Blog

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 0.07 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 0.07 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน ถึงแม้นักลงทุนจะทยอยซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นระยะ แต่ตลาดสามารถเคลื่อนไหวได้ในกรอบจำกัด เพราะไร้ปัจจัยใหม่เข้าสนับสนุน โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักด้านความคืบหน้าทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,548.16 จุด และลดลงต่ำสุด 1,538.33 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,543.85 จุด ลดลง 0.07 จุด หรือ 0.00% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 53,139.47 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ช.การช่าง ปิดที่ 26.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.60 บาท 2.บีจีเอช ปิดที่ 17.40บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 3.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 22.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท 4.เอไอเอส ปิดที่ 205.00บาท ลดลง 2.00 บาท 5.ซีเคพี ปิดที่ 17.70 บาท ลดลง 0.10 บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 0.07 จุด

  • “ธรรมกาย”ปัดไม่เคยออก”บัตรกู้เงินทำบุญ”

    “ธรรมกาย”ปัดไม่เคยออก”บัตรกู้เงินทำบุญ”

    กรณีมีการแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียที่ระบุถึง "วัดพระธรรมกาย" ได้จัดโปรโมชั่น "สมัครบัตรรูดปรื๊ด ซื้อบุญรวดเร็วทันใจ กู้ได้หากไม่มีเงินซื้อบุญ!!" จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้วนั้นความคืบหน้า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ชี้แจงว่า บัตรดังกล่าวเป็น บัตร "เคทีบี" ซึ่งเป็นบัตรเงินสด หรือบัตรเดบิต ทำขึ้นโดยธนาคารกรุงไทย มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สาธุชนในการทำบุญ โดยไม่ต้องนำเงินสดมาป้องกันการสูญหายของทรัพย์สิน และเพื่อไม่เสียเวลาในการประพฤติปฏิบัติธรรมของสาธุชน ทั้งนี้เจ้าของบัตรมีเงินในบัญชีอยู่แล้ว ไม่ใช่บัตรเครดิตที่ใช้กู้เงินได้ และไม่มีการซื้อบุญ เพราะบุญซื้อไม่ได้ และวัดไม่สนับสนุนการกู้เงินมาทำบุญ ดังนั้นภาพ และข่าวที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดด้านนายชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยออกบัตรเดบิตวีซ่าให้กับวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่ปี 55 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งถือเป็นการให้บริการชำระเงินตามปกติเพียงแต่ทำกับวัดเท่านั้น สำหรับกรณีที่มีการโฆษณาว่ากู้ได้หากไม่มีเงินซื้อบุญนั้นไม่เป็นความจริง เพราะธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อ แต่เป็นผู้ออกบัตรให้กับลูกค้าเท่านั้น ซึ่งบัตรเดบิตวีซ่าคือบัตรเอทีเอ็ม และคนที่ทำบัตรจะต้องเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย ส่วนการที่วัดนำไปโฆษณาจะผิดหรือไม่นั้นจะต้องตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ธรรมกาย”ปัดไม่เคยออก”บัตรกู้เงินทำบุญ”

  • เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

    เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

    นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.ได้ส่งหนังสือแจ้งรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 57 เพื่อเป็นการเร่งอัดฉีดวงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงโครงการที่กำลังจัดซื้อจัดจ้างได้ขอให้รัฐวิสาหกิจเร่งและดำเนินการด้วยความโปร่งใส เนื่องจากช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สคร.ได้จัดประชุมเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนร่วมกับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และมีผลการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายมาหารือ โดยมีรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมทั้งสิ้น 7 แห่ง ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รฟม.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.), โรงงานยาสูบ (รยส.) , บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, องค์การเภสัชกรรม และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม รัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง มีสัดส่วนงบลงทุนคิดเป็น 55% ของงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ซึ่งจะสามารถผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 57 ส่วนรัฐวิสาหกิจที่เหลืออีก 39 แห่ง สคร. ยังคงให้ความสำคัญและคาดหวังให้การเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายเช่นกัน  โดยผลการเบิกจ่ายงบลงทุนรอบ 9 เดือนสำหรับรัฐวิสาหกิจ ปีงบประมาณ 57 สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 107,071 ล้านบาท คิดเป็น 65.8% ของแผนเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม นอกจากนี้ สคร. ได้ดำเนินการตามประกาศ คสช. โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลเพื่อให้รัฐวิสาหกิจรายงาน พร้อมทั้งได้แจ้งเวียนให้รัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติแล้ว ประกอบด้วย การลงทุนหรือริเริ่มโครงการใหม่ที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท เมื่อโครงการดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ควบคู่กับการขออนุมัติการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (หากต้องขออนุมัติ) และการทำธุรกรรมที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่การดำเนินกิจการทั่วไปหรือเพื่อการดำเนินการตามปกติของรัฐวิสาหกิจซึ่งทำให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติการทำธุรกรรมนั้นๆ พิจารณาอนุมัติแล้ว ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไปโดยให้เริ่มรายงานข้อมูลตั้งแต่เดือนก.ค.57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ