องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ได้ประกาศแจ้งข่าวที่จะกำหนดส่งดาวเทียมสำรวจดาวอังคารดวงแรกของประเทศขึ้นสู่อวกาศ โดยใช้จรวดนำส่ง PSLV-C25 จากศูนย์อวกาศตีศธวัน (Satish Dhawan Space Centre SHAR) บนเกาะศรีหริโกฎา และมีกำหนดจะนำส่งขึ้น ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา 16.38 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ โดยวิถีการนำส่งนี้ดาวเทียมดวงนี้ จะพาดผ่านน่านฟ้าจากมหาสมุทรอินเดียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกGISTDA ได้จัดทำแผนที่ โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลอินเดีย ซึ่งแสดงถึงวิถีพาดผ่านเหนือภาคใต้ของประเทศไทยบริเวณจังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง โดยคาดว่าจะมีชิ้นส่วนจากจรวดนำส่งที่จะตกลงมายังพื้นโลกจำนวน 5 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดจะตกลงในมหาสมุทรอินเดีย โดยคาดว่าชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายซึ่งจะตกใกล้ประเทศไทยมากที่สุด จะตกในทะเลอันดามัน นอกชายฝั่งจังหวัดพังงาประมาณ 360 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของสาธารณรัฐอินเดีย (ดูภาพจากแผนที่จำลองวิถี)ดังนั้นจึงขอให้เรือและอากาศยานหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวในในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 ช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00-18.00 น. แต่สำหรับพื้นที่บนบกนั้นยังไม่มีความจำเป็นจะต้องเตรียมการใดๆ เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นที่ที่คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะได้ติดตามและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลอินเดียถึงเวลาการปล่อยจรวดที่แน่นอนและชัดเจน รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชิ้นส่วนจรวดปล่อยดาวเทียมอินเดียคาดไม่กระทบไทย
Blog
-

ชิ้นส่วนจรวดปล่อยดาวเทียมอินเดียคาดไม่กระทบไทย
Facebook Comments -

คมนาคมห้ามเรือบรรทุกเกินขู่เพิ่มโทษหนัก
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุเรือโดยสารล่มที่เกาะล้าน พัทยา จนมีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บจำนวนมากว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอยู่ แต่สันนิษฐานเบื้องต้น น่าจะมาจากบรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กำหนด เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงทำให้อุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร ขณะนี้ได้ยึดใบอนุญาตคนขับเรือลำที่เกิดเหตุแล้ว และกำลังพิจารณาว่าจะยึดใบอนุญาตการประกอบกิจการของเจ้าของธุรกิจด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้เรียกผู้ประกอบการเรือโดยสารในพัทยา มาหารือซักซ้อมความเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติและกฎหมายกฎระเบียบต่าง ๆ ในการเดินเรือโดยสาร โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย และขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หลังจากที่ผ่านมาพบมีผู้ประกอบการบางราย ลักลอบบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด โดยไปลักลอบรับผู้โดยสารตามหาดจนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่ทั่วถึง ดังนั้นกรมฯ จึงเตรียมออกระเบียบห้ามเรือโดยสารรับส่งผู้โดยสารตามหาด แต่ให้มารับส่งผู้โดยสารเฉพาะท่าเรืออย่างเดียว และหากพบรายใดกระทำผิดบ่อย จะยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการทันที พลเอกพฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่า เหตุเรือล่มที่เกาะล้าน พัทยานี้ เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เนื่องจากเห็นว่า ผู้ขับเรือโดยสาร ย่อมรู้ถึงพิกัดน้ำหนักที่เรือรับได้ แต่ยังบรรทุกเกินกำหนด จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม ในส่วนของกระทรวงคมนาคมขณะนี้ ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า เพิ่มความเข้มงวดกวดขันเจ้าหน้าที่ประจำเรือทุกประเภท ทั้งในแง่ของการออกใบอนุญาตประกอบการ ใบอนุญาตขับเรือ ระบบรักษาความปลอดภัย และกำลังพิจารณาเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำผิด “ยอมรับว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจกระทบต่อนโยบายพัทยาโมเดล หรือเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวปลอดภัย รวมถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ดังนั้นต้องรวบรวมปัญหาทั้งหมดโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย และการบริการนักท่องเที่ยว เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบและทุกด้าน เรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมา โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางสู่เมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก” ด้านนายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า สั่งให้กรมเจ้าท่าเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบกรณีการบรรทุกเรือเกินน้ำหนัก โดยเฉพาะการรับส่งในเที่ยวสุดท้ายที่มักปล่อยปะละเลยให้ผู้โดยสารเบียดเสียดยัดเหยียดกันลงเรือจนเกินพิกัด เพราะสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในครั้งนี้มาจาการบรรทุกเกินน้ำหนัก รวมทั้งคนขับยังมีพฤติกรรมประมาทเลินเล่อ ซึ่งต่อไปนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจเข้มมากขึ้น โดยเฉพาะการขนคนกลับเข้าฝั่งในเที่ยวสุดท้ายต้องเป็นไปตามน้ำหนักบรรทุก แต่หากมีนักท่องเที่ยวตกค้างผู้ประกอบการจะต้องจัดหาเรือเพิ่มเติมให้กับนักท่องเที่ยว “ตอนนี้ได้สั่งพักใบอนุญาตขับเรือคนขับไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งส่วนตัวผมว่า 6 เดือนน้อยไป ในอนาคตอาจจะต้องให้ไปแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษ โดยหากผู้ขับขี่เรือทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนี้ อาจจะต้องถูกเพิกถอนในอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิตหรือให้เลิกอาชีพนี้ไปเลย รวมทั้งให้เพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการเรือโดยสารด้วยที่ปล่อยให้บรรทุกน้ำหนักเกิน ส่วนการดูแลผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และสูญหายจากเหตุเรือล่มครั้งนี้ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินค่าทำศพรายละ 500,000 บาท ส่วนกรณีบาดเจ็บได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลรายละ115,000บาท” ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ประกอบการ จอดรับและส่งนักท่องเที่ยว 2 จุด คืออบริเวณ ท่าเรือ และตามชายหาดต่างๆ ทำให้การกำกับดูแลจำนวนผู้โดยสารทำได้ลำบาก เพราะการจอดรับตามชายหาดปัจจุบันไม่มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ ดังนั้น เบื้องต้นอาจหารือกับเมืองพัทยาและผู้ประกอบการเรือโดยสาร เพื่อพิจารณาถึงแนวทางการจัดทำท่าเรือถาวรเพิ่มเติมบริเวณชายหาดต่างๆ เพื่อให้การดูแลครอบคลุม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมห้ามเรือบรรทุกเกินขู่เพิ่มโทษหนักFacebook Comments -

ยืนยันจัดงานปีใหม่ย่านราชประสงค์
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า สมาคมยังเดินหน้าจัดเคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แม้จะมีการชุมนุมทางการเมืองก็ตาม เพราะเชื่อว่าจะมีผลความเชื่อมั่นของผู้บริโภคภายเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยทุ่มงบกว่า100 ล้านบาท จัดงานแฮปปี้เนส อีส ออล์ อราวน์ 2014 ภายในวันที่ 19 พ.ย. 56 ถึง 31 ม.ค. 57 ด้วยการมอบส่วนลดสูงสุด 80% พร้อมตกแต่งสถานต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยี่ยมชม ทั้งนี้คาดว่ามีเงินสะพัดในงานกว่า 18,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเพื่อการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สร้างรายได้ 35-50% ของรายได้ทั้งหมดในย่านราชประสงค์ สมาคมจึงต้องการให้รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมที่เป็นจริง เพื่อให้ชาวต่างชาติประเมินความปลอดภัยในการเข้ามาท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักประกอบด้วยจีน รัสเซีย และอินเดีย โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์มากที่สุด “การชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล แต่ทั้งนี้ไม่ควรจะเคลื่อนขบวนมายังราชประสงค์ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ เพราะจะส่งผลกระทบเหมือนเหตุการณ์ในปี 53 ขณะเดียวกันก็ไม่ควรให้เกิดความรุนแรงหรือการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม ซึ่งทางที่ดีรัฐบาลควรออก พ.ร.บ.ควบคุมการชุมนุม เพื่อจัดการชุมนุมให้เป็นระเบียบและป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงจนกระทบต่อภาคธุรกิจอื่นๆ” สำหรับภาพรวมกำลังซื้อของปีนี้ ในช่วงต้นปียังอยู่ในระดับที่ดี แต่ช่วงครึ่งหลังกำลังซื้อเริ่มตกลง เนื่องจากภาระหนี้จากนโยบายรถและบ้านหลังแรกของรัฐบาล ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีรัฐบาลจึงควรเร่งหามาตรการและนโยบายมาดูแลให้เหมาะสม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยืนยันจัดงานปีใหม่ย่านราชประสงค์Facebook Comments