Blog

  • สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

    สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

    นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สภาฯ ได้ปรับลดเป้าการส่งออกไทยในปี 57 จากเดิมขยายตัว 3% เหลือ 1.17% เนื่องจากคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 57 (ก.ค.–ธ.ค.) จะมีมูลค่าส่งออกที่ 118,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมกับยอดส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกที่มีมูลค่า 112,704 ล้านดอลลาร์ฯ เท่ากับ 231,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่ากระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินจะขยายตัว 3.5%เพราะตลาดโลกยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน, การตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ของยุโรปในสินค้าอีก 723 รายการในปีหน้าและจะเริ่มเห็นผลในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้, ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน, การปรับลดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ประเทศไทยลงในระดับเทียร์ 3  เป็นต้น สำหรับยอดส่งออกในครึ่งหลังของปีประกอบด้วย เดือน ก.ค. คาดว่าอยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือน ส.ค. อยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์, เดือน ก.ย. อยู่ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือน ต.ค. 19,500 ล้านดอลลาร์ฯ, เดือนพ.ย. 19,500 ล้านดอลลาร์ฯ และ เดือน ธ.ค. อยู่ที่ 19,500 ล้านดอลลาร์ “เป้าของกระทรวงพาณิชย์ทำได้ยากเพราะต้องส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 20,600 ล้านดอลลาร์ฯ แต่สภาฯ มองว่าส่งออกไทยในปีนี้อยู่ในกรอบ 1-1.6% แต่ความน่าจะเป็นมากที่สุดจะอยู่ที่ 1.17%  ส่วนเรื่องจีเอสพีแม้ในช่วงนี้ยอดส่งออกไปยุโรปจะขยายตัวสูงเพราะลูกค้าเร่งซื้อสินค้าเก็บไว้ในสต็อกก่อนที่สินค้าไทยจะถูกเก็บภาษีแพงขึ้น แต่ในไตรมาสที่ 4 ลูกค้าก็จะทยอยในการเจรจากับประเทศอื่นๆที่มีสินค้าคล้ายกับไทยหากได้ราคาถูกก็คงจะทดแทนสินค้าไทยน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรท.หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 1.17%

  • ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.

    ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยที่ผ่านมาได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตเร่งศึกษาเก็บภาษีเครื่องดื่มในตู้แช่ที่อยู่ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ เช่น ชาเขียว ที่ควรเสียภาษีสรรพสามิตแต่ยังไม่ได้เสีย เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ และไม่ได้ส่งเสริมเกษตรอย่างแท้จริง เพราะใช้ผลิตผลจากเกษตรในการผลิตน้อยมาก ทั้งนี้ การเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในตู้แช่นั้น ทาง คสช.รับทราบและเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงการคลัง เบื้องต้น หลักการจัดเก็บภาษี เครื่องดื่มจากอัตราส่วนผสม โดยเฉพาะความหวานที่ใช้น้ำตาลเข้ามาเป็นส่วนผสม ว่ามีประโยชน์กับเกษตรกรและร่างกายหรือไม่ เพื่อนำมาคำนวณฐานภาษีต่อไป แต่ให้เกิดความรอบคอบจะต้องเสนอเรื่องการเก็บภาษีเครื่องดื่มดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีผลเริ่มเก็บได้ในปีงบประมาณ 58 และส่งผลให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นกว่าหลักหมื่นล้านบาท “การเสนอให้เก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในตู้แช่ ที่อัตรา 10% ของมูลค่าหรือไม่ จะต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสมอีกครั้ง การคิดจะเก็บภาษีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยแนวคิดดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังดูแลด้านการจัดเก็บรายได้ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการปัดฝุ่นสิ่งที่เคยคิดว่ามาทำใหม่อีกครั้ง”  นอกจากนี้ ยังกำชับให้ 3 กรมภาษีเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้มากขึ้น เพื่อให้มีจำนวนเงินมาพัฒนาประเทศ  เพราะที่ผ่านมายังมีช่องโหว่อีก หากส่วนไหนที่ต้องเสียให้ดึงเข้ามาในระบบ โดยได้เสนอให้ คสช. พิจารณากฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีมรดก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเพิ่มรายได้ภาษีให้กับรัฐด้วย โดยเบื้องต้นได้เสนอหลักการและแนวทางในการจัดเก็บเสนอต่อ คสช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีผลบังคับเมื่อใด ขึ้นอยู่กับ คสช. จะพิจารณา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปัดฝุ่นเก็บภาษีตู้แช่เสนอ คสช.

  • วันแม่เงินสะพัด 960 ล้านบาท

    วันแม่เงินสะพัด 960 ล้านบาท

    รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย แจ้งว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลวันแม่ปี 57 ของคนกรุงเทพฯ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 403 คนที่ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพหลัก และทุกช่วงอายุพบว่าคนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดเทศกาลวันแม่ปีนี้ ประมาณ246,000 คน ขยายตัว 10.3% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะสร้างรายได้ท่องเที่ยวสะพัดตามต่างจังหวัดคิดเป็นมูลค่าประมาณ960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่จะกระจายไปยังธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มมากเป็นอันดับ1 คิดเป็นมูลค่า 210 ล้านบาท รองลงมา คือ ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทประมาณ 200 ล้านบาทและธุรกิจจำหน่ายสินค้าของฝาก/ของที่ระลึกมีมูลค่า 190 ล้านบาท“คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ เลือกที่จะรับประทานอาหารร่วมกับแม่มากเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ มอบพวงมาลัยมะลิ/ดอกไม้ซื้อของขวัญให้แม่ และเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด รวมทั้งตระหนักถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเข้าใจถึงภาวะราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน จึงอาจมีส่วนให้ปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานภาพทางการเงิน/ภาระหนี้สิ้นของแต่ละครัวเรือนเช่น การปรับเปลี่ยนปลายทางให้ใกล้ลง การลดจำนวนวันพักค้างคืน การปรับแผนการเที่ยวแบบค้างคืนเป็นการเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวลง”สำหรับการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเช่น ที่หัวหินประจวบคีรีขันธ์ ที่พัทยาจ.ชลบุรี ที่ปากช่อง-วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ กาญจนบุรี เป็นต้น ขณะที่อีกกลุ่มพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศโดยมากมีแผนเดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วันแม่เงินสะพัด 960 ล้านบาท