Blog

  • ชง คสช.ตั้งนาโนไฟแนนซ์

    ชง คสช.ตั้งนาโนไฟแนนซ์

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศค.ได้เสนอหลักการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อรายย่อยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและไม่มีหลักประกัน ในรูปของสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว เพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ไม่ให้บริการด้านสินเชื่อ ที่มองว่าไม่คุ้มค่าต่อต้นทุนในการบริหารความเสี่ยง และการดำเนินงาน เช่น การวิเคราะห์สินเชื่อ และการติดตามทวงหนี้ เป็นต้น ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ จะกำหนดการดำเนินงาน โดยให้เอกชนเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณภาครัฐ แต่ภาครัฐจะมีบทบาทในการกำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับผู้รับบริการ โดยเอกชนที่ร่วมง่านจะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนที่สูงกว่าเงินที่จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาทแต่ควรต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและ เพื่อให้มีความระมัดระวังในการให้สินเชื่อ เพราะเป็นเงินลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจเอง อย่างไรก็ตาม การปล่อยสินเชื่อของนาโนไฟแนนซ์ กำหนดไว้ให้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อการเป็นทุนในการประกอบกิจการต่างๆ แต่จำกัดยอดเงินกู้ไม่ให้สูงมากนัก เพื่อป้องกันการกู้เงินมากเกินควร ขณะที่การกำหนดอัตราดอกเบี้ย ควรอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 36% ต่อปี เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สร้างภาระกับผู้กู้มากเกินไป เพราะอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าอัตราสินเชื่อนอกระบบในปัจจุบัน  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง คสช.ตั้งนาโนไฟแนนซ์

  • เล็งเว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษ 10 ปี

    เล็งเว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษ 10 ปี

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้เร่งพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติให้จัดตั้งขึ้นประกอบด้วย อ.แม่สอดจ.ตาก,อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, อ.คลองใหญ่จ.ตราด, จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา เบื้องต้นพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเหมือนกับเขตพื้นที่ 3 ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ได้รับการเว้นภาษี 8 ปี แต่จะมีการบวกเพิ่มให้อีก 2-3 ปี เป็น 10-11 ปี เพื่อให้เกิดแรงจูงใจมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ทางบีโอไอต้องไปปรับเกณฑ์สิทธิประโยชน์ เพื่อให้การจัดตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจได้รับสิทธิประโยชน์ที่กำหนดขึ้นมาใหม่ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษมีการพิจารณาควรจะให้ประกาศพื้นที่เป็นอำเภอ เพื่อให้สะดวกในการกำกับดูแล ไม่ควรประกาศเป็นขนาดพื้น เพราะจะทำให้มีปัญหาภายหลัง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษ 10 ปี

  • ศก.ฟื้นดันยอดขอสินเชื่อหมุนเวียนพุ่ง

    ศก.ฟื้นดันยอดขอสินเชื่อหมุนเวียนพุ่ง

    นายสยามประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า  การขอสินเชื่อหมุนเวียนเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา  เห็นได้จากการยื่นขอสินเชื่อเพิ่มขึ้น 33% ขณะที่วงเงินการขอสินเชื่อเพิ่มขึ้น54% เป็นผลมาจากทิศทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีทำให้ยอดสั่งซื้อสต็อกสินค้าเพิ่ม หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีแผนการลงทุนโครงการของรัฐ  เช่นเปิดประมูลรถไฟฟ้า6 สายนเดือนต.ค.นี้ การเร่งรัดการเบิกจ่าย การจ่ายเงินให้กับชาวนา  และการเร่งขอใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมให้รวดเร็วขึ้น   การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน จากที่ก่อนหน้านี้วงเงินที่ขอสินเชื่อจะไม่มากนักส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนระยะยาว เพราะเศรษฐกิจซบเซาจากการชุมนุนทางการเมือง “เศรษฐกิจอาจจะไม่เติบโตทันที  ซึ่งอาจะเป็นลักษณะยูเชพ หรือวีเชพค่อย ๆ ขึ้นมากกว่า และการลงทุนโครงการภาครัฐที่จะเกิดขึ้นมีผลต่อสินชื่อในปีหน้าไม่ใช่ปีนี้  ส่วนจีดีพีปีนี้คาดว่าจะโต3-4% เพราะหลังจากรัฐมีความชัดเจนลงทุนจะทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่นรับเหมาก่อสร้าง  สินค้าอุปโภค-อุปโภคเติบโต ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเริ่มปรับตัวลดลงโดยในเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 2.7% จากเดิมในเดือนม.ค.และพ.ค.ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3%เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้หลังจากที่ลูกหนี้มีปัญหาเรื่องความสามารถชำระหนี้ สำหรับตัวเลขการปล่อยสินเชื่อในช่วง 6เดือนที่ผ่านมานั้น เติบโต 4.4% ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 191,497 ล้านบาท  แบ่งเป็นลูกค้าขนาดกลาง 40%ลูกค้าขนาดเล็ก 30% และลูกค้ารายย่อย 30% อคาดว่าช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อจะปล่อยได้เพิ่มอีก 15,330 ล้านบาท   และสิ้นปีนี้สินเชื่อยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตามไว้คือเติบโต13% ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 207,000 ล้านบาท  ส่วนกรณีที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อยหรือบสย.ช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีวงเงิน 55,000 ล้านบาท และลดค่าธรรมเนียม 1.75% นั้น  คาดว่าธนาคารจะปล่อยสินเชื่อลูกค้าผ่านโครงการนี้ประมาณ 25,000 ล้านบาทนอกจากนี้ได้มีแคมเปญสินเชื่อ3 เท่าให้กับลูกคารายเล็กวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทและรายย่อยให้สินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 300,000 บาทถึง 12 ล้านบาท นางกรรณิกา  ชลิตอาภรณ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์  กล่าวว่าภาพรวมสินเชื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น  คาดว่าสินเชื่อในปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้5%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศก.ฟื้นดันยอดขอสินเชื่อหมุนเวียนพุ่ง