น.ส.อุรวี เงารุ่งเรือง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้บริโภคทั่วไป (อัตราเงินเฟ้อ) เดือน ต.ค.56 เท่ากับ 105.76 เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.46% เมื่อรวม 10 เดือนปี 56 (ม.ค. – ต.ค.) เพิ่มขึ้น 2.27% ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าเงินเฟ้อในปี 56 ใหม่ขยายตัวในระดับ 2.1-2.6% จากเดิมที่ตั้งไว้ 2.8-3.4% เพราะราคาสินค้าส่วนใหญ่ไม่ปรับขึ้นมาก รวมถึงราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบเฉลี่ยที่ 90-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และรัฐบาลยังคงมาตรการดูแลค่าครองชีพต่อเนื่อง “คาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว ผืชผักต่างๆ ราคาจะลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าช่วงไตรมาส 4 เงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.70% ทำให้เฉลี่ยทั้งปี ยังอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 2.10-2.60% ” ทั้งนี้อัตราเงินไทยในปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียด้วยกัน โดยตัวเลขเงินเฟ้อในตั้งแต่เดือน ม.ค. -–ก.ย. 56 พบว่าไต้หวันขยายตัวต่ำสุดที่ 0.89% รองลงมาเป็นมาเลเซีย 1.80%, ไทย 2.36%, สิงคโปร์ 2.49%, จีน 2.56%, ฟิลิปปินส์ 2.77%, ฮ่องกง 4.33%, อินเดีย 5.70%, ลาว 6.22%, อินโดนีเซีย 6.50%, เวียดนาม 6.83% รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดที่อัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 56 น่าจะอยู่ในระดับ 2.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยในปี 53 เงินเฟ้ออยู่ที่ 3.3%, ปี 54 อยู่ที่ 3.81%, ปี 55 อยู่ที่ 3.02% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้ผู้ประกอบการระบายสินค้าได้ลำบาก ทำให้สินค้าหลายๆประเภทโดยเฉพาะสินค้าประเภทอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีการใช้โปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคมาซื้อสินค้าและบริการ สินค้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินเฟ้อเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 1.46%
Blog
-

เงินเฟ้อเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 1.46%
Facebook Comments -

“ไอซีที”หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน
วันนี้(1พ.ย.)ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดโครงการ กิจกรรมการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้โครงการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไอซีทีสู่สากล โดยนายสมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า สำหรับโครงการนี้ต้องการประชาสัมพันธ์ความรู้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ด้านไอซีที และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 20,000-30,000 ราย โดยแบ่งเป็นอุตสาหกรรมประเภทคอมพิวเตอร์ และ ฮาร์ดแวร์ ประเภทซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ และประเภทการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์การบริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้มีมูลค่าตลาดคิดเป็น 10 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ด้าน ดร.สุรัตน์ ตันเทอดทิตย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่อง ศักยภาพที่ไม่เข้มแข็ง ขาดแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มีหลายระดับ ขาดการส่งเสริมด้านภาษี ค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ย และการขาดแนวคิดและวิธีการแปลงสินทรัพย์ทางปัญญาให้เป็นทุน จึงมองว่ามาตรการที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้องมีการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในการขอสินเชื่อกับสถานบันการเงิน การตั้งศูนย์ให้ความรู้แหล่งเงินทุน ส่งเสริมนโยบายภาครัฐด้านการลดหย่อนภาษีโดยการประสานงานกับสถาบันการเงิน เป็นต้น โดยคาดว่าหากสามารถทำตามมาตรการดังกล่าวได้ภายใน 5 ปี จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีทีไทยเข้าถึงแหล่งเงินอย่างแน่นอน ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับสถาบันการเงินมีหน้าที่ในการปล่อยให้สินเชื่อ โดยการพิจารณาขอสินเชื่อ จะดูจากผลิตภัณฑ์สินค้า และแผนการตลาด ซึ่งภาพรวมสัดส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยมีจำนวน 98% ส่วนที่เหลือเป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยสัดส่วนที่ขอสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีจำนวน 40% ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวน 30% และสินเชื่อผู้บริโภค อาทิ บัตรเครดิต 30% ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีจำนวนมาก จึงต้องมีการพิจารณา ซึ่งผลการขอสินเชื่อจะมีทั้งที่อนุมัติและไม่อนุมัติ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไอซีที”หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนFacebook Comments -

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 14.28 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (1 พ.ย.) ดัชนีดิ่งลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนักตลอดการซื้อขาย ตามแรงเทขายทำกำไรกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มพลังงาน สื่อสาร และธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจมีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา สภาฯได้โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 3 ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้มีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยเตรียมออกมาคัดค้านเพิ่มเติม ฉุดให้หุ้นไทยภาคเช้าปิดตลาดที่ 1,428.60 จุด ลดลง 14.28 จุด หรือ 0.99% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 14,577.82 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 14.28 จุดFacebook Comments