วันที่ 13 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.33 น.. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ลด 150 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,450 บาท รับซื้อ 18,677.12 บาท ทองแท่งขาย 19,050 บาท รับซื้อ 18,950 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,450 บาท รับซื้อ 18,677.12 บาท ทองแท่งขาย 19,050 บาท รับซื้อ 18,950 บาท เวลา 09.33 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 13 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท
Blog
-

ราคาทองคำ 13 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท
Facebook Comments -

ไอทีสาขาใหม่ … สารสนเทศเชิงควอนตัม (2) – OQC/LED
เมื่อไอทีของโลกกำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ยุคเล็กลงเร็วขึ้นแล้วมีรูปแบบการประยุกต์ที่แปลกๆและอาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงควรเริ่มตามไปดูแนวโน้มเพื่อเตรียมความพร้อมปรับตัวกันให้ทัน และก่อนที่ไอทีตัวใหม่นั้นอาจไปสร้างผลกระทบด้านอื่นๆตามมาด้วยเช่น ภาษี พรบ.กฏหมายที่เกี่ยวข้อง สิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ เพราะเมื่อครั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆเข้ามาเมืองไทย เช่น แอปเปิลทู(Apple II) เครื่องแปดบิตจนถึงสิบหกบิตของไอบีเอ็มรุ่นแรกใช้งานพิมพ์เวิร์ดรามาฯ เวิร์ดราชวิถีก่อนหน้าที่จะมี MS Word ของไมโครซอร์ฟท์ให้ใช้พิมพ์รายงาน นับเวลาได้อยู่ในช่วงเพียงสามทศวรรษจึงมามี “เครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ” ที่ใช้ทั้งทำงานและโทรคุยได้ด้วยแล้ว ขณะที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตตามมาติดๆ เพียงไม่ถึงสองทศวรรษพัฒนาการได้กระโดดจากการรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายปิด ขยายจากโมเด็มต่อผ่านสายโทรศัพท์บ้านสู่การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ 3 จีที่ใช้ได้ทุกที่(ที่มีสัญญาณ) และทุกเวลา(เมื่อมีเงินจ่าย ไม่ถูกตัดสัญญาณหรือระบบล่ม) ซึ่งทุกเทคโนโลยีที่ผ่านมาเมืองไทยก็ยังต้องนำเข้าเป็นหลักและซื้อแบบที่ทะเลาะกันเองจนได้ใช้งานตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน …ทั้งกฏเกณฑ์ ระเบียบหรืออื่นๆจิปาถะเพียงการได้จ่ายเงินค่าเทคโนโลยี…เราก็แย่กันแล้ว ! ทั้งคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตนี้คือตัวอย่างเทคโนโลยีที่ดูแปลกและน่าตื่นเต้นมากหากย้อนเวลากลับไปเป็นคนที่อยู่ในช่วงเริ่มแรกยุคเกิดใหม่นั้น แต่ไม่นานก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แล้วเจ้าไอทีที่จะขี่อยู่บนเทคโนโลยีควอนตัมและแปลกกว่ามากนั้นหล่ะจะมีพัฒนาการเป็นอย่างไร เริ่มออกตัวก็จะรู้สึกได้แล้วว่า “แปลก…แปลกเกินกว่าจะบรรยายได้ (ในเวลาอันสั้น)” ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะนำหลักการของ “กลศาสตร์ควอนตัม” มาประยุกต์ใช้งานร่วมกับ “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ให้มนุษย์ได้ใช้เลยขอบเขตจำกัดทั้งความเร็วและขนาดจากสิ่งที่มีในโลกไอทีปัจจุบัน กำลังแพร่ขยายและมีความก้าวหน้าอยู่ทุกมุมโลกแล้วก็เริ่มพูดถึง “ควอนตัมคอมพิวเตอร์ กับ รหัสลับควอนตัม” สองคำนี้กันมากมายทีเดียว ขณะที่หลายบริษัทด้านไอทีและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลกกำลังลดขนาดและปลดพนักงานกับผลประกอบการที่ดิ่งลง เหลือเพียงรายใหญ่เด่นดังอยู่น้อยแห่ง แต่กลับมีการแสดงตัวออกข่าวกันมากขึ้นของสองบริษัทเด่นเจ้าของสองนวัตกรรมด้านควอนตัมนั้น นั่นคือ D-Wave systems สัญชาติแคนาดาผู้สร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ยังคงน่ากังขา และ iDQuantique จากสวิสที่ขายเครื่องเข้ารหัสลับควอนตัมสมบูรณ์แบบมาร่วมทศวรรษแล้ว …ของจริงหรือของปลอม ?…ใช้ได้ขายจริงหรืออิงนิยาย ? … ตามไปพิสูจน์ดูกันลึกๆ แล้วในอนาคตจะมีห้างควอนตัมไอทีมอลล์เกิดตามมาด้วยใช่ไหม? ก่อนหน้าที่จะมีเครื่องใช้ไอทีสองชนิดใหม่นี้ในร้านที่บ้านหม้อ พันธ์ทิพย์ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้จะได้รีบไปจองพื้นที่ขายเครื่อง สร้างแอพ หรือเปิดร้านซ่อมกัน รู้ก่อนแล้วรวยก่อนจริงหรือเปล่า? เนื่องจากยังไม่เห็นมีภาพหลุดข่าวลือสินค้าตัวใหม่นี้มากนัก และแทบไม่ได้ยินเสียงนักวิจารณ์ไอทีพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้น หากอนาคตไม่มาแจ้งเกิดเปิดตัวสินค้าได้จริงในเมืองไทยก็อาจเสียเวลาสนใจไปเปล่าๆ … ไอทีที่จะมากับ “ควอนตัม” จึงยังคงตอกย้ำความลึกลับที่ควรต้องติดตามอย่างลึกซึ้งกัน…ในตอนต่อๆ ไป เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ facebook.com/oqc.nectec “แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอทีสาขาใหม่ … สารสนเทศเชิงควอนตัม (2) – OQC/LEDFacebook Comments -

พม.เล็งล้างหนี้การเคหะฯ
นางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้สั่งการให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ไปพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินที่มีอยู่นำมาบริหารให้มีประโยชน์ เพื่อช่วยแก้ไขภาระหนี้สะสมของการเคหะแห่งชาติที่มีอยู่ 40,000 ล้านบาท เบื้องต้นกคช.มีที่ดินเปล่าอยู่ 7,000 ไร่ กระจายอยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ 2,000 ไร่ อาจนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำที่ดินไปให้กระทรวงการคลังบริหาร และให้เอกชนเช่าในระยะยาว “การเคหะแห่งชาติไม่มีรายได้เข้ามาตั้งแต่ปี 49 ขณะที่ต้องรับภาระเงินกู้จากการดำเนินการตามโครงการของรัฐบาล เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทรทำให้ภาระหนี้สะสมเพิ่มขึ้น จึงต้องเริ่มวางแผนในการชำระหนี้โดยใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามแนวทางคือจะให้เอกชนเช่าที่ดินของการเคหะฯไม่ใช่การขายขาด โดยขณะนี้มอบหมายให้ผู้บริหารของการเคหะฯทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเชิงพาณิชย์มาเสนอแล้ว” สำหรับแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยถึงผู้มีรายได้ระดับปานกลางนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงสำหรับผู้มีรายได้น้อย 90,000 หน่วย ภายใน 10 ปีโดยจะสร้าง20,000 หน่วยต่อปีเพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ส่วนโครงการบ้านเอื้ออาทรซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายในระดับรายได้ปานกลาง ปัจจุบันมีจำนวนคงเหลืออีก 21,000 หน่วยทั่วประเทศ กคช.จะเร่งรัดจำหน่ายให้หมดเพื่อปิดโครงการบ้านเอื้ออาทรจากนั้นจะมีการดำเนินโครงการใหม่โดยร่วมกับหน่วยราชการเพื่อขยายโอกาสให้กับผู้มีรายได้ระดับปานกลางมีโอกาสมีที่อยู่อาศัยโดยจะเข้มงวดในเรื่องของการเข้ามาซื้อบ้านในโครงการให้เป็นประชาชนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงๆไม่ใช่เป็นนายหน้าที่เข้ามาซื้อบ้านแล้วไปปล่อยเช่าเพื่อแสวงหากำไรเหมือนปัญหาที่ผ่านมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พม.เล็งล้างหนี้การเคหะฯFacebook Comments