ไฟร์อาย เผย 6 เดือนแรกปีนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมไทยติดอันดับถูกโจมตีจากภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน ส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก็เป็นเป้าหมายของกลุ่มแฮกเกอร์ ชี้ภัยคุกคามมีความยืดหยุ่นสูงและล้ำสมัยมากขึ้น นายสตีฟ เลดเซียน ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมระบบ เอเชียใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน บริษัทไฟร์อาย อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดเผยรายงานภัยคุกคามขั้นสูงฉบับล่าสุดสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งตรวจจับได้โดยระบบรักษาความปลอดภัยของไฟร์อายในช่วงหกเดือนแรกของปี 2557 พบว่ามีความพยายามโจมตีค่อนข้างถี่มากขึ้นจากอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ในหลายรูปแบบในภูมิภาคนี้ โดยตลาดเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น พบการโจมตีโดยอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ มีสถิติเฉลี่ยอยู่ที่ 49% เป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกอยู่ที่ 39% โดยไต้หวัน เกาหลีใต้ และฮ่องกง เป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง ซึ่งอย่างน้อย 60% ของการโจมตีมาจากการใช้เครื่องมือ เทคนิคและขั้นตอนที่บงการโดยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่มีตัวตนอยู่ในภูมิภาคนี้ สำหรับในภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์ถูกจัดให้อยู่ในลำดับสูงสุดด้วยค่าเฉลี่ย 56% ขณะที่สิงคโปร์และประเทศไทย มีสถิติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 41% และ 39% ตามลำดับ แต่ประเทศไทยยังมีสถิติจำนวนกลุ่มภาคอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีมากที่สุดในอาเซียนในหกเดือนแรกของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัลแวร์ในตระกูล Hussarini จะทำงานค่อนข้างต่อเนื่องและรุนแรงในไทย สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของการโจมตีมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ กลุ่มบริการ ที่ปรึกษา ตัวแทนจำหน่าย ประมาณ 19.8% กลุ่มภาครัฐ 13.5% กลุ่มไฮเทค 13% กลุ่มบันเทิง สื่อ โรงแรมที่พัก 10.2% และกลุ่มโทรคมนาคม 9.2% ด้านนายวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ไฟร์อาย อิงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรไม่รู้ว่าภัยคุกคามมีความยืดหยุ่นสูงและล้ำสมัยมากขึ้น ซึ่งระบบของไฟร์อายที่ถูกคิดค้นขึ้นสามารถป้องกันภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์โดยเฉพาะระบบซิเคียวริตี้แพลตฟอร์มแบบ Virtual machine-based ที่กำหนดเป้าประสงค์และปกป้องได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยปัจจุบันในไทยบริษัทมีลูกค้าในหลายธุรกิจทั้ง ธนาคาร ประกันภัย และภาครัฐ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ โดยการทำตลาดจากนี้จะเน้นการเข้าไปให้ข้อมูลกับองค์กรต่าง ๆให้เห็นถึงปัญหาของภัยคุกคามที่จะส่งผล กระทบต่อธุรกิจได้ ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ 2 แห่ง คือพาร์ทเนอร์ ลิงค์ และ ยิบ อินซอย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไฟร์อาย’ชี้ภาคอุตสาหกรรมไทย ถูกภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน
Blog
-

‘ไฟร์อาย’ชี้ภาคอุตสาหกรรมไทย ถูกภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน
Facebook Comments -

วว.จัดงานโชว์นวัตกรรมต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทย
วว.จับมือ 6 หน่วยงาน พัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอีไทย จัดนิทรรศการ “TISTR and Friends 2014” โชว์ผลงานนวัตกรรมที่นำงานวิจัยไปต่อยอด นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า วว. ร่วมกับ 6 หน่วยงานพันธมิตรคือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บมจ.ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม “TISTR and Friends 2014” นวัตกรรมสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจยั่งยืนขึ้น เพื่อเผยแพร่ผลงานให้กับประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการนำประโยชน์จากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและโอทอป อย่างมีระบบ และมีการพัฒนาขีดความสามารถ ทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร สำหรับงานดังกล่าวประกอบด้วยนิทรรศการผลงานวิจัยเด่นในอนาคตของ วว. ที่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โรงงานอาหารนำทาง พลังงานจากขยะ น้ำมันจากสาหร่าย ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการผลิตเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกและพรีไบโอติก และการทดสอบระบบรางรถไฟ ผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์แนวสร้างสรรค์ เช่น ข้าวแต๋นบาร์ลำไยเคลือบช็อกโกแลต ผักกาดดองพร้อมทานรสเสฉวน ปลาร้าครีม และผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้ง นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือจาก วว. และหน่วยงานพันธมิตร และการให้คำปรึกษาจากนักวิจัยและนักพัฒนาธุรกิจ ของ วว. อย่างครบวงจร สนใจชมงาน “TISTR and Friends 2014” ได้ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายนนี้ ที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว โซนบี ชั้น 1.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วว.จัดงานโชว์นวัตกรรมต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทยFacebook Comments -

เจคิวปูม้านึ่งเผยเทคนิคปั้นแบรนด์บนเฟซบุ๊ก – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ
การแข่งขันในธุรกิจบริการส่งอาหารในประเทศไทยทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery เคยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่พยายามสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น จนกระทั่งได้หันมาใช้ เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นเครื่องมือการตลาดหลัก สุรีรัตน์ ศรีพรหมคำ หรือ คุณโอ๋ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของธุรกิจเจคิว ปูม้านึ่ง Delivery กล่าวว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์ คือ ความสดใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอหันมาจับธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ เพื่อบริการส่งอาหารทะเลสดใหม่ตรงถึงประตูบ้านของลูกค้า นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในปีพ.ศ. 2555 ปัจจุบันร้านอาหารทะเลเดลิเวอรี่ชื่อดังมียอดไลค์แฟนเพจแล้วกว่า 335,498 ไลค์ในระยะแรก เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery ใช้วิธีดั้งเดิม การแจกใบปลิวเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดลูกค้า แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ จึงหันมาใช้ เฟซบุ๊ก แพลตฟอร์มการตลาดที่ช่วยให้แบรนด์สามารถออกแบบแคมเปญการตลาด เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขยายฐานลูกค้า โดยโฆษณาการถูกใจหน้าบน เฟซบุ๊ก (Page Like ads)ประมูลโฆษณาด้วยตนเองและเลือกบริเวณโฆษณาที่ผู้รับชมสามารถกดไลค์เพจได้ทันทีบนคอลัมน์ด้านขวาของ เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นบริเวณที่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์จะเห็นโฆษณาได้เด่นชัดที่สุด รวมถึงอัพเดทเมนูอาหารประจำวันและจัดโปรโมชั่นให้แฟน ๆ รับรู้อย่างสม่ำเสมอ วางแผนบริหารเวลาสำหรับการโพสต์ในแต่ละวัน “ร้านของเราเปิดให้บริการเวลา 10.00 น. จึงโพสต์เมนูอาหารประจำวันประมาณ 09.30 น. เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาในการตัดสินใจเลือกเมนูและสั่งอาหารได้ทันทีที่ร้านเปิด” เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และสร้างความสนใจให้กับลูกค้าตลอดทั้งวัน เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery จะโพสต์รูปอาหารทะเลของ ร้านทุก ๆ ชั่วโมง ช่วงเวลาไพรม์ไทม์หรือเวลาที่ลูกค้าจะเห็นโพสต์ของแบรนด์มากที่สุดคือเวลา 20.00 น. แต่การบูสต์โพสต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับธุรกิจเดลิเวอรี่คือช่วงเวลา 10.00-18.00 น. เนื่องจากการบูสต์โพสต์ในช่วงที่มีทราฟฟิกสูงสุดจะไม่มีประโยชน์หากลูกค้าไม่สามารถสั่งอาหารได้เพราะเลยเวลาทำการไปแล้ว ดังนั้น จึงเลือกที่จะโพสต์แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วงเวลา 20.00 น. “กลุ่มเป้าหมายของเราคือผู้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ โดยจะเน้นไปที่ผู้ที่อาศัยในรัศมี 30 กม.นอกเขตกรุงเทพมหานคร หลังจากที่เราใช้การโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายของ เฟซบุ๊ก เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เราได้รับยอดขายจากต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10” เจ้าของแบรนด์เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery กล่าวเสริม เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery วางแผนที่จะใช้ เฟซบุ๊ก ในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดหลักของแบรนด์อย่างต่อเนื่องและตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดไลค์ของเพจให้ครบ 1 ล้านไลค์ และมียอดขายรวม 150 ล้านบาท โดยเพิ่มยอดขายจากลูกค้าต่างจังหวัดอีกร้อยละ 10 และยอดขายจากบริการจัดเลี้ยงเพิ่มอีกร้อยละ 20 รวมถึงขยายสาขาเพิ่ม 2 สาขาในปีนี้อีกด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจคิวปูม้านึ่งเผยเทคนิคปั้นแบรนด์บนเฟซบุ๊ก – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะFacebook Comments