รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ได้เห็นชอบให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียนของ 3 หน่วยงาน คือ เงินทุนหมุนเวียนโรงงานฟอกหนัง เงินทุนหมุนเวียนข่าวสารพาณิชย์ และเงินทุนหมุนเวียนดำเนินโครงการผลิตถ่านหินเป็นพลังงานทดแทนในปีงบประมาณ 57 เพราะที่ผ่านมาการดำเนินงานของกองทุนดังกล่าว มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ขณะเดียวกันยังได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากการยุบเลิกด้วยทั้งนี้ในแนวทางช่วยเหลือ ผู้ที่เป็นลูกจ้างประจำจะได้รับเงินช่วยเหลือ 15 เท่า ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ส่วนลูกจ้างชั่วคราว จะได้รับค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยให้นับเวลาการทำงานที่ลูกจ้างได้ทำงานกับเงินทุนฯ ทั้งหมด และมีเงื่อนไขว่า ในครึ่งปีงบประมาณ 57 ลูกจ้างประจำสามารถเลื่อนเงินเดือน เพื่อใช้คำนวณบำเหน็จปรกติและเงินช่วยเหลือในวันที่ 30 ก.ย. ของปีที่พ้นจากราชการ ส่วนลูกจ้างชั่วคราว ของเงินทุนโรงงานฟอกหนังที่เป็นพนักงานขององค์กรเดิม ได้รับเงินช่วยเหลือเหมือนลูกจ้างประจำ พร้อมกันนี้ยังให้ค่าที่อยู่อาศัยอีก 35,000 บาท และค่าขนย้าย 10,000 บาทอย่างไรก็ตามในการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา จะจ่ายจากเงินของทุนหมุนเวียนทั้ง 3 แห่ง แต่ในกรณีเงินทุนหมุนเวียนมีเงินไม่เพียงพอ ก็ให้ใช้จ่ายจากงบประมาณของส่วนราชการต้นสังกัดในปีงบประมาณที่ยุบเลิก โดยเงินทุนหมุนเวียนโรงงานฟอกหนัง มีค่าใช้จ่าย 13.4 ล้านบาท ซึ่งเงินทุนฯ มีเงินเหลืออยู่ 18.3 ล้านบาท ที่เหลือจะส่งคืนคลังทั้งหมด ส่วนเงินทุนหมุนเวียนข่าวสารพาณิชย์ มีค่าใช้จ่าย 46.3 ล้านบาท แต่เงินทุนฯ เงินเหลืออยู่ 22.9 ล้านบาท จึงต้องใช้เงินจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศใ นปีงบประมาณ 57 จำนวน 25 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนโครงการผลิตถ่านหินฯ มีค่าใช้จ่าย 18.9 ล้านบาท ซึ่งเงินทุนฯ มีเงินเหลืออยู่ 118 ล้านบาท ที่เหลือจะส่งคืนคลัง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.สั่งยุบทิ้ง 3 หน่วยงานขาดทุน
Blog
-

คสช.สั่งยุบทิ้ง 3 หน่วยงานขาดทุน
Facebook Comments -

ขู่วางระเบิดแอร์เอเชีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกระแสข่าวการขู่ว่างระเบิดสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน เอฟดี3003 เส้นทาง ดอนเมือง-กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26ส.ค. แต่ต่อมาเวลา 17.00 น. นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ขู่วางระเบิดสายการบินไทยแอร์เอเชียเป็นเรื่องจริง โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชายคนนิรนามว่าจะมีการวางระเบิดเที่ยวบิน เอฟดี 3003หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัย ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ด้วยการแยกสิ่งของสัมภาระมาตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ และให้ผู้โดยสารทุกคนชี้สิ่งของกระเป๋าสัมภาระของตนเอง พร้อมแยกจุดตรวจ รวมถึงมีการขอประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้ามาตรวจสอบ แต่ขณะตรวจสองมีกระเป๋า 4 ใบที่ไม่มีเจ้าของ เจ้าหน้าที่ จึงต้องประสานงานกับผู้โดยสาร และพบว่าเป็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเมื่อนำมาตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใดทอท. ยืนยันว่าที่ผ่านมา และต่อจากนี้ได้มีการดำเนินการด้านมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างเทศทุกประการทั้ง ภัยการก่อร้าย, ภัยธรรมชาติ และโรคติดต่อ และขณะนี้ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบด้วยตนเองที่สนามบินภูเก็ตด้วย“อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ทอท.ที่สนามบินภูเก็ต ได้แจ้งความดำเนินคดี ที่่ สภ.อ.ท่าฉัตรไชย แล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นการก่อกวน ด้วยการโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะบริเวณรอบ ๆ สนามบินภูเก็ต ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงสอบสวนอย่างเร่งด่วนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ไม่พบสิ่งบ่งชี้เพิ่มเติมอย่างไรก็ตามขณะนี้สนามบินภูเก็ตสามารถเปิดให้บริการการบินได้ตามปกติแล้ว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขู่วางระเบิดแอร์เอเชียFacebook Comments -

ซี พี แลนด์ทุ่ม 3 หมื่นล้านบุกต่างจังหวัด
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมลงทุน 30,000 ล้านบาท ตามแผนการลงทุนปี 57-59 นี้ เพื่อพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 2-3 ปี ต่อจากนี้ เนื่องจากเห็นว่าหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด มีศักภาพการเติบโตอีกมาก ประกอบกับเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ที่จะทำให้บริษาทเป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการน้อยรายเมื่อเทียบกับในกรุงเทพฯ อีกทั้งสามารถรองรับการเติบโตได้เต็มที่ เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ด้วย“เรามองเห็นศักยภาพของเมืองต่างจังหวัด และเข้าไปลงทุนก่อนคนอื่น จนพัฒนาคอนโดมิเนียมไปแล้วกว่า 5,000 ยูนิต ใน 30 จังหวัด ภายในเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ซีพี แลนด์ กลายเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯต่างจังหวัดก็ว่าได้ ก่อนที่จะมีบริษัทใหญ่จากส่วนกลาง ขยายการลงทุนในต่างจังหวัดตาม”สำหรับการลงทุนดังกล่าว แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยทั้งที่พักแนวราบและแนวสูง ที่จะเริ่มต้นลงทุนในปี 58 จำนวน 3,000 ยูนิต ใน 10 จังหวัด , อาคารสำนักงานให้เช่า 8 โครงการ ที่จ.ขอนแก่น,นครศรีธรรมราช,พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานีและเตรียมพัฒนาอาคารสำนักงานสูง บนเนื้อที่ 4 ไร่ ที่นอร์ธปาร์ค วิภาวดี, ศูนย์กระจายสินค้าของร้านสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น 5 แห่ง ด้วยพื้นที่แห่งละ30ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีที่ดินแล้ว 4 แห่งใน ขอนแก่น พิษณุโลก เชียงราย และสุราษฎร์ธานีนอกจากนี้จะลงทุน 7,000 ล้านบาท ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ซี.พี.อินดรัสเทรียลพาร์ค ระยอง ช่วงปลายปีหน้า ซึ่งถือว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของ ซี.พี.แลนด์ และใช้เวลาก่อสร้าง3ปี ซึ่งในนิคมดังกล่าวจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก 2 โรง เพื่อขายไฟฟ้าให้ลูกค้าในพื้นที่นิคมฯนายสุนทร กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนในต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้เจรจาซื้อโรงแรม และอาคารสำนักงานที่ออสเตรเลีย และอังกฤษไว้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะราคาสูงเกินไป รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อลงทุนในเมียนมาร์ ซึ่งจะเน้นไปที่อาคารสำนักงานและโรงแรมเป็นหลักประเมินว่า ปีนี้ บริษัทจะมีรายได้ 2,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากการให้เช่าและบริการ 75% และอีก 25% เป็นรายได้จากการขาย โดยตั้งเป้าหมายรักษาสัดส่วนรายได้จากการขายและให้เช่าอย่างละ 50% ภายใน 3 ปีข้างหน้า และตั้งเป้าหมายรายได้ปี 58 ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็นเท่าตัว ที่ 6,000 ล้านบาทในปี 60
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซี พี แลนด์ทุ่ม 3 หมื่นล้านบุกต่างจังหวัดFacebook Comments