Blog

  • กบข.แจงคสช. ยังมีกำไร

    กบข.แจงคสช. ยังมีกำไร

    น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ตทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช. เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ได้รับทราบรายงานการสอบบัญชีและงบการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ณ วันที่ 31 ธ.ค.55 โดยมีสินทรัพย์รวม 580,750 ล้านบาท มีหนี้สิน 3,618 ล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิรวม 577,131 ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 18,710 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 16,705 และมีผลประโยชน์สุทธิรวม 35,407 ล้านบาททั้งนี้ตามรายงานยังมีข้อเสนอแนะจากสมาชิกว่า กบข.ควรแสดงผลตอบแทนของแต่ละแผนการลงทุนตามใบแจ้งยอดที่จะต้องส่งถึงสมาชิกฯ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกแผนการลงทุนต่อไป ,ให้เตรียมความพร้อมรองรับสมาชิกที่จะเลือกกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญ ซึ่งน่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.ย.นี้ และควรให้สิทธิของสมาชิกที่เกษียณอายุราชการแล้ว เข้าถึงช่องทางเว็ปไซต์ เพื่อคำนวณเงินโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านส่วนร่างพ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญ ตามพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการพ.ศ. 2494 นั้น ล่าสุดที่ประชุมคสช.ได้เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการเสนอ เพื่อพิจารณาในสภานิติบัญญัติเห็นชอบเป็นร่างกฎหมายฉบับต้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นข้อกฎหมายที่มีความสำคัญที่จะต้องเร่งผลักดันให้เสร์จสิ้นโดยเร็ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กบข.แจงคสช. ยังมีกำไร

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 0.49  จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 0.49 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุน ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (19ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสดใสตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ ที่เริ่มคลายความกังวล หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในยูเครนปรับตัวดีขึ้นชั่วคราว รวมถึงความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการลงทุนฟื้นตัวส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูง สุด1,551.52 จุด และลดลงต่ำสุด1,542.73 จุด จนมาปิดตลาดที่1,542.85 จุด เพิ่มขึ้น 0.49 จุด หรือ0.03%ด้วยมูลค่าซื้อขาย36,720.96 ล้านบาท

    สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ซีพีเอฟปิดที่30.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท2.ทรู ปิดที่10.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่223.00บาท ลดลง 1.00 บาท4.จัสมิน ปิดที่6.40ปิดไม่เปลี่ยนแปลง5.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่188.50บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 0.49 จุด

  • ไฟเขียวโครงการลงทุนไฟฟ้า 1.6 แสนล้านบาท

    ไฟเขียวโครงการลงทุนไฟฟ้า 1.6 แสนล้านบาท

    ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช. เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบโครงการลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 3 โครงการ วงเงินรวมกว่า 160,011 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 วงเงิน 36,811 ล้านบาท โครงการระบบสายส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 วงเงิน 60,000 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตก และภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้า 63,200 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะนั้น จะใช้เงินกู้จากต่างประเทศ 26,247 ล้านบาท และเงินกู้ในประเทศ 10,564 ล้านบาท ก่อสร้าง 48 เดือน โดยเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 ก่อน 4,059 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ในเดือนม.ค.61 ซึ่งการก่อสร้างครั้งนี้ถือเป็นการทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่มีอายุมากกว่า 25 ปี และมีแผนปลดออกในช่วงปลายปี 60 โดยโรงไฟฟ้าใหม่นี้ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 600 เมกกะวัตต์ทั้ง นี้ในขั้นตอนต่อไปกฟผ.ต้องไปจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางด้านสุขภาพให้เสร็จสิ้นก่อน โดยหัวหน้าคสช.ได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านสุขภาพ ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางพัฒนา ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่ รวมถึงเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ พร้อมกับขอให้พิจารณาพลังงานทดแทนในด้านอื่นๆ เป็นเป็นทางเลือกของการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ลากหลายมากขึ้นส่วนโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 ที่ประชุมเห็นชอบให้เบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 ก่อน 7.1 ล้านบาท โดยตามแผนจะพัฒนาและก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า ระยะทาง 2,797 กิโลเมตร และสถานีไฟฟ้าแรงสูง 7 แห่ง ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า มีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ม.ค. 56 –มี.ค.63 โดยจะต้องจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) เพื่อขออนุญาตจากกรมป่าไม้ด้วย เพราะการก่อสร้างต้องพื้นที่ผ่านป่าอนุรักษ์ ขณะที่โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภาคตะวันตก และภาคใต้ เบื้องต้นจะเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 วงเงิน 3.2 ล้านบาท จึงต้องจัดทำไออีอีด้วยเช่นกันนอกจากนี้ที่ประชุมคสช.ยังเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กู้เงินภายในประเทศ เพื่อดำเนินโครงการที่รับผิดชอบ วงเงินรวม 11,839 ล้านบาท แบ่งเป็น กฟภ. 8,839 ล้านบาท และ 3,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวโครงการลงทุนไฟฟ้า 1.6 แสนล้านบาท