นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ เตรียมปรับลดประมาณการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 56 เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 1 ปี จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% เหลือ 3.5% เนื่องจากภาคการส่งออกสามารถขยายต่ำกว่า 1.5% ขณะที่ ตัวเลขจีดีพีในปี 57 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้ที่ 4.5% การส่งออก 7% เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งยุโรป สหรัฐฯ และจีน ส่วนปัจจัยภายในประเทศ เชื่อว่าการลงทุนของภาคเอกชน ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 58 และการค้าตามแนวชายแดนจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ศูนย์วิจัยฯ มองว่า คณะกรรมการจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% เนื่องจากอัตราดังกล่าวยังเป็นอัตราที่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะนำให้ไทยเลิกการผ่อนคลายนโยบายการเงินนั้น มองว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับที่ปกติ แต่ในอนาคตอาจมีทิศทางปรับขึ้น ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา “สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่มีนัยยะสำคัญจนส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยหวังว่าจะไม่มีการชุมนุมอย่างยืดเยื้อ แต่หากเลวร้ายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา จากการเกิดความรุนแรงทางการเมืองที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทย เช่น การชุมนุมที่ราชประสงค์ ในปี 53 หรือ การปิดสนามบินนั้น อาจส่งผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.5-1%” นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเติบโตอย่างสูงที่สุดที่ 4-5% โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ภาคการส่งออกโดยเฉพาะในไตรมาสแรก ปี 57 ที่จะชี้นำว่าภาวะเศรษฐกิจจะเติบโตได้ตามคาดการณ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยส่วนที่กังวล ได้แก่ ความสามารถทางการแข่งขันในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มมีการฟื้นตัว แต่หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในเชิงบวก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสิกรเตรียมหั่นจีพีดี ปีนี้ เหลือ 3.5%
Blog
-

กสิกรเตรียมหั่นจีพีดี ปีนี้ เหลือ 3.5%
Facebook Comments -

หุ้นไทยวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 4.97 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 พ.ย. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน และส่วนใหญ่สามารถยืนในแดนบวกได้ ตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปิดบวกกันคึกคัก หลังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นางเจเน็ต เยนเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ออกมาระบุว่ายังคงใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ต่อไป จึงส่งผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุน แต่หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะได้รับแรงกดดันจากเมืองในประเทศ ฉุดให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุดที่ 1,414.30 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,427.69 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,420.66 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือ 0.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 27,184.68 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ทรู ปิดที่ 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท 2. จัสมิน ปิดที่ 8.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท 3. ซีพีออลล์ ปิดที่ 41.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 4. เอไอเอส ปิดที่ 235.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท 5. อินทัช ปิดที่ 78.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 4.97 จุดFacebook Comments -

ยุ่นขนทัพบุกหาลู่ทางลงทุนไทย
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 – 22 พ.ย. นี้ คณะนักธุรกิจ และนักลงทุนจากเมืองสำคัญของประเทศญี่ปุ่น เช่น เมืองโอตะ มิเอะ ฟูกูชิมะ โทคุชิมะ และโอซากา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวม 50 บริษัท จะเดินทางเข้ามาศึกษาลู่ทาง และโอกาสการลงทุนในไทย พร้อมกับร่วมงานมหกรรมแสดงเครื่องจักรสินค้า และเทคโนยีและโลหการ (เมทัลเล็กซ์) 2013 จัดขึ้นที่ไบเทค บางนา สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่น ที่มีต่อไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บีโอไอ จะร่วมกับองค์การส่งเสริมการลงทุนแห่งเมืองโอตะ ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจระหว่าง คณะนักลงทุนจากเมืองโอตะ และเมืองมิเอะ จำนวน 18 บริษัท ซึ่งเป็นผู้ผลิตในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนเครื่องจักร เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทย และจังหวัดโอซากา ได้จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจจากโอซากา ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักรและแม่พิมพ์ หารือร่วมกับผู้ประกอบการไทย ในการส่งเสริมการค้า การลงทุนร่วมกันในอนาคต “ปัจจุบันนักธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่มีศักยภาพเริ่มให้ความสนใจออกไปลงทุนนอกประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในไทย ตั้งแต่เดือนม.ค-ต.ค. 56 มีเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว 351 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการผลิตชิ้นส่วน หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนเพื่อป้อนความต้องการของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยุ่นขนทัพบุกหาลู่ทางลงทุนไทยFacebook Comments