ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวัน จากความกังวลด้านสถานการณ์ความรุนแรงในอิรักที่เพิ่มมากขั้นหลังจากสหรัฐอนุมัติโจมตีทางอากาศกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงในขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังคงทรงตัวและนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไรในช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,510.05จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,520.98 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,520.31 จุด ลดลง 1.96 จุด หรือ 0.13% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 39,183.21 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.บีแลนด์ ปิดที่ 2.18 บาท เพิ่มขึ่น 0.08 บาท 2.จัสมิน ปิดที่ 6.65 ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 218.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 4.เอไอเอส ปิดที่ 213.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 5.ทรู ปิดที่ 10.40 บาท ลดลง 0.10 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ปิดลบ 1.96 จุด
Blog
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ปิดลบ 1.96 จุด
Facebook Comments -

บีเจซีปักธงเวียดนาม
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อกิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท ของบริษัท เมโทร แคชแอนด์ แครี่ เวียดนาม ลิมิเต็ด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเวียดนาม เพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งระบบการค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เตรียมสร้างฐานความแข็งแกร่งขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางในการขยายธุรกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยเฉพาะลาวและกัมพูชา ตามแผนธุรกิจของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ต้องการจะเป็นผู้นำธุรกิจครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ”เราอยากเป็นธุรกิจครบวงจร ที่ไม่ว่าใครที่จะทำธุรกิจต้องนึกถึงเรา ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีธุรกิจต้นน้ำและกลางน้ำแล้วในเวียนาม ทั้งโรงงานผลิตสินค้าและการกระจายสินค้าต่าง ดังนั้นการมีร้านขายสินค้าจะให้เราเป็นบริษัทที่ครบวงจร ขณะเดียวกันมองว่าห้างค้าปลีก-ส่งในไทยมีผู้เล่นหลายรายและแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว การออกมาทำธุรกิจในต่างประเทศน่าจะมีโอกาสมากกว่า ซึ่งเมื่อปักธงในเวียดนามแล้ว ก็เหมือนได้ทั้งลาวและกัมพูชา เพราะเวียดนามเป็นประเทศใหญ่ มีโอกาสทางธุรกิจสูง เมื่อเราแข็งแกร่งพอการจะไปประเทศอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก” ทั้งนี้บริษัทมองว่าร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในเวียดนามว่ายังสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากขณะนี้สัดส่วนร้านค้าปลีกสมัยใหม่มีเพียง 4% ของระบบการค้าทั้งประเทศ ซึ่งต่ำกว่าไทยถึง 11เท่า หรือช้ากว่าไทยถึง 20 ปี แต่หากประเมินจากการเติบโตของเศรษฐกิจในเวียดนาม คาดว่าภายในปี 63 สัดส่วนของผู้มีรายได้ระดับกลางของเวียดนามจะเพิ่มจาก 9.8% เป็น 22.5% ขณะที่สัดส่วนของผู้มีรายได้ระดับสูงจะเพิ่มจาก 2.6% เป็น 10.2% ซึ่งจะส่งผลร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในเวียดนามเติบโตได้เท่ากับไทยก่อน 20 ปีแน่นอน อย่างไรก็ตามหลังการโอนกิจการของบริษัทเมโทรฯ เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะมีพื้นที่ค้าปลีกและค้าส่งทั่วเวียดนามสูงเป็นอันดับ 2 ในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ และส่งส่งผลให้มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศสูงมากกว่า 40% โดยคาดว่าในปี 58 บริษัทมีรายได้เพิ่ม 63,000 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีนี้ 50%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บีเจซีปักธงเวียดนามFacebook Comments -

ผนึกกำลัง3สายการบินชิงเค้กบินไทยปีนี้ขาดทุนยับ
รืออากาศโทสุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยหลังเปิดให้บริการสายการบินไทยสมายล์ที่สนามบินดอนเมืองว่า ในสัปดาห์หน้าการบินไทย ไทยสมายล์ และนกแอร์ จะหารือจัดทำแผนการบินที่สนามบินดอนเมืองร่วมกัน เพื่อกำหนดตารางการบิน แนวทางการจำหน่ายตั๋วโดยสาร ของนกแอร์และไทยสมายล์ไม่ให้ซ้ำซ้อนและแย่งลูกค้า รวมถึงเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งผู้โดยสารจากสายการบินอื่น อย่างไรก็ตามไทยสมายล์จะไม่ลดราคาแข่งกับสายการบินต้นทุนต่ำ โดยราคาเฉลี่ยจะแพงกว่า 15-20% แต่จะเน้นจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดผู้โดยสารแทน เช่น การให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นช่องทางขายตั๋ว รวมถึงการทำโปรโมชันร่วมกับบัตรเครดิต สำหรับการย้ายสายการบินไทยสมายล์มาดอนเมือง ขณะนี้นำร่องย้ายมาที่ดอนเมืองแล้ว 3 เส้นทาง 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมกับให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินได้ฟรี และมั่นใจว่าแผนครั้งนี้การบินไทยซึ่งถือหุ้นใหญ่ในไทยสมายล์มาถูกทางแล้ว เพราะล่าสุดยอดใช้บริการไทยสมายล์ที่ดอนเมืองเพิ่มไปถึง 90% มากกว่าเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิที่ 70% และในสิ้นเดือนต.ค.นี้ ไทยสมายล์มีแผนจะย้ายมาให้บริการที่ดอนเมืองแทนสุวรรณภูมิทั้งหมด โดยจะเป็นเที่ยวบินที่ไม่มีผู้โดยสารต่อเครื่อง รวมถึงเที่ยวบินต่างประเทศ เช่น มาเก๊า และจีน ส่วนแผนปีหน้าจะเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 15 จุด เรืออากาศโทสุรพลกล่าวว่า แนวโน้มผลดำเนินการของการบินไทยทั้งปี 57 คาดจะขาดทุน 10,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อนที่ขาดทุน 12,000 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกขาดทุนไปมากกว่า 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดีใน 4 เดือนที่เหลือ คาดมีรายได้เพิ่ม 3,000 ล้านบาท เพราะสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลาย และเดือนส.ค.ยอดผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นเป็น 70% มากกว่าเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่เคยตกไป 60% ขณะเดียวกันการบินไทยจะเน้นขยายตลาดที่มีกำไร เช่น จีน ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย รวมถึงปากีสถาน และยกเลิกเที่ยวบินที่ขาดทุน เช่น เซนได ประเทศญี่ปุ่น “ผมมั่นใจว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้ การบินไทยจะทำรายได้กลับมาใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิม ซึ่งไม่มีปัจจัยลบจากการเมือง แม้อาจยังไม่มีกำไรแต่จะเป็นไตรมาสเห็นการฟื้นตัวชัด นอกจากนี้ในปีนี้การบินไทยจะมีกลยุทธ์ใหม่ออกมาต่อเนื่อง ทั้งการมอบส่วนลด 10% สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อสินค้าที่คิงส์ พาวเวอร์ สุวรรภูมิ เริ่ม 1 ก.ย.นี้ รวมถึงให้ส่วนลดพิเศษสำหรับตั๋วโดยสารแบบแพ็คเกจ หรือซื้อแบบเหมาจ่ายรายปี” ด้านอ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้การบินไทยได้รับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่โบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์มาแล้ว 1 ลำ และหลังจากนี้จะทยอยรับเพิ่มรวม ลำ ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มาก และมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และหลังจากนี้จะเปิดให้บริการเพิ่มในเส้นทางกรุงเทพฯ-โตเกียว และกรุงเทพฯ-เพิร์ธ นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ไทยสมายล์แอร์เวย์มาให้บริการใน 3 เส้นทาง ที่ดอนเมืองมีผู้โดยสารมาแล้วถึง 90 % และตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.57 ไทยสมายล์แอร์เวย์ จะเปิดให้บริการเส้นทางบินในประเทศทุกเส้นทางบิน ที่สนามบินดอนเมือง ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศเบื้องต้นจะให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิไปก่อนเนื่องจากจะมีเที่ยวบินที่จะต้องเชื่อมต่อกับสายการบินไทย แต่ระยะยาวเส้นทางบินต่างประเทศก็จะมาเปิดที่สนามบินดอนเมืองด้วยเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผนึกกำลัง3สายการบินชิงเค้กบินไทยปีนี้ขาดทุนยับFacebook Comments