Blog

  • อาเซียนผนึกชาติมหาอำนาจ เร่งขยายการค้า

    อาเซียนผนึกชาติมหาอำนาจ เร่งขยายการค้า

     น.ส.ชุติมา บุณยประภัศรปลัดกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส)  ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากอาเซียน 10 ประเทศและรัฐมนตรีเศรษฐกิจประเทศคู่เจรจาได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ อินเดีย สหรัฐ และ รัสเซีย เห็นชอบให้มีการขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้นเพื่อสร้างความเติบโตให้กับเศรษฐกิจในภูมิภาคและของโลก ทั้งนี้ที่ประชุมได้ผลักดันมาตรการให้มีการลดและยกเลิกอุปสรรคทางการค้าการลงทุนรวมถึงเร่งอำนวยความสะดวกทางการค้า การปรับปรุงด้านกฎระเบียบการเชื่อมโยงในภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการสนับสนุนการจัดทำความตกลงการค้าเสรีที่มีคุณภาพสูง   เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างคล่องตัวที่แท้จริง  “ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์)ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะดึงดูดบริษัทให้เข้ามาลงทุนและจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าภาคเอกชนจากประเทศในกลุ่มอีเอเอสได้มีการเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาเซียนผนึกชาติมหาอำนาจ เร่งขยายการค้า

  • สศค.ชี้ยังไม่จำเป็นออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    สศค.ชี้ยังไม่จำเป็นออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากยังมีวงเงินในการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐอีกเป็นจำนวนมาก เพราะ 10เดือนที่ผ่านมารัฐบาลมีการเบิกจ่ายได้เพียง 75% ของงบประมาณเท่านั้น ซึ่งยังถือว่าการใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ยังใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่าการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในปีงบประมาณ 57 จะขยายตัวได้ที่91% ทั้งนี้ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐมีอัตราเร่งขึ้นโดยพิจารณาจากการเบิกจ่ายงบประมาณในเดือนก.ค.57 รัฐบาลสามารถเบิกจ่ายงบประมาณรวมได้200,200 ล้านบาท ขยายตัว 17% ต่อปี เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว1.1% ต่อปีสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาครัฐ “ช่วงที่เหลือของปีนี้ยังไม่จำเป็นที่ต้องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพราะหากออกมาตรการเพิ่มเติมออกมาแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้เต็มที่ก็มีค่าเท่ากัน โดย สศค.มองว่าวงเงินการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐยังเพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้ง การเบิกจ่ายงบประมาณปี 58 ที่กรรมาธิการได้เสนอให้ภาครัฐเพิ่มอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสแรกเพิ่มเป็น30% จากปกติเบิกจ่ายที่ 25% เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว โดยประเมินว่าหากภาครัฐสามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินงบประมาณภาพรวมได้100,000 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนจีดีพีได้ 0.7-0.8%”ขณะเดียวกันสศค.เชื่อว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย ยังเติบโตได้ 2% แม้การส่งออกเดือน ก.ค.จะติดลบ 0.9%แต่ยังเชื่อมั่นว่าทั้งปีการส่งออกจะโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5% แต่การส่งออกแต่ละเดือนต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า20,000 ล้านดอลลาร์ โดยมองว่ายังมีปัจจัยหนุนในไตรมาส 3-4เนื่องจากเป็นช่วงของฤดูการผลิตที่ต้องผลิตเพื่อส่งออกจากความต้องการสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นแต่ความเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ การส่งออกไปยังประเทศจีน และกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 5 เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวตามที่คาดไว้  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.ชี้ยังไม่จำเป็นออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 2.68 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 2.68 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (28ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดภาคเช้า โดยดัชนีเผชิญแรงขายทำกำไรหลังตลาดปรับตัวสูงขึ้นวานนี้ ประกอบกับไร้ปัจจัยหนุนใหม่เข้าผลักดันตลาด ซึ่งนักลงทุนจับตารอความชัดเจนด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป และในขณะเดียวกันการจัดงานไทยแลนด์โฟกัสสร้างความเชื่อมั่นยังช่วยประคองดัชนีได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,561.90 จุด ลดลง 2.68 จุด หรือ0.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18,768.97 ล้านบาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 2.68 จุด