นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้ความสำคัญในการดูแลค่าครองชีพประชาชน เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจึงได้กำกับดูแลราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จตามราคาแนะนำ จาน/ชามละ 25 – 35 บาทโดยขอความร่วมมือจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีศูนย์อาหารและมีสาขาจำนวนมากทั่วประเทศรายใหญ่ 3 รายได้แก่ห้างเทสโก้โลตัสห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นต์เตอร์ และท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตในการลดราคาอาหารเมนูพิเศษในศูนย์อาหารจำนวน 10 รายการ โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีมาแล้วนั้น นอกจากนี้กรมการค้าภายในยังได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์อาหารในส่วนราชการที่มีข้าราชการเจ้าหน้าที่ และประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะและศูนย์อาหารกรมการกงสุล เพื่อขอความร่วมมือให้จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพื้นฐาน 10รายการทั้งนี้ผลจากการหารือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และศูนย์อาหารกรมการกงสุล ยินดีให้ความร่วมมือดังกล่าวและเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 57โดยศูนย์อาหารในกรมการกงสุลและบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์อาหารในศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะได้ปรับลดราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ 10 รายการ ได้แก่ ข้าวไข่เจียว ข้าวราดแกงข่าวไข่พะโล้ ข้าวขาหมู ข้าวกะเพราะ (หมู/ไก่)ข้าวผัด(หมู/ไก่) ก๋วยเตี๋ยว (หมู/ไก่) ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้ว ขนมจีน(น้ำยา/แกงไก่)ในราคาแนะนำจาน/ชามละ 25 – 35 บาทและมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาอาหารปรุงสำเร็จอย่างใกล้ชิดและจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องหากประชาชนพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ขั่วโมงหรือที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์ราชการแจ้งฯยอมลดราคาอาหารจานด่วน
Blog
-

ศูนย์ราชการแจ้งฯยอมลดราคาอาหารจานด่วน
Facebook Comments -

หนุนค้าปลีกไทยเชื่อมโยงธุรกิจค้าชายแดน
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัล“ร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น และการออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วย”ว่าปัจจุบันกรมฯได้ร่วมมือกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ ค้าส่งค้าปลีกไทยให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งเขตการค้าชายแดน โดยเน้นเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ให้เกิดการเกื้อกูลทางการค้าซึ่งกันและกันพร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้เฉพาะทางที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจรวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าอย่างเป็นระบบสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้สร้างความเข้มแข็ง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน“การประกวดร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น และการประกวดออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วยเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย ซึ่งกรมฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมุ่งพัฒนาธุรกิจให้มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสามารถปรับภาพลักษณ์ร้านค้าให้สวยงาม ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุดตลอดจนให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ โดยพัฒนาร้านค้าส่งให้เป็น“พี่เลี้ยง”คอยให้คำปรึกษาแนะนำ และ ช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกเครือข่ายด้วยดังนั้นการมอบรางวัลร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น จะเป็นการสร้างกำลังใจและแรงจูงใจให้ร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการฯมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีพิธีมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่นจำนวน20รายร้านค้าส่งพัฒนาเครือข่ายดีเด่น จำนวน 8 รายและมอบทุนการศึกษาพร้อมโล่รางวัลแก่ผู้ชนะการออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วยระดับประเทศ1รายระดับภูมิภาค2ราย และระดับจังหวัด 9 รายรวมมูลค่าทุนการศึกษาและของรางวัลกว่า200,000บาท ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยร้านค้าส่งค้าปลีกในพื้นที่ ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่ายได้แก่ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด บริษัทสหพัฒนพิบูลจำกัด (มหาชน) และบริษัทโอสถสภาจำกัด ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาและของรางวัลสำหรับทั้ง2กิจกรรมด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนค้าปลีกไทยเชื่อมโยงธุรกิจค้าชายแดนFacebook Comments -

หนี้ครัวเรือนปี 57 พุ่งสูงสุดประวัติการณ์
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในการก่อหนี้ภาคครัวเรือนปี 57 โดยสำรวจประชาชน 1,200 รายระหว่างวันที่ 14-20 ก.ค. 57 ว่า หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยที่ 219,158.2 บาทเป็นตัวเลขที่สูงสุดตั้งแต่มีการสำรวจมา 9 ปี หรือตั้งแต่ปี 49เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายและค่าครองชีพที่สูงขึ้นโดยแหล่งที่มาของหนี้จะเป็นหนี้นอกระบบ 49.1% และในระบบ 50.1%“แนวทางในการชำระหนี้ของประชาชนส่วนใหญ่ต้องชำระต่อเดือนเฉลี่ยที่13,358.35 บาทต่อเดือน หนี้นอกระบบผ่อนชำระเฉลี่ยที่8,104.7 บาท โดยวัตถุประสงค์การกู้ยืมก็เปลี่ยนจากปีก่อนๆที่อันดับแรก 40%กู้เพื่อการลงทุนและซื้อทรัพย์สินรองลงมาเป็นการกู้เพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน,เพื่อชำระเงินกู้นอกระบบและชำระหนี้จากการพนันสาเหตุที่ทำให้หนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาจากค่าครองชีพสูงขึ้นมากที่สุดรองลงมาเป็นเรื่องค่าเล่าเรียนบุตรหลาน, การผ่อนสินค้ามากเกินไป,หนี้ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ, มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมาก,หนี้ที่เกิดจากการรับเงินในโครงการจำนำข้าวล่าช้า,ขาดรายได้เนื่องจากถูกออกจากงาน, การซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ และการเป็นหนี้จากการพนันบอล เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนี้ครัวเรือนปี 57 พุ่งสูงสุดประวัติการณ์Facebook Comments