Blog

  • คาดกนง.คงดอกเบี้ยต่อ 2%

    คาดกนง.คงดอกเบี้ยต่อ 2%

    รายงานข่าวจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) วันที่ 17 ก.ย.ที่จะถึงนี้คาดว่า คณะกรรมการจะมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ 2% เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางต่อไป โดยคาดว่าคณะกรรมการทุกคน จะลงมติให้คงดอกเบี้ยไว้ เพราะถือว่าเหมาะสมแล้ว ที่จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทย โดยจะเห็นว่า กนง. ประกาศคงดอกเบี้ย ตั้งแต่การประชุมเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา  และจนกระทั่งในการประชุม 2 ครั้งล่าสุด ก็ยังลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ หลังจากปัญหาการเมืองผ่อนคลาย และภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังเป็นไปตามคาดการณ์“ดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% นั้น ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดแล้ว ในวัฎจักรดอกเบี้ย และแนวโน้มดอกเบี้ยของไทยจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในปี 58 สอดคล้องกับสภาพคล่องของโลก ที่จะตึงตัวขึ้นตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงกลางปีหน้า อย่างไรก็ตาม การคาดเดาห้วงเวลาที่กนง. จะขึ้นดอกเบี้ยนั้น ทำได้ยาก เพราะมีปัจจัยเศรษฐกิจหลายตัว ที่คณะกรรมการใช้ร่วมกันในการตัดสินใจนโยบาย หากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่อง และเร่งตัวขึ้นช่วงปลายปีนี้ ดอกเบี้ยนโยบายอาจขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 58”ทั้งนี้ จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาตั้งแต่การประชุม กนง. ครั้งก่อนเมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะหลังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ เศรษฐกิจก็ส่งสัญญาณว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เริ่มกลับมา รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัวด้วย แต่อย่างไรก็ดี เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้แบบเปราะบาง ทำให้มองว่า  กนง. จะยังคงระดับนโยบายการเงินที่ค่อนข้างผ่อนคลายไปจนถึงสิ้นปีเป็นอย่างน้อย เพื่อรักษาระดับการฟื้นตัว  ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้กดดันให้ต้องเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดกนง.คงดอกเบี้ยต่อ 2%

  • “ประวิทย์”ลั่นไม่ให้ช่อง 3 จอดำยื่นขอกสท.ทบทวนมติ

    “ประวิทย์”ลั่นไม่ให้ช่อง 3 จอดำยื่นขอกสท.ทบทวนมติ

    วันนี้(12ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายประวิทย์ มาลีนนท์ ในนามตัวแทน บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ที่ขอให้ทบทวนมติของที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ได้ลงมติ 3 ต่อ 2 ส่งหนังสือห้ามโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีนำเอาช่อ ง3 อนาล็อกไปออกอากาศ และขอให้ กสทช. ทบทวนมติเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 57 ที่ให้ช่อง 3 พ้นจากการให้เป็นบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือฟรีทีวี พร้อมยื่นขอให้มีการออกมาตรการคุ้มครองเยียวยาให้ออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลไปในช่วงการพิจารณาหรือจนกว่าจะมีข้อยุติเรื่องดังกล่าวนายฐากร กล่าวว่า จะนำข้อร้องเรียนสำเนาเอกสารแจกจ่ายไปยัง กสทช. 10 คน ได้พิจารณาก่อนการประชุมจะเริ่มในวันที่17 ก.ย. นี้ พร้อมทั้งให้สำนักงานวิเคราะห์รายละเอียดประกอบการพิจารณาอีกครั้ง โดยแนวทางการการพิจารณาอาจจะมีทั้งไม่รับการทบทวนของช่อง3 หรือรับข้อทบทวนไว้พิจารณา สามารถเป็นไปได้ทั้ง2 แนวทาง ส่วนกรณีที่โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะต้องนำเอาช่อง 3 อนาล็อกออกจากโครงข่ายฯหลังจาก กสทช.ได้รับไปรษณีย์ตอบรับ ต้องนำเอาช่อง 3 อนาล็อกออกจากโครงข่ายภายใน15 วันหลังจากได้รับคำสั่ง และพร้อมแสดงตัววิ่งบนจอเพื่อแจ้งเตือนประชาชนผู้รับชม ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีความชัดเจนจากที่ประชุม กสทช.อีกครั้งว่าจะมีมติอย่างไรด้านนายประวิทย์ มาลีนนท์ ในนามตัวแทน บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์จำกัด หรือ ช่อง 3 เปิดเผยว่า จะพยายามไม่ให้ช่อง 3 เกิดจอดำ โดยวันนี้มายื่นหนังสือให้กสทช.เท่านั้นและอำนาจการพิจารณาเป็นของ กสทช.พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ช่อง 3 เข้ามาพูดคุยและยื่นขอให้ที่ประชุม กสทช. ที่เป็นบอร์ดใหญ่ทบทวนแต่คาดว่าเป็นหน้าที่ของ กสท.อยู่ดีที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ และเป็นองค์กรที่รักษาและปฎิบัติตามเกณฑ์กฎหมายน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ได้เขียนลงโซเซียลมีเดียผ่านทวิตเตอร์ ว่าได้หารือเรื่องคดีช่อง 3 โดยจะแต่งตั้งทนายเพื่อขอดูคำฟ้องของช่อง 3 เพื่อเดินหน้าสู้คดี ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการฟ้องกลับทางอาญา ทั้งนี้คดีดังกล่าว สำนักงานกสทช.เป็นคนรับผิดชอบสู้คดีหลักช่อง 3 ฟ้อง 3 คดี คือ คดีหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงต้องส่งข่าวไปองค์กรระดับสากลที่ติดตามเรื่องพวกนี้เพื่อดำเนินการรณรงค์ขยายประเด็นต่อไปในขณะเดียวกันจะให้สำนักงาน กสทช.เปิดเวทีเรื่องการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐรวมทั้งคดีอื่นๆที่สื่อสารมวลชนโดนสำหรับทนายที่จะมาดูแลเรื่องคดีนี้ เคยรับหน้าที่สู้คดีที่ชินคอร์ฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งผลปรากฎว่าชนะคดีแต่ไม่ได้ฟ้องกลับ เพราะไม่อยากค้าความ อย่างไรก็ตามเอกชนมีข้อพิพาทกับรัฐ ก็มีศาลปกครองให้ตัดสินอยู่แล้ว แต่การที่คู่กรณีฟ้องอาญาเจ้าหน้าที่รัฐขณะที่กำลังทำหน้าที่ประชุมลงมตินั้นถือว่าไม่ปกติ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประวิทย์”ลั่นไม่ให้ช่อง 3 จอดำยื่นขอกสท.ทบทวนมติ

  • แนะไทยตั้งฐานผลิตสินค้าเมืองอิเหนา

    แนะไทยตั้งฐานผลิตสินค้าเมืองอิเหนา

    นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิขย์  เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนและผู้ส่งออกไทยมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซียอย่างมาก โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น สร้างถนนเพิ่ม 2,000  กม. , ท่าเรือใหม่ 10 แห่ง สนามบินใหม่ 10 แห่ง สร้างย่านการค้าใหม่ 500 แห่ง ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อโยงระหว่างประเทศที่ยังไม่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน และเร่งแก้ไขกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุนของอินโดนีเซียเพื่อเอื้อต่อการลงทุน “การเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนาย โจโก วิโดโด คาดว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการส่งออก สินค้าไทยกลุ่มยานยนต์ พลาสติก เครื่องจักรกลการเกษตร น้ำตาลทราย และเครื่องปรับอากาศ ส่วนการลงทุน ไทยควรใช้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตสินค้าต้นทุนต่ำเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก และเป็นตลาดสำหรับสินค้า อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะสาขาที่น่าสนใจในอินโดนีเซีย ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารฮาลาล น้ำมัน ถ่านหิน และเหมืองแร่ สินค้าเกษตรแปรรูป ประมง สปา บริการทางการแพทย์ ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะไทยตั้งฐานผลิตสินค้าเมืองอิเหนา