Blog

  • ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้พายุใต้ฝุ่นคัลแมกี กระทบไทยน้อย

    ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้พายุใต้ฝุ่นคัลแมกี กระทบไทยน้อย

    วันนี้(15 ก.ย.) ที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและรักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ทุกภาคยังคงมีฝนตกและอาจมีฝนตกหนักได้ในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (Kalmaegi) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ ห่างจากเกาะไหหลำ ประมาณ 1,000 กิโลเมตรเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม.อย่างไรก็ตาม พายุใต้ฝุ่นดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศไทยมากมาย แต่จะมีบริมาณของน้ำฝนมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และ 6 จังหวัดอันดามัน ในช่วงวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ พายุดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นด้วยจึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดต่อไปอย่างไรก็ตาม จะมีปริมาณฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ได้ ศูนย์เตือนภัยฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องโดยเฉพาะภาคตะวันออกบริเวณ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ในขณะที่ภาคใต้ จ.ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต จ.ตรัง จ.กระบี่ และจ.สตูล“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่เสียงภัยพิบัติธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ ทหาร และผู้เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลของศูนย์เตือนภัยฯพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกิดดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด ซึ่งประชาชนในพื้นที่ควรระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากที่ราบเชิงเขา ดินโคลนถล่ม ซึ่งตนไม่ค่อยห่วงประชาชนในพื้นที่มากนักเพราะจะคุ้นเคยกับสถานที่และได้รับการแจ้งเตือนการอบรมจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แต่จะห่วงนักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญเส้นทางมากกว่า” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้พายุใต้ฝุ่นคัลแมกี กระทบไทยน้อย

  • รมว.ไอซีที มั่นใจเคลียร์ปมกฏหมายได้ภายใน 2 เดือน

    รมว.ไอซีที มั่นใจเคลียร์ปมกฏหมายได้ภายใน 2 เดือน

    วันนี้ (15 ก.ย.) เวลา 11.30 น.ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวภายหลังจากมอบนโยบายกับข้าราชการกระทรวงไอซีทีและหน่วยงานในสังกัดว่า สิ่งที่เป็นห่วงและต้องเร่งดำเนินการคือ การจัดการกับเว็บไซต์ไม่เหมาะสมทั้งเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงฯ ความมั่นคงของชาติ ที่ผิดกับพรบ.คอมฯนั้น ตอนนี้ยังค้างอยู่กว่า 2 หมื่นคดีนอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ ปัญหาเกี่ยวกับอุทกภัยต่างๆที่มีหลายหน่วยงานดูแล ซึ่งหน่วยงาน-ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที ประกอบด้วยสำนักงานสถิติแห่งชาติ, กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งเตือนหรือช่วยเหลือตามแต่หน้าที่ของตนเองนายพรชัย กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีจะเร่งจัดสรรงบประมาณที่เหลือกว่า 3.7 พันล้านบาท เกี่ยวกับการให้บริการไวไฟเพื่อการศึกษา ว่า จะดำเนินการอย่างไรเพื่อหนุนภาคการศึกษาให้ได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายทั่วประเทศฟรีโดยจะประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินโครงการต่อไปเกิดการบูรณาการร่วมกัน ในส่วนของงบประมาณปี 2557 พบว่า ยังมีหลายหน่วยงานที่ยังเหลืองบประมาณอีกกว่า 40% ที่ยังไม่ได้จัดสรรซึ่งหน่วยงานต่างๆ จะต้องจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยหากพบว่าไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ก็ต้องส่งคืนมาส่วนงบประมาณปี 58 ให้รีบเขียนทีโออาร์โดยเร็ว และจะต้องเน้นในเรื่องของความโปรงใสส่วนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะต้องบริหารไม่ให้ขาดทุนหลังจากไม่มีรายได้สัมปทานมือถือโดยมองว่า การควบรวมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ถือเป็นวิธีสุดท้ายที่จะทำ ส่วนปัญหาที่ซับซ้อนทางกฏหมาย โดยเฉพาะกฏหมายดาวเทียมที่ต้องมีการแก้กฏหมายร่วมกันเพราะกระทรวงไอซีทีจะต้องไปประสานงานกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ ไอทียู เพื่อขอจองพื้นที่ของดาวเทียม ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีหน้าที่กำกับดูแลในเรื่องของใบอนุญาตซึ่งจะต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจนร่วมกันอีกครั้ง“ยอมรับว่าการแก้กฏหมายเป็นเรื่องที่ยากซึ่งต่อจากนี้กระทรวงไอซีทีและหน่วยงานในสังกัดจะต้องมีการประชุมใหญ่ในวันพุธแรกของทุกเดือนและพุธที่ 3 ของทุกเดือนจะต้องประชุมหัวหน้าส่วนทั้งหมดเพื่อให้งานดำเนินการไปได้โดยเร็วโดยมั่นในว่าจะสามารถแก้ไขกฏหมายที่ซับซ้อนให้ชัดเจนได้ภายใน 2 เดือนต่อจากนี้”นายพรชัย กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.ไอซีที มั่นใจเคลียร์ปมกฏหมายได้ภายใน 2 เดือน

  • ไทยคมย้ำพายุสุริยะไม่ส่งผลกระทบ

    ไทยคมย้ำพายุสุริยะไม่ส่งผลกระทบ

    ตามที่ปรากฏข่าวการเกิดพายุสุริยะจากการพยากรณ์และการติดตามพบว่าระดับพลังงานที่สูงนั้นเกิดในช่วงวันที่ 11 กันยายนซึ่งผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อโลก จะอยู่ในส่วนแถบขั้วโลกปัจจุบันพบว่าพลังงานลดลงแล้ว บริษัทไทยคมได้เตรียมการโดยมอบหมายทีมวิศวกรรมดาวเทียมและปฏิบัติการควบคุมดาวเทียมให้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดโดยตรวจสอบสถานะของระบบดาวเทียมอย่างต่อเนื่องมั่นใจไม่กระทบบริการและสามารถรับมือได้กรณีเกิดเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอวกาศแม้ไม่ปรากฏว่าจะส่งผลกระทบในไทย นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคนิคบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง กระแสข่าวการเกิดเหตุพายุสุริยะ (SolarFlares) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติในอวกาศโดยจากการตรวจสอบพบว่าระดับพลังงานที่สูงในช่วงนี้น่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 11กันยายนตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ พบว่าพลังานดังกล่าวได้ลดระดับลงแล้วจากการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลของทีมวิศวกรของบริษัทไทยคมอย่างใกล้ชิดยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดผลกระทบต่อดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้าซึ่งอยู่ในระดับเส้นศูนย์สูตรอย่างไรก็ตาม ไทยคมได้เตรียมความพร้อม โดยจัดให้มีการเฝ้าระวังตามมาตรการและกระบวนการจัดการตามมาตรฐานทางวิศวกรรมรวมถึงติดตามตรวจสอบสถานะของระบบดาวเทียมอย่างต่อเนื่องด้วยประสบการณ์ของบริษัทไทยคมซึ่งให้บริการดาวเทียมมากว่า 20 ปีไทยคมมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการและให้บริการได้ตามปกติ ทั้งนี้ ปรากฏการณ์พายุสุริยะเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานอันมหาศาลออกมา ณบริเวณที่มีความเข้มของสนามแม่เหล็กสูงบนดวงอาทิตย์โดยพลังงานที่ปล่อยออกมานั้นส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของพลังงานแสงที่มองเห็น ดังนั้นจึงสามารถสังเกตเห็นแสงที่มีความเข้มสูงบริเวณผิวหน้าของดวงอาทิตย์ในขณะที่เกิดพายุสุริยะได้โดยพลังงานอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีเอ็กส์,รังสีแกมม่า, และรังสียูวีซึ่งจะส่งออกมาพร้อมกับอนุภาคเล็กๆโดยพลังงานเหล่านี้จะถูกลดทอนลงเมื่อเข้าใกล้บรรยากาศของโลกเนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกช่วยต้านไว้ ตามสถิติจะมีรอบของระดับพลังงานที่สูงขึ้นประมาณ10-11ปี ซึ่งปรากฎการณ์ในครั้งนี้มีทิศทางไปยังแถบขั้วโลกในขณะที่ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าอยู่ในระดับเส้นศูนย์สูตรอีกทั้งดาวเทียมสื่อสารนี้ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับผลกระทบจากพายุสุริยะตามมาตรฐานอุตสาหกรรมจึงไม่น่ากังวลแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยคมย้ำพายุสุริยะไม่ส่งผลกระทบ