นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ บมจ. ปตท. แยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจากกิจการจัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ออกไปตั้งเป็นบริษัทจำกัดใหม่ เพื่อให้มีการแข่งขันในธุรกิจก๊าซในอนาคต โดยให้บมจ. ปตท. ถือหุ้น 100% ให้เสร็จภายในเดือนมิ.ย.58 โดยไม่มีการแปรรูป และเปิดช่องให้กระทรวงการคลังเข้าไปถือหุ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม เบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่า ควรให้กระทรวงการคลังเข้าไปถือหุ้นประมาณ 25% ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเว้นภาษีต่างๆ และค่าธรรมเนียมในการโอนทรัพย์สินจาก บมจ.ปตท.ให้บริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และรับทราบการดำเนินการของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดทำข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีแอลเอ็นจีแก่บุคคลที่สาม โดยให้ประกาศใช้ได้ภายในเดือนมี.ค.58 พร้อมกับมอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ กกพ. ทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น และให้นำกลับมาเสนอ กพช. เห็นชอบอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เห็นชอบปตท.แยกกิจการท่อส่งก๊าซฯ
Blog
-

เห็นชอบปตท.แยกกิจการท่อส่งก๊าซฯ
Facebook Comments -

ไฟเขียวขายข้าว 7.3 หมื่นตัน
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติให้ขายข้าวปริมาณรวม 73,000 ตันจากทั้งหมดที่มีการประมูล 167,000 ตัน แก่เอกชน 12 ราย มูลค่ารวม 737 ล้านบาท โดยคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวไม่ขอเปิดเผยราคาจำหน่ายเพราะจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเสนอราคาการประมูลรอบใหม่ที่จะดำเนินการในเร็วๆนี้ ส่วนราคากลางนั้นจะให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้การพิจารณารวดเร็วในการประมูล ทั้งนี้ คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวได้เปิดจำหน่ายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ครั้งที่ 1/2557 เมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณรวม 167,000 ตัน ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานีและปลายข้าวขาวเอวันเลิศ จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2554/55 นาปรังปี 2555 นาปี 2555/56 ทั้งรอบที่ 1 และ 2 โดยมีเอกชนมายื่นซองรวม 49 ราย มีทั้งผู้ส่งออก โรงสี ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการข้าวถุง โดยเอกชนรายสำคัญๆ เช่น ซีพี อินเตอร์เทรด สยามอินดิก้า นครหลวงค้าข้าว และบริษัท โอแลม (ประเทศไทย) เป็นต้น “เอกชนจะต้องทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ภายใน 10 วันนับแต่วันที่กรมการค้าต่างประเทศแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้เสนอราคาซื้อแต่ละราย และวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือเช็ค อัตรา 5% ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวขายข้าว 7.3 หมื่นตันFacebook Comments -

ธปท.เล็งปรับจีดีพีใหม่ ก.ย.นี้
นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน ก.ย.นี้ ธปท.จะทบทวนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่อีกครั้ง โดยรวมสมมติฐานด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนปี 57-58 มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าไปด้วย ซึ่งมองว่า การลงทุนของภาครัฐนั้น จะเป็นกลไกหลัก ในช่วงที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และส่งผลต่อแผนการลงทุนของภาคเอกชนในระยะต่อไปอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลของ ธปท.ที่พบว่า การลงทุนยังคงมีสัดส่วน 22% ของจีดีพี เป็นการลงทุนจากภาคเอกชน 17% และภาครัฐเพียง 5% เท่านั้น หากต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้โดยเฉลี่ยปีละ 4.5-5% ต้องเพิ่มเงินลงทุนเป็นสัดส่วน 25-27% ของจีดีพี ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร เพราะต้องดูปัจจัยเรื่องระยะเวลาการลงทุน และความเป็นไปได้ในการลงทุนจริงประกอบด้วย พร้อมกันนี้ ธปท.กำลังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้ออีโบล่าในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในหลายประเทศแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มระมัดระวังการดินทาง และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจจะส่งผลกระทบต่อไทยด้วยเช่นกัน จึงต้องประเมินว่ากรณีดังกล่าว จะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.เล็งปรับจีดีพีใหม่ ก.ย.นี้Facebook Comments