นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนย.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ดัชนีและพยากรณ์เศรษฐกิจการค้า ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เศรษฐกิจของอินโดนีเซีย พบว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียในช่วงครึ่งหลังของปี 57 ยังไม่มีสัญญาณของการฟื้นตัว เนื่องจากอินโดนีเซียยังมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวจึงส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังอินโดนีเซียขณะเดียวกันผลพวงของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นได้ย้ายฐานการผลิตไปยังอินโดนีเซียมากขึ้น ทำให้อินโดนีเซียเริ่มชะลอการนำเข้ารถยนต์และส่วนประกอบยานยนต์บางรายการจากไทย จนส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปอินโดนีเซียหดตัวอย่างต่อเนื่องด้วยทั้งนี้นอกจากสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนแล้วที่ได้รับผลกระทบยังมีสินค้าอื่นๆ อีก เช่น เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ข้าว น้ำตาลทราย น้ำมันดิบ เม็ดพลาสติก เส้นใยประดิษฐ์ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดส่งออกรถยนต์ตลาดอินโดฯสะดุด
Blog
-

ยอดส่งออกรถยนต์ตลาดอินโดฯสะดุด
Facebook Comments -

พาณิชย์รับมือสินค้าถูกตัดจีเอสพี 723 รายการ
รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯได้เตรียมแนวทางการช่วยเหลือผู้ส่งออกสินค้าไทยในตลาดยุโรปหลังจากในวันที่1 ม.ค. 58 สินค้าไทยจำนวน 723รายการจะถูกตัดสิทธิ์การใช้สิทธิประโยชน์ทางอัตราภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยการส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับสำนักงานอียูณ กรุงบรัสเซลส์ เพื่อขอให้อียูช่วยออกมาตรการผ่อนปรนที่ไม่เกี่ยวกับภาษีเพื่อเยียวยาแก่ผู้ส่งออกไทยเพราะเรื่องภาษีนั้นคงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขประเทศที่มีรายได้เกินระดับ 3,975 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนติดตามกัน 3 ปีจะไม่มีสิทธิ์ได้รับจีเอสพีไม่ได้เนื่องจากไทยมีรายได้เกินแล้วขณะเดียวกันกรมฯจะหามาตรการในการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศในการรับมือกับการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีในตลาดยุโรปพร้อมทั้งส่งเสริมมาตรการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการที่ไม่ต้องพึ่งพาประโยชน์จีเอสพี,การลดต้นทุนการผลิต,การพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องและ การจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่แพง เป็นต้นนายวัลลภวิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่าตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านไทยที่ยังได้รับสิทธิ์จีเอสพีในตลาดยุโรปและเสียภาษีเป็น0%เช่น กัมพูชา พม่า ลาว และ บังกลาเทศซึ่งผู้ประกอบการไทยหลายกิจการก็ทยอยขยายฐานการผลิตไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากแล้วเนื่องจากต้องลดต้นทุนการผลิตรวมถึงการขยายตลาดรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มยุโรปและเรื่องของแรงงานสำหรับในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มมีการเตรียมความพร้อมมาหลายปีแล้วซึ่งหลายบริษัทที่มีโรงงานกระจายในประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นเวียดนามและกัมพูชา พม่าและบังกลาเทศ กำลังเพิ่มสัดส่วนการผลิตในโรงงานประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเช่น ในปัจจุบันกำลังการผลิตโรงงานส่วนใหญ่จะอยู่ในไทย 80%และ ต่างประเทศ 20%ในปีหน้าก็เปลี่ยนเป็นผลิตในไทย 70%ต่างประเทศ 30%หรือบางรายอาจเพิ่มสัดส่วนที่เท่ากันคือในประเทศ50%และต่างประเทศ50%“ในส่วนของโรงงานสาขาที่อยู่ในต่างประเทศนั้นผู้ประกอบการก็มีการเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตอยู่ต่อเนื่องเพื่อให้ใกล้เคียงกับประเทศไทยเร็วที่สุดโดยเฉพาะเรื่องของแรงงานส่วนโรงงานที่ยังไม่ได้ขยายในเพื่อนบ้านล่าสุดก็ทยอยไปเรื่อยเชื่อว่าไม่นานก็คงไปทั้งหมดสำหรับผู้ที่มีศักยภาพซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมี 2-3 โรงงานพิจารณาไปตั้งโรงงานในพม่าอย่างไรก็ตามแม้ในอนาคตจะมีการเพิ่มสัดส่วนการผลิตในต่างประเทศแต่ในส่วนสาขาในประเทศไทยก็ไม่ได้มีการทอดทิ้งเพราะโรงงานในไทยจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจทั้งหมด“
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์รับมือสินค้าถูกตัดจีเอสพี 723 รายการFacebook Comments -

ยอดส่งออกไก่ไทยขยายตัว
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งเสริมสินค้าอาหารไทยสู่ตลาดโลกว่า ขณะนี้หลายประเทศได้สั่งซื้อสินค้ากลุ่มอาหารในกลุ่มไก่สดแช่แข็งและแปรรูป จากประเทศไทย เนื่องจากไทยมีศักยภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารแหล่งสำคัญแห่งหนึ่งของโลกทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม มีขั้นตอนการผลิตที่สะอาดปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้โดยเฉพาะญี่ปุ่น สหภาพยุโรป(อียู)สั่งซื้อไก่สดแช่แข็งและแปรรูปในช่วง 6 เดือน(ม.ค.-มิ.ย.)ของปีนี้ มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 2.6%คิดเป็นมูลค่า 1,085 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ“สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อการส่งออกไทยคาดกว่าไก่สดและแปรรูปปีนี้จะอยู่ที่ 5.6 -5.7 แสนตัน มูลค่า 7.8 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออกได้ 5.3 แสนตัน มูลค่า 7 หมื่นล้านบาทแต่ปริมาณยังน้อยกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากแรงงานยังไม่สามารถพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญด้านการตัดชิ้นเนื้อตามความต้องการของตลาดได้แต่ตลาดไก่สดในญี่ปุ่นปีนี้สามารถส่งออกได้มากถึง 1.3 หมื่นตันเมื่อรวมกับไก่ปรุงสุก ทำให้การส่งออกได้มากถึง 2.6 แสนตันเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6-7% ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่จีนมีปัญหาเนื้อสัตว์หมดอายุทำให้ญี่ปุ่นหันมาสั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น” อย่างไรก็ดีญี่ปุ่นได้เพิ่มการตรวจสอบไก่นำเข้าเข้มงวดมากขึ้นซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องรักษาคุณภาพ ขั้นตอนกระบวนการผลิตการบรรจุหีบห่อให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องในอนาคตดังนั้นแม้ว่าจะเป็นช่วงที่เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดแต่ควรคำนึงและให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพความปลอดภัยของสินค้ารวมไปถึงระบบการตรวจเช็คก่อนการส่งออกเพื่อป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับสินค้าส่งออกของไทยแม้แต่รายเดียว ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นในสินค้าอาหารของไทย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดส่งออกไก่ไทยขยายตัวFacebook Comments