Blog

  • แนะรัฐทบทวนโครงการจำนำข้าว

    แนะรัฐทบทวนโครงการจำนำข้าว

    นายอาชนัน เกาะไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการประชานิยม โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นปัญหาสำคัญต่อประเทศ เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการขาดทุนจนเป็นภาระหนี้ของรัฐบาล แต่ยังทำลายระบบแรงจูงใจของเกษตรกรระยะยาวในการผลิตขัาวที่มีคุณภาพ รวมถึง ทำให้เกิดปัญหาจากขัอเรียกร้องต่างๆ ในอนาคต โดยรัฐบาลควรนำเงินที่ไปใช้ในโครงการลงทุนพัฒนาในระบบสาธารณูปโภค ที่เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า “อยากให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำข้าว เห็นได้จากนักวิชาการทั่วโลกได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะมีการรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดโลก ส่งผลให้รัฐบาลเกิดภาวะขาดทุน ผลผลิตข้าวที่ไม่ได้ตามคุณภาพ รวมทั้ง ส่งผลต่ออันดับของการส่งออกข้าวของไทยที่ลดลงอีกด้วย” อย่างไรก็ตาม กรณีสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ มองว่าภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หากสถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาพักในประเทศ และส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยไม่เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนแนวทางอารยะขัดขืนนั้น มองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แต่ละบุคคลต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วย น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์) กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวจะส่งผลกระทบต่อภาระการคลังพอสมควร แต่เชื่อว่าจะไม่เกินกรอบหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ที่ 50% ต่อจีดีพี เนื่องจากในอนาคตภาครัฐจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท ทำให้ภาคเอกชนเกิดการลงทุนตาม ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เวิล์ดแบงก์เตรียมออกรายงานเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวในเดือน ธ.ค. โดยจะมีการชี้แจ้งว่าใครได้หรือเสียในโครงการดังกล่าว ที่ปัจจุบันได้มีการประเมินตัวเลขความเสียหายในโครงการนี้อยู่ที่ปีละ 200,000 ล้านบาท ขณะที่ สถานการณ์การเมือง หากมีความรุนแรงและยืดเยื้อเพิ่มขึ้น จะกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้ง จะส่งผลต่อภาคธุรกิจในบริเวณนั้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก แต่เชื่อว่าทั้ง 2 ส่วนจะมีการฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ภายใน 3 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปี 53 ที่ผ่านมา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะรัฐทบทวนโครงการจำนำข้าว

  • ม็อบไม่กระทบพิจารณาพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้าน

    ม็อบไม่กระทบพิจารณาพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้าน

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีวุฒิสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ว่า การชุมนุมต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะไม่กระทบต่อการพิจารณาพ.ร.บ.นี้ เนื่องจากเป็นคนละพ.ร.บ. และเป็นคนละประเด็นกัน โดยสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้มีวุฒิภาวะ จะไม่นำประเด็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ มั่นใจว่าพ.ร.บ.กู้เงินจะผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา เพราะที่ผ่านมาได้ปรับมีการปรับตามข้อเสนอแนะของกรรมาธิการทุกอย่าง โดยเบื้องต้นรับทราบว่าวุฒิสภามีการตั้งข้อสังเกต 2 ประเด็น คือ ประเด็นเงินคงคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด และประเด็นการเพิ่มรายละเอียดโครงการแนบท้ายพ.ร.บ.กู้เงิน ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเป็นเวลากว่า 6 เดือน ตนก็ชี้แจงเรื่องนี้มาโดยตลอด “พ.ร.บ.กู้เงิน ไม่ใช่เรื่องการเมือง เป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศ แตกต่างจากพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับพ.ร.บ.กู้เงิน แต่กังวลเรื่องความโปร่งใส ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องพัฒนาระบบการควบคุมการทำงานให้โปร่งใสมากขึ้น ขณะเดียวกันพ.ร.บ.กู้เงินยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้นเชื่อว่าการชุมนุมในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบผูกพันกับพ.ร.บ.กู้เงินที่วุฒิสภาจะพิจารณาในเร็วๆนี้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม็อบไม่กระทบพิจารณาพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้าน

  • สหภาพฯกฟผ.นัดประชุมใหญ่

    สหภาพฯกฟผ.นัดประชุมใหญ่

    นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(สร.กฟผ.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 พ.ย. สร.กฟผ.จะประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อหารือถึงแนวทางการเข้าร่วมขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมกับเวทีภาคประชาชน โดยในวันดังกล่าวอาจจะหารือรายละเอียดถึงแนวทางการเข้าร่วมโดยเฉพาะการให้ร่วมหยุดงานเพื่อออกไปชุมนุม เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไปแล้วภายหลังที่สภาผ่านร่างกฏหมายนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง “ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกมาระบุว่าได้ถอนร่างกฏหมายนิรโทษกรรมและปรองดอง 6 ฉบับดังกล่าวแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ เปรียบเหมือนกับกรณีที่คุณกำลังขึ้นไปขโมยของในบ้าน ก็คือการผ่านร่างกม.ดังกล่าวช่วงตี 4 ที่ไม่มีใครในโลกเขาทำกัน พอประชาชนจับได้คุณบอกว่าก็ไม่ได้ขโมยของแล้วก็จบงั้นหรือ ความผิดนี้ก็จะต้องรับผิดชอบจะด้วยลาออกหรือยุบสภาอย่างไรก็ต้องว่ากันมาเพราะรัฐบาลได้ทำให้สังคมเกิดความแตกแยกแล้ว”นายศิริชัยกล่าว สำหรับกรณีที่สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) ระบุถึงการตัดน้ำหน่วยงานราชการนั้น เป็นเรื่องที่สรส.ระบุกรณีที่หากรัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมของภาคประชาชน สรส.ก็พร้อมจะดูแลผู้ชุมนุมไม่ให้ได้รับบาดเจ็บซึ่งหลักการไม่ได้จะกระทำโดยไม่มีเหตุผลใดๆ หากรัฐบาลไม่ได้สลายการชุมนุมจนประชาชนบาดเจ็บทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้น นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การชุมนุมขับไล่รัฐบาลขณะนี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อการลงทุน เนื่องจากนักลงทุนต่างเข้าใจดีถึงการเมืองไทยเพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการเมืองและเศรษฐกิจจะแยกกันชัดเจน โดยนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามระยะสั้นนี้ก็อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นบ้างแต่ไม่มากนัก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สหภาพฯกฟผ.นัดประชุมใหญ่