Blog

  • ราคาทองคำ 3 ก.ย.57 ปรับครั้งที่ 1ลด100 บาท

    ราคาทองคำ 3 ก.ย.57 ปรับครั้งที่ 1ลด100 บาท

    วันที่ 3 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.27น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขาย19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขาย19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาท เวลา 09.27น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 3 ก.ย.57 ปรับครั้งที่ 1ลด100 บาท

  • จับตาโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงคลัง

    จับตาโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงคลัง

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายหลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลัง ทันที โดยจะพิจารณาโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงการคลังตามฤดูกาล ที่มีผู้เกษียณอายุทำให้ตำแหน่งว่างลง ส่วนบางตำแหน่งที่สำคัญ คงต้องปรึกษากับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ให้ช่วยพิจารณาตัดสินใจ เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมมากกับตำแหน่ง โดยยืนยันว่าไม่หนักใจที่ต้องมาพิจารณาข้าราชการ เพราะบางคนเคยเป็นลูกน้องเก่ามาก่อนทั้งนี้ ตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงการคลัง ที่ว่างอยู่ขณะนี้มีรองปลัดกระทรวง 2 ตำแหน่ง ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง 2 ตำแหน่ง และยังมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่ น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร เป็นอยู่วางอีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากเกษียณอายุราชการอย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของผู้ตรวจกระทรวงการคลังยังไม่นิ่ง เพราะอาจโยกนายราฆพ ศรีศุภอรรถ อดีตอธิบดีกรมศุลกากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ที่นั่งในตำแหน่งผู้ตรวจกระทรวงการคลังที่เป็นตำแหน่งเฉพาะตัว จากคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เข้ามาเป็นผู้ตรวจตำแหน่งปกติที่ว่างอยู่รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายสมหมาย ได้หารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เพื่อปรับโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยในส่วนอธิบดีกรมภาษีคาดว่าจะไม่โยกย้าย เนื่องจากเพิ่งโยกย้าย เมื่อตอนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปลี่ยนตัวผู้บริหารตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศก่อนหน้านี้แล้วขณะที่ ตำแหน่งที่คาดว่าจะมีการโยกย้ายคือ นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่อาจจะถูกโยกมาเป็นผู้ตรวจหรือรองปลัดคลัง และโยกนายอำนวย ปรีมนวงศ์ ผู้ตรวจคลัง ที่เป็นลูกหม้อของกรมธนารักษ์ให้ไปนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ หลังจากนั่งในตำแหน่งผู้ตรวจคลังมาแล้ว 5 ปีสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการ สบน. จะมีแต่งตั้งคนใน สบน. ขึ้นเป็นผู้อำนวยการแทน หรืออาจให้นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง กลับไปนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการ สบน.อีกครั้ง เพราะเนื่องจากมีภารกิจสำคัญทั้งการกู้เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การกู้เพื่อแก้ไขฐานะของบริษัทการบินไทย และการสะสางเงินกู้จำนำข้าวที่ยังค้างอยู่กว่า 5 แสนล้านบาท“ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังให้ความสำคัญกับการแต่งตั้งผู้บริหารสถาบันเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ที่ยังว่างอยู่ให้เร่งดำเนินการสรรหา แต่ในส่วนของ ธพว.ยังต้องรอดูนโยบายของ ม.ร.ว.ปริดียาธร ว่าจะให้มีการควบรวมกับธนาคารออมสินหรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องสรรหากรรมการผู้จัดการคนใหม่”ขณะที่ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ยังไม่มีความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายของกระทรวงการคลังว่า จะให้เปลี่ยนตัวหรือจะให้อยู่จนครบวาระ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงคลัง

  • นวัตกรรมยางล้อตัน : อนาคตยางไทย

    นวัตกรรมยางล้อตัน : อนาคตยางไทย

    หยิบงานวิจัยที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องของยางพาราที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ เพราะเกินความต้องการใช้งานในขณะนี้เพราะงานวิจัยนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยแล้วยังช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติของประเทศ ด้วยนวัตกรรม “ยางล้อตันรถฟอร์คลิฟท์ ประหยัดพลังงาน” 1 ใน 16 ผลงานวิจัยดีเด่นของ สกว.หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี 2556 ที่เพิ่งประกาศเชิดชูเกียรติไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา“ผศ.ดร.กฤษฎา สุชีวะ” จากศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค ) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการ บอกว่า นวัตกรรมนี้ เป็นความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันร่วมวิจัยที่ประกอบด้วย เอ็มเทค/สวทช. ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง มหิดล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยมี บริษัท วี.เอส.อุตสาหกรรมยาง จำกัด ร่วมออกแบบและทดสอบในโครงการเนื่องจากยางล้อตันรถฟอร์คลิฟท์ เป็นยางล้อรถประเภทที่มีการใช้ยางธรรมชาติในการผลิตสูง เมื่อเทียบกับยางล้อประเภทใช้ลม คือใช้ยางธรรมชาติประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อเส้น ขณะที่ยางล้อใช้ลมจะใช้ยางธรรมชาติเพียง 8 กิโลกรัมต่อเส้นในแต่ละปีไทยใช้ยางธรรมชาติเพื่อการผลิตยางล้อตันประมาณ 12,960 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกประมาณ 60-70% ต่อปี สร้างมูลค่าการส่งออกประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปีผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเป็นเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น และเทคโนโลยีที่จะมีความสำคัญอย่างมากในอนาคตก็คือเทคโนโลยีการผลิตยางล้อประหยัดพลังงานทั้งนี้จากการวิจัยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางล้อตันประหยัดพลังงานในเชิงพาณิชย์ได้ โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงถึง 23% ประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้งานได้ถึงปีละประมาณ 6 หมื่นบาทต่อคันต่อปีนายชวินทร์ ศรีโชติ กรรมการผู้จัดการ วี.เอส.อุตสาหกรรมยาง บอกว่า ผลจากการวิจัยทำให้สามารถขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มขึ้น ยกระดับคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งภายในระยะเวลาแค่ 8 เดือนสามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 15%โดยการวิจัยนี้มีทั้งการพัฒนาสูตรยางคอมพาวด์ การปรับสูตรในการเติมสารเคมีเสริมแรงต่าง ๆ และการออกแบบเชิงวิศวกรรม ทำให้ยางล้อที่พัฒนาขึ้นมีค่าความต้านทานการหมุนต่ำ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการประหยัดน้ำมัน และยังทนทานต่อการใช้งานได้มากขึ้นมีการทดสอบประสิทธิภาพกับแบรนด์ชั้นนำในตลาดโลก 10 แบรนด์ พบว่า มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานอยู่ในอันดับที่ 2 ขณะที่ราคาถูกกว่าเกือบ 50%ผศ.ดร.กฤษฎา หัวหน้าโครงการ บอกว่า จากความสำเร็จที่ผ่านมา งานวิจัยนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดในระยะที่ 2 โดยเป็นการพัฒนายางล้อรถบรรทุกเล็กเรเดียล ประหยัดพลังงาน ซึ่งจะร่วมพัฒนากับห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.สยามอุตสาหกรรมยาง โดยตลาดยางล้อชนิดนี้มีมูลค่าตลาดรวมเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป้าหมายการพัฒนาก็คือให้มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานหรือมีค่าต้านทานการหมุนต่ำเทียบเท่ากับบริษัทชั้นนำอันดับหนึ่งของโลกส่วนเรื่องยางล้อตัน จะมีการนำเสนอเป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านยางให้กับ สกว.ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ดูแลการให้ทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียางของประเทศ โดยจะมีการผลักดันให้เกิดศูนย์วิจัยด้านยางล้อของไทยโดยเฉพาะยางล้อตัน ซึ่งจะมีการนำองค์ความรู้จากต่างประเทศมาต่อยอดรวมถึงการผลักดันให้ภาครัฐลงทุนด้านห้องปฏิบัติการทดสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด เพราะต้องลงทุนจำนวนมาก และมีผลสำคัญต่อการรับรองคุณภาพในการส่งออกไปขายต่างประเทศ ปัจจุบัน ห้องปฏิบัติการทดสอบด้านยางล้อตันมีเพียงแห่งเดียวที่ ม.มหิดล โดยขณะนี้ทดสอบได้เฉพาะเรื่องการประหยัดพลังงาน ส่วนปีหน้าจะมีการขยายไปสู่การทดสอบเรื่องของการเกาะถนน และลดเสียงแต่การที่ผู้ประกอบการจะส่งผลิตภัณฑ์ไปขายแข่งขันได้ในตลาดโลกนั้น นักวิจัยบอกว่า สิ่งที่จำเป็นมากก็คือห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบการใช้งานจริง ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ มูลค่าสูง ซึ่งปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีการนำเสนอของบประมาณจาก คสช.และผ่านการอนุมัติในหลักการแล้วอย่างไรก็ดีงานวิจัยนี้ ถือเป็นผลสำเร็จและเป็น ตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ในหลายสาขาทั้งเคมียาง ฟิสิกส์ยาง เทคโนโลยียางและวิศวกรรมยาง แถมยังทำงานเป็นเครือข่ายวิจัย โดยมีผู้ประกอบการร่วมด้วย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ จนสามารถผลิตผลงานให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและที่สำคัญยังช่วยเพิ่มมูลค่ายางดิบเป็นผลิตภัณฑ์ยางมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.นาตยา คชินทรnattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมยางล้อตัน : อนาคตยางไทย