Blog

  • แนวโน้มน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง

    แนวโน้มน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง

    นายสุรงค์ บุลกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยถึงทิศทาง และแนวโน้มราคาน้ำมันโลกปี 57 ซึ่งเป็นการร่วมจัดทำระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และทีมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันกลุ่มปตท.ว่า ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีหน้า คาดว่า จะยังผันผวน และทรงตัวอยู่ในระดับสูง ราคาอยู่ที่ 90-112 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยประมาณการณ์ ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 104 ดอลลาร์หรัฐสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปี 56 ส่วนปีนี้คาดว่า ราคาน้ำมันดูไบ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 105ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล “ราคาน้ำมัน มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวเกินกว่ากรอบที่คาดการณ์ไว้ หากเกิดกรณีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติปัจจัยพื้นฐาน ส่วนความต้องการใช้น้ำมันของโลก จะมีแนวโน้วปรับเพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวดีขึ้นจากปีนี้คืออยู่ที่ประมาณ 91ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น1.1ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 56 โดยความต้องการใช้ส่วนใหญ่จะมีจากภูมิภาคเอเซียโดยเฉพาะจีนเป็นหลัก” นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน สอท. กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง รวมทั้งราคาค่าไฟฟ้า ที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องปรับตัว เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของตัวเองให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการใช้พลังงานลง ไม่เช่นนั้นความสามารถในการแข่งขันจะลดลงต่อเนื่อง เพราะต้นทุนพลังงานถือเป็นต้นทุนที่สำคัญในภาคการผลิต นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. กล่าวว่า ปตท.ได้เปิดตัวถังก๊าซพีทีที คอมโพสิต พลัส ซึ่งเป็นนวัตกรรมการนำวัสดุคอมโพสิต ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีในการประสานระหว่างโพลิเมอร์และไฟเบอร์กลาส ด้วยกระบวนการผลิตแบบพันมาผลิต เป็นถังก๊าซ ซึ่งสามารถรับแรงดันมาใช้แทนถังเหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ถังก๊าซรูปแบบใหม่ ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม น้ำหนักเบา ทนทาน ไม่เป็นสนิม สะดวกในการใช้งาน และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน โดยระยะแรก ปตท. มีแผนนำร่องแนะนำ ถังก๊าซพีทีที คอมโพสิต พลัส ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายทะเลซึ่งประสบปัญหาเรื่องสนิมที่ทำให้ถังก๊าซเหล็กมีอายุใช้งานลดลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนวโน้มน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง

  • กกร.ไม่ฟันธง โยนให้เอกชน 3 ฝ่ายตัดสินใจเอง

    กกร.ไม่ฟันธง โยนให้เอกชน 3 ฝ่ายตัดสินใจเอง

    นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบัน (กกร.) คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ในนาม กกร.ยังไม่มีมติคัดค้าน หรือสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะแต่ละสถาบันยังต้องใช้เวลารวบรวมความเห็นของสมาชิก คงไม่สามารถยืนยันแทนสมาชิกทั้งหมดได้ว่าคัดค้านหรือเห็นด้วยหรือไม่ แต่กกร.มีความกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น เพราะอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าในสังคมอย่างกว้างขวาง และอาจก่อให้เกิดความรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมหาทางออกและคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด “คงไม่มีการแถลงการณ์คัดค้านในนามของกกร. เพราแต่ละองค์กรยังมีการเตรียมข้อมูลร่วมกับสมาชิกไม่ครบถ้วน ซึ่งหลังจากนี้ แต่ละองค์กรคงมีท่าทีแถลงการณ์ขององค์กรของตัวเองต่อไป คงไปตอบแทนสมาชิกของทั้ง 3 สถาบันไม่ได้”นายอิสระ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กกร.ไม่ฟันธง โยนให้เอกชน 3 ฝ่ายตัดสินใจเอง

  • ชาวนาห่วงรับนำจำข้าวล้ม

    ชาวนาห่วงรับนำจำข้าวล้ม

    สมาคมชาวนาไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ สมาคมฯได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เตรียมความพร้อม และเร่งรัดเพิ่มเปิดจุดรับจำนำให้มากขึ้น รองรับการเร่งเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาที่จะนำเข้าโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากชาวนาเริ่มกังวลต่อเหตุการประท้วงไม่เห็นด้วยกับการพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่อาจยื้ดเยื้อและกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล จนทำให้หลาย ๆโครงการของรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว “ในเดือน พ.ย.–ธ.ค.นี้ จะมีผลผลิตออกมามาก ทำให้ชาวนาต้องเร่งเก็บเกี่ยว ยิ่งในช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมืองมีความไม่แน่นอน ยิ่งทำให้ชาวนาต้องเก็บข้าวให้เร็วที่สุด ดังนั้นหากรัฐบาลไม่เตรียมพร้อมในการรับจำนำ เชื่อว่าไม่นานจะทำให้เกิดความวุ่นวายแน่นอน” นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า(อคส.) กล่าวว่า อคส. เตรียมพร้อมเปิดจุดรับจำนำได้ทันที โดยได้อนุมัติโรงสีเข้าโครงการรับจำนำแล้ว 617 แห่ง จากสมัครมา 639 แห่ง ใน 50 จังหวัด โดยเดือน ต.ค. ได้เปิดจุดจำนำแล้ว 39 จังหวัด เปิดรับจำนำในพื้นที่ 364 แห่ง นอกพื้นที่ 6 แห่ง ซึ่งยอดจำนำเดือนแรกของโครงการ(1-31 ต.ค. 56) ชาวนานำข้าวมาจำนำแล้ว 1.2 แสนราย ปริมาณ 1.3 ล้านตัน ซึ่งประเมินว่าเดือน พ.ย. นี้จะมีชาวนานำข้าวมาจำนำเพิ่มจำนวนมากเพราะผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ราคาข้าวปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากมีปริมาณข้าวในตลาดจำนวนมากจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล ประกอบกับข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/57 กำลังทยอยออกมา ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงตามจิตวิทยาของตลาด ล่าสุดราคาใกล้เคียงกับข้าวของคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ทำให้มีส่วนต่างราคากันเพียงตันละ 10-15 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากผู้ซื้อต้องการรอดูสถานการณ์ราคา เพราะคาดการณ์ว่าราคาข้าวของไทยน่าจะลดลงต่ำได้อีก เนื่องจากรัฐบาลไทยมีสต๊อกอยู่ในมือจำนวนมากหลายล้านตัน “ปกติช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. จะมีการซื้อข้าวกันมากเพื่อป้อนความต้องการปลายปีและต้นปี แต่ตอนนี้ลูกค้ากำลังหยุดและเฝ้าดูสถานการณ์ราคาข้าว เพราะเชื่อว่าสต๊อกที่ไทยถืออยู่ จะเป็นแรงกดดันให้ราคาข้าวลดต่ำลงไปอีก” สำหรับการส่งออกข้าวช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณ 4.6 ล้านตัน และช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ น่าจะส่งออกข้าวไทยเดือนละ 600,000 ตัน คาดว่าทั้งปีไทยจะส่งออกข้าวได้ 6 ล้านตัน แต่ไม่ถึง 8 ล้านตัน อย่างที่คาดกันไว้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาห่วงรับนำจำข้าวล้ม