Blog

  • ดอนเมืองคึกคึกรับเทศกาลท่องเที่ยว

    ดอนเมืองคึกคึกรับเทศกาลท่องเที่ยว

    ว่าที่เรืออากาศโทจตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า แนวโน้มผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) จะคึกคักกว่าปีก่อน โดยขณะนี้สายการบินไลออนแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสแอร์ไลน์) ของประเทศอินโดนีเซีย ยืนยันจะเปิดบริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้ตามแผนงานเดิม คือ กรุงเทพฯ-จาการ์ตา กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ โดยไม่มีแผนเลื่อนเปิดให้บริการ “ขณะนี้ผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองยังปกติ ไม่มีการยกเลิกใช้บริการ และคาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศจะยังใช้บริการเพิ่มขึ้นในฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) และทั้งปี 56 จะมีผู้โดยสารรวม 16.5 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้โดยสารใช้บริการแล้วประมาณ 14 ล้านคน ส่วนปี 57 จะมีประมาณ 19 ล้านคน” สำหรับความคืบหน้าการปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการระยะแรก เพื่อขยายขีดความสามารถให้รองรับได้ถึง 30 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับได้ 16.5 ล้านคนต่อปี โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 57 ระยะที่ 2 จะขยายให้รองรับได้ถึง 45 ล้านคนต่อปี จะดำเนินการได้แล้วเสร็จปลายปี 58 “เมื่อปรับปรุงระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 50 ล้านคนต่อปี เกินขีดความสามารถที่กำหนดไว้ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารในประเทศ จึงสามารถเพิ่มพื้นที่บางส่วนเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการได้มากขึ้น โดยประเมินไว้ว่าท่าอากาศยานดอนเมืองจะสามารถรองรับได้ในช่วงระยะ 10 ปี จากนั้นก็เป็นหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะต้องขยายตามแผนงานที่กำหนดเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารให้เพียงพอ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดอนเมืองคึกคึกรับเทศกาลท่องเที่ยว

  • ทีดีอาร์ไอ ชี้ไทยขาดนักผลิตซอฟต์แวร์

    ทีดีอาร์ไอ ชี้ไทยขาดนักผลิตซอฟต์แวร์

    ทีดีอาร์ไอ ชี้ตลาดซอฟต์แวร์ในไทยยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาแนะ “ซิป้า ซอฟต์แวร์พาร์ค” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุหลักสูตรปั้นบุคลากร ป้อนตลาดระยะยาว นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบัน มูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจภาพรวมมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คาดว่าปี 2556 จะอยู่ที่ 39,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22.2% ในขณะที่ ปี 2557 จะมีมูลค่าประมาณ 44,026 ล้านบาท โดยซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ปี 2556 จะมีมูลค่าการผลิตที่ 4,886.7 ล้านบาท และปี 2557 อยู่ที่ 5,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามลำดับ สำหรับ สาเหตุหลักเป็นผลจากความต้องการที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดและปัญหาที่สำคัญในการขยายตัวของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์ แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวของไทย คือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพ อีกทั้ง หลัก สูตรการศึกษาของสถาบันการศึกษายังไม่สอด คล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ต้องเสียเวลาในการฝึกอบรมพนักงานนานถึง 6-12 เดือน อีกทั้ง พนัก งานจบใหม่ชอบเปลี่ยนงาน จึงทำให้ขาดความต่อเนื่องในการสะสมความรู้และประสบการณ์ นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ยังประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และขาดการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง อีกทั้งบริษัทที่ตั้งอยู่นอกเมืองนั้นจะมีปัญหาในการหาบุคลากรที่มีคุณภาพ เพราะบุคลากรจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับความเจริญที่แตกต่างกันระหว่างในเมืองและนอกเมือง โดยภาพรวมยังมีอัตราการขาดแคลนสูงถึง 8 พันคน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ซิป้า เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.ควรจัดหลักสูตรในสถานศึกษาเพื่อป้อนตลาดซอฟต์แวร์ไทย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีดีอาร์ไอ ชี้ไทยขาดนักผลิตซอฟต์แวร์

  • อุทยานดาราศาสตร์

    อุทยานดาราศาสตร์

    เตรียมยกระดับการศึกษาด้านดารา ศาสตร์ของไทย และพร้อมที่จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สดร.จึงเร่งเดินหน้าก่อสร้างอุทยานดาราศาสตร์ หรือ Astro Park ที่เชียงใหม่ เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทางดาราศาสตร์ของประเทศและของภูมิภาค รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. เปิดเผยว่า อุทยานดาราศาสตร์ที่จัดตั้งขึ้นนี้ จะเป็นศูนย์กลางเครือข่ายความร่วมมือกับหอดูดาวในต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง และหอดูดาวของสถาบันฯ ที่ตั้งอยู่ ที่ Cerro Tololo International Observatory (CTIO) ประเทศสาธารณรัฐชิลี นอกจากนี้ยังจะเป็นที่รวบรวมศิลป วิทยาการเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ไว้อย่างครบวงจร ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ที่ติดตั้งกล้อง โทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลาง 2.4 เมตร ที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ ที่ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านดาราศาสตร์อย่างสูงสุด และล้ำหน้าประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (IAU) และองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้พิจารณาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวิทยาการดาราศาสตร์ระหว่างประชาคมอาเซียนอีกด้วย สำหรับอุทยานดาราศาสตร์นี้ จะมีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ อาคารศูนย์วิจัยและบริการทางดาราศาสตร์ จะเป็นอาคารหลักสำหรับดำเนินภารกิจต่าง ๆ ของสถาบันฯ ส่วนที่สองเป็นอาคารฉายดาว นิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ ซึ่งจะมีท้องฟ้าจำลองในส่วนนี้ ส่วนที่สามเป็นอาคารหอดูดาว ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สำหรับให้บริการดูดาว ส่วนที่สี่ เป็นอาคารศูนย์ประชุม และส่วนสุดท้ายเป็นลานกิจกรรมอเนกประสงค์กลางแจ้ง ใช้ในการจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์ ที่รองรับประชาชนได้มากกว่า 500 คน ผอ.สดร. บอกว่า แผนดำเนินการก่อสร้างอุทยานดาราศาสตร์ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 ในกรอบวงเงินงบประมาณ 400.6 ล้านบาท และกำหนดเปิดใช้งานประมาณปี 2559 และเชื่อว่า “อุทยานดาราศาสตร์” จะทำให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงวิทยาการดารา ศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลก เป็นผู้นำทางด้านดาราศาสตร์ในอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิและในอนาคตข้างหน้าจะเป็นหน่วยงานทางดาราศาสตร์ชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน .

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุทยานดาราศาสตร์