นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะส่งผลให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากเป็นไปตามกรอบเวลาของแผนแม่บท (โรดแมป) การบริหารประเทศที่คสช.กำหนดไว้ จึงทำให้นักลงทุนมั่นใจว่า กรอบการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายในเดือน ส.ค. – ก.ย. นี้ รวมทั้งการเลือกตั้งภายในปี 58 และแผนการลงทุนต่างๆ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่คสช.กำหนดไว้แน่นอน“ตั้งแต่คสช. เข้ามาบริหารประเทศในเดือน พ.ค. ภาพรวมเศรษฐกิจ มีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง การส่งออกอยู่ในเกณฑ์ดี การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปัจจุบันที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกเพียงเล็กน้อย เพราะโดยภาพรวมการส่งออกของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี หากทั้งปีค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าไม่เกินกรอบ 31.50 – 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นระดับที่ไม่ผันผวนมากนัก อยู่ในเกณฑ์รับได้ แต่ทางผู้ส่งออก จะติดตามการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทต่อเนื่อง และเชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะดูแลการเคลื่อนไหวไม่ให้ผันผวนมากนัก”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส.อ.ท.ชี้รธน.ฯดันความเชื่อมั่นเศรษฐกิจพุ่ง
Blog
-

ส.อ.ท.ชี้รธน.ฯดันความเชื่อมั่นเศรษฐกิจพุ่ง
Facebook Comments -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 20.75 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 23 ก.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน เนื่องจากดัชนีดีดตัวกลับ หลังปรับตัวลงแรงวานนี้ โดยปัจจัยบวกมาจากเงินทุนต่างชาติทยอยเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง ประกอบกับความเชื่อมั่นด้านการบริหารประเทศ จากล่าสุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติรับพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,541.76 จุด และลดลงต่ำสุด 1,526.45 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,541.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.75 จุด หรือ 1.36% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,606.74 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ช.การช่าง ปิดที่ 23.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 207.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 3.บีแลนด์ ปิดที่ 2.18 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท 4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 202.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท 5.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 22.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 20.75 จุดFacebook Comments -

โกยสินเชื่อเอเอ็มอีทะลุ35,000ล้าน
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยอดปล่อยสินเชื่อของเอสเอ็มอีในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมามีมูลค่า 35,590 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปี แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอีเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะปรับตัวดีขึ้นทำให้ความต้องการสินเชื่อมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24 % ของสินเชื่อปล่อยใหม่ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อจากการรีไฟแนนซ์รายใหญ่ 3 ราย วงเงินสินเชื่อประมาณ 5,000 ล้านบาทเป็นธุรกิจเกี่ยวกับผลิตรถยนต์และห้างสรรพสินค้า สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.)วงเงินสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 143,403 ล้านบาท เติบโต 13.9 % หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 538,401 ล้านบาท เติบโต 11.3% รายได้รวมอยู่ที่ 19,498 ล้านบาท เติบโต 14.3% ขณะที่หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาลดลงมาอยู่ที่ 2.66% จากปี 56 อยู่ที่ 2.82% อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีไว้ที่ 6.8 % และยอดสินเชื่อคงค้าง 553,448 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 39,040 ล้านบาท เติบโต 10.7% และเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.62% “ ก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์อื่นแข่งกันปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีกันมาก แต่เรามองว่าเสี่ยงก็ได้เบรกการปล่อยสินเชื่อไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและการเมืองนิ่งทำให้ผู้ประกอบการเข้ามาขอสินเชื่อมาก โดยเฉพาะลูกค้ารายเก่า และวงเงินที่ขอใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนประกอบธุรกิจมากกว่าการขยายการลงทุน เพราะกำลังการผลิตในโรงงานส่วนใหญ่ยังเหลืออีกจำนวนมาก” ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง จำนำข้าว และหนี้ครัวเรือน ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาธนาคารฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือนให้กับลูกค้าจำนวน 534 ราย ยอดสินเชื่อรวม 10,981 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติแล้วจำนวน 449 ราย เป็นยอดสินเชื่อรวม 8,989 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของยอดสินเชื่อที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โกยสินเชื่อเอเอ็มอีทะลุ35,000ล้านFacebook Comments