทั้งโลกสนใจกินข้าว เพราะกินแล้วแข็งแรง เช่น พวกนักกีฬา ด้งนั้นถ้าส่งเสริมคนทั้งโลกกินข้าวเป็นลัก ต่อไปข้าวของไทยก็ขายได้ ส่วนด้านข้อมูลของการกำหนดพื้นที่ปลูก ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ และมหาดไทย สำรวจตัวเลขให้ชัดเจน ว่า มีคนทำนาทั้งนอกเขตชลประทาน หรือนอกเขตอย่างไร ปลูกข้าวเท่าไร โดยไม่ให้บอกเป็นตัวเลขประมาณการ เพราะจะได้รู้ข้อมูลจริง ส่วนการดูแลเกษตรกรรายได้น้อยที่ไม่มีที่ทำกิน ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อแก้ปัญหาแล้ว และขอให้เกษตรกลุ่มนี้รอก่อน”ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบแนวทางการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 56/57 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณข้าวเข้าสู่ตลาดประมาณ 27 ล้านตัน แบ่งเป็นเป็น กลุ่มแรก เป็นผู้ปลูกข้าวคุณภาพดีบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวง ประมาณ 15 ล้านตัน โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกร เพื่อชะลอการขายข้าว ซึ่งเกษตรกรสามารถขอสินเชื่อได้ไม่เกินอัตรา 80% ของมูลค่าข้าวที่มีอยู่ โดยวิธีดังกล่าว จะช่วยให้ชาวนาเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางเพื่อรอช่วงจังหวะราคาข้าวเพิ่มขึ้นแล้วจึงค่อยระบายออก 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประยุทธ์ ดันลูกชาวนาเรียนจบดอกเตอร์‏

  • รมว.ไอซีที สั่งทีโอที แยกบัญชีธุรกิจกับสาธารณะ

    รมว.ไอซีที สั่งทีโอที แยกบัญชีธุรกิจกับสาธารณะ

    วันนี้(6ต.ค.)ที่บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)กล่าวภายหลังเข้ารับฟังแผนการดำเนินธุรกิจของ ทีโอที ว่า ทีโอทีจะต้องแยกบัญชีให้ชัดเจน โดยแยกบัญชีกลุ่มธุรกิจก็จะต้องแยกออกเป็นธุรกิจ และบัญชีบริการสาธารณะก็ต้องแยกเป็นบัญชีสาธารณะ โดยต้องมีทีมที่ปรึกษามาดูแลเพื่อให้โครงสร้างธุรกิจสอดรับกับดิจิตอล อีโคโนมีนอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) จะต้องเจรจาทั้ง6กลุ่มธุรกิจให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งตนได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันไปแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มของไฟเบอร์ออฟติก ที่ควรนำมาบริหารจัดการร่วมกันอย่างไรก็ตาม บอร์ด ทีโอที ได้เสนอทางออกในการดำเนินธุรกิจเพื่อความอยู่รอด โดยเสนอขอคลื่นความถี่ย่าน900เมกะเฮิร์ตซ ที่จะหมดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)ในเดือน ก.ย. 58นี้ โดยจะต้องเจรจากับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เพื่อทีโอทีจะขอบริหารจัดการคลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อบริการสาธารณประโยชน์ อีกทั้ง ยังมีคลื่นความถี่อื่นๆ ที่ทีโอที บริหารจัดการอยู่ อย่างคลื่น1900เมกะเฮิร์ตซ เพื่อให้บริการ3จี จะต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบและเกิดรายได้ เพราะมีการลงทุนที่สูงแต่ยังมีรายได้น้อยอยู่"หลังจากฟังแผนดำเนินธุรกิจของทีโอที ก็ทำให้ลดความกังวลลงบ้างจากก่อนหน้านี้ที่มีความเป็นห่วงสูงกว่าหน่วยงานในสังกัดอื่นๆโดยทีโอที จะต้องเจรจาทั้ง กสท เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ไม่ซ้ำซ้อน และทีมกระทรวงไอซีทีจะมีปลัดไอซีที เป็นคณะทำงานร่วมหาทางออกกับ กสทช.คอยประสานงานในเรื่องของคลื่นความถี่และกฎหมายต่างๆ ซึ่งหากทั้ง ทีโอที และ กสท หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ให้ส่งเรื่องมายังกระทรวงไอซีที และกระทรวงไอซีทีจะส่งเรื่องไปให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เป็นผู้ตัดสินใจ"นายพรชัย กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.ไอซีที สั่งทีโอที แยกบัญชีธุรกิจกับสาธารณะ