Blog

  • กนอ.สั่งนิคมฯกำหนดมาตรการป้องกันน้ำท่วม

    กนอ.สั่งนิคมฯกำหนดมาตรการป้องกันน้ำท่วม

    นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตอนนี้มีฝนตกทุกภาคของประเทศไทยและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนก่อเกิดอุทกภัยในบางส่วนของภาคกลางนั้นกนอ.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด ล่าสุดได้กำหนดมาตรการป้องกันอุทกภัยพื้นที่นิคมฯเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุทกภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมรวมทั้งนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสั่งการให้นิคมฯตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนป้องกันอุทกภัยในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมฯ ในนพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งระบบเขื่อนป้องกันอุทกภัยของนิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค), นิคมฯ บางปะอิน ได้ดำเนินการสร้างเสร็จสมบูรณ์ และนิคมฯสหรัตนนคร อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างคันดินดำเนินการไปแล้วที่ความสูงประมาณ 5 เมตร ทั้งนี้จะใช้แนวถนนรอบพื้นที่นิคมฯความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร เป็นแนวป้องกัน นอกจากนี้นิคมฯ ทุกแห่งได้จัดทำและทบทวนแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีอุทกภัยโดยสรุปแนวทางการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม เช่น ขุดลอกและพร่องน้ำในลำระบายน้ำจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำสำรอง และอุปกรณ์อื่นๆจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังระดับน้ำโดยรอบพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนป้องกันอุทกภัยติดตามสถานการณ์และประสานงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิดรวมทั้งชี้แจงและสื่อสารกับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอย่างสม่ำเสมอ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กนอ.สั่งนิคมฯกำหนดมาตรการป้องกันน้ำท่วม

  • “จักรมณฑ์”ส่งซิกลอยตัวราคาน้ำตาลทราย

    “จักรมณฑ์”ส่งซิกลอยตัวราคาน้ำตาลทราย

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายว่า นโยบายจะยึดหลักกลไกตลาดให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้เกิดการแข่งขันซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ดังนั้นราคาน้ำตาลทรายที่จำหน่ายในประเทศก็ควรสะท้อนกลไกตลาด เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบ อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดก็จะต้องให้ทั้งฝ่ายโรงงานและชาวไร่อ้อยมีความเห็นที่ตรงกันที่จะต้องไปสรุปในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.)ก่อนที่จะปฏิบัติ“การปรับโครงสร้างจะต้องดูหลายอย่างทั้งเพิ่มผลผลิต การจัดโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูกรวมไปถึงการเปิดโรงงานก็จะต้องเป็นแบบเสรีหรือไม่ รวมถึงราคาน้ำตาลทรายที่เวลานี้ภายในประเทศและส่งออกต่างกันโควตาน้ำตาลที่มีอยู่ คือน้ำตาลทรายขาวบริโภคในประเทศ (โควต้า ก.) ดิบส่งออก (โควต้าข.) และดิบหรือขาวส่งออก (โควต้าค.) ก็ต้องไม่มีผมเองถามชาวไร่อ้อยว่ากฏหมายอ้อยใช้มา 30 ปีจะเลิกไหมว่ากันเสรีไปเลยเขาก็บอกว่ายังแฮปปี้อยู่โดยเฉพาะระบบแบ่งปันผลประโยชน์70:30 แต่ขอให้ปรับปรุง เรื่องนี้ กอน.คงจะต้องไปหารือและเมื่อมีกติกาก็ขอให้ยอมรับกัน”นายจักรมณฑ์กล่าวสำหรับกรณีปัญหาระยะห่างโรงงานที่ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) กำหนดเกณฑ์การตั้งโรงงานน้ำตาลทรายต้องห่างกันไม่ต่ำกว่า 80 กิโลเมตร (กม.) แต่ปรากฏว่ามี 2 โรงงานที่จังหวัดสระแก้วที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) เปิดดำเนินกิจการอยู่ จึงมีสภาพไม่ต่างอะไรกับโรงงานเถื่อน เรื่องนี้คงจะต้องเร่งข้อยุติของ2 โรงงานนี้ก่อน เพราะใกล้ฤดูเปิดหีบซึ่งสุดท้ายเชื่อว่าชาวไร่ก็คงจะมากดดันให้เปิดโรงงานเพื่อหีบอ้อย ไม่เช่นนั้นชาวไร่ก็เดือดร้อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “จักรมณฑ์”ส่งซิกลอยตัวราคาน้ำตาลทราย

  • ไทย-จีนเพิ่มการค้า-ลงทุนร่วมกัน

    ไทย-จีนเพิ่มการค้า-ลงทุนร่วมกัน

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดผยว่า ได้หารือกับนายหนิง ฟู่ขุ่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยถึงแนวทางการเพิ่มความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับจีนให้มากขึ้นในอนาคตโดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้รื้อฟื้นการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย– จีน ร่วมกันหลังจากที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ได้มีการจัดประชุมร่วมกันมานานกว่า 10 ปีโดยการประชุมครั้งแรกจะมีการจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ภายในปี 57 นี้ส่วนการประชุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯซึ่งจะมีการกำหนดวันประชุมอย่างเป็นทางการต่อไปทั้งนี้ในปัจจุบันจีนถือเป็นคู่ค้าและตลาดที่สำคัญของไทยโดยไทยส่งออกสินค้าไปขายยังจีนสูงถึง 12% ซึ่งยอดการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนเพิ่มขึ้นสูงมากจาก 15 ปีที่ผ่านมาที่ไทยเคยส่งออกสินค้าไปจีนเพียง2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดนอกจากนี้จีนยังมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และถือเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกความร่วมมือทางการค้ากับจีนที่จะเพิ่มขึ้นจึงจะเป็นประโยชน์กับไทยในการส่งออกสินค้าไปขายยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกมากขึ้นโดยปัจจุบันประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศนี้กว่า55% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด“คณะกรรมการชุดนี้จะดูหมด ทั้งเรื่องการค้าการลงทุนการขายสินค้าเกษตรรวมทั้งเรื่องที่จีนจะมาลงทุนในบ้านเราเพิ่มซึ่งเราต้องเลือกว่าจะให้เขามาลงทุนอะไรก็คงต้องเลือกที่เป็นประโยชน์ ส่วนเป้าหมายการค้าการลงทุนระหว่างกันนั้นคงไม่ต้องไปปรับอะไร ขายได้มาก ลงทุนได้มากก็ควรจะทำไป อย่าไปยึดเป้า ยึดตัวเลขอะไรให้ยุ่งการค้าเป็นเรื่องของประโยชน์ทั้งสองข้างอยู่แล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทย-จีนเพิ่มการค้า-ลงทุนร่วมกัน