Blog

  • เท6.8หมื่นล้านปูพรมด้านคมนาคม 8 ปี

    เท6.8หมื่นล้านปูพรมด้านคมนาคม 8 ปี

    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยเวลา 8ปี (58-65) แบ่งออกเป็น5แผนงานครอบคลุมการพัฒนาด้านการขนส่งทั้งระบบคือ ระบบราง ทางหลวง ทางน้ำและทางอากาศ โดยปี 58มีแผนลงทุน68,000ล้านบาทเน้นการลงทุนในระบบรถไฟทางคู่ 6เส้นทาง ระยะแรก เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้า และยังมีแผนศึกษาโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นเร่งด่วน ส่วนวงเงินรวมของแผนทั้งหมด กระทรวงคมนาคมจะกลับไปทบวน กรอบวงเงินอีกครั้งว่ามีทั้งหมดเท่าใดสำหรับ แผนลงทุนรถไฟทางคู่ 6เส้นทาง ที่จะเร่งดำเนินการก่อนปี 58มีวงเงินรวมถึง 129,308ล้านบาท ระยะทางทั้งสิ้น 903กิโลเมตร ประกอบด้วย เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย, ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น, ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, นครปฐม-หัวหิน, มาบกระเบา-ชุมทางถนนจิระและลพบุรี-ปากน้ำโพ ส่วนระยะที่ 2จะเร่งศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการเพิ่มอีก8เส้นทางคือ หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์, ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี, ขอนแก่น-หนองคาย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-สงขลา, หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และเด่นชัย-เชียงใหม่ขณะ เดียวกันต้องศึกษาการพัฒนาทางคู่มาตรฐาน (สแตนดาร์ตเกต) ขนาดรางมีความ กว้าง1.435เมตร 3เส้นทาง ระยะทางรวม 1,060กิโลเมตรคือ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และนครราชสีมา-มาบตาพุด, กรุงเทพฯ-ระยองและ นครราชสีมา-หนองคายพร้อมทั้งเร่งรัดโครงการ พัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งปีนี้กระทรวงคมนาคม จะเร่งการประกวดราคารถไฟสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพาน ใหม่-คูคตระยะทาง 18.4กิโลเมตร จากนั้นจึงเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติให้ประกวดราคาอีก6เส้น ทางระยะทาง 144กิโลเมตรคือ สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี, สีชมพู แคราย-มีนบุรี, สีเหลือง ลาดพร้าว-พัฒนาการ, แอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ ส่วนต่อขยายพญาไท-ดอนเมือง และสายสีแดง 2เส้นทาง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง-หัวหมาก และรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต และยังต้องศึกษารายละเอียดในเส้นทางบางแค-พุทธมณฑลสาย4ระยะทาง8กิโลเมตรนอกจากนี้ โครงการตามแผนที่เหลือ ยังต้องพัฒนาทางหลวงสายหลัก ทั้งการขยายช่อง จราจรเป็น4ช่องทาง และพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายพัฒนา-มาบตาพุด พัฒนาการขนส่งทางน้ำ ทั้ง พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อรองรับสินค้า และเรือเพิ่ม รวมทั้งพัฒนาท่าเรือ ชุมพร และสงขลา ส่วนด้านอากาศ มีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูมิภาค สุดท้ายเป็นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น โครงการรถเมล์เอ็นจีวีเ บื้องต้นภายในต้นปี 58จะมีรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489คัน วิ่งให้บริการประชาชนได้ด้านนายสม ศักดิ์โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ที่ประชุมครม. ยังเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบ ประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 59โดยจะให้ความสำคัญกับการจัดทำงบ ประมาณแบบบูรณาการ ทั้งนโยบายสำคัญของรัฐบาล และการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ประหยัด และสอดคล้องกัน และให้จัดทำแผนความต้องการงบลงทุนเบื้องต้น และจัดทำแผนปฏิบัติงาน รวมทั้งแผนใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจน ซึ่งการจัดทำงบประมาณปีดัง กล่าวสำนักงบประมาณ ยังให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเข้ามาร่วมจัดทำด้วยเพื่อจะ ได้มีมิติของความมั่นคงเพิ่มเติมเข้ามาขณะที่ ปฏิทินงบประมาณกำหนดขั้นตอน คือการทบทวนงบประมาณ ต้องทำในช่วงเดือนต.ค.57- ม.ค.58, การวางแผนงบประมาณเดือนต.ค.57- ม.ค.58, การจัดทำงบประมาณเดือนก.ค.-กลางเดือนก.พ.58และขั้นตอนการอนุมัติงบ ประมาณช่วงปลายเดือนพ.ค.-ต้นเดือนก.ย.58นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบโครงการการผูกพันข้ามปีงบประมาณ58ของส่วน ราชการและรัฐวิสาหกิจ 1,587รายการวงเงินรวม 193,263ล้านบาทแบ่งเป็น โครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า500ล้านบาท1,513โครงการ วงเงินรวม 99,992ล้านบาทแยกเป็นในปี 58จำนวน18,869ล้านบาท,โครงการที่มีวงเงินรวมตั้งแต่ 500ล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่ เกิน1,000ล้านบาท41โครงการวงเงินรวม 30,536ล้านบาท แยกเป็นปี 58จำนวน4,281ล้านบาท และรายการที่มีวงเงินรวม1,000ล้านบาทขึ้นไป33โครงการวง เงินรวม 62,734ล้านบาท แยกเป็นปี 58จำนวน8,023ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เท6.8หมื่นล้านปูพรมด้านคมนาคม 8 ปี

  • ธุรกิจร้านอาหารแข่งเดือด

    ธุรกิจร้านอาหารแข่งเดือด

    นายสุชีพ ธรรมาชีพเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายของร้านอาหารในเครือ 12 แบรนด์ ในไตรมาส4 นี้ อย่างเข้มข้น โดยใช้งบประมาณ มากกว่า 50% ของงบทั้งปีนี้ เพื่อจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมของแต่ละร้าน เนื่องจากบริษัทประเมินว่า ภาพรวมธุรกิจอาหารช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา หลังจากบริษัทหลายแห่งได้รับผลกระทบด้านปัญหากำลังซื้อช่วงต้นปี ทำยอดขายพลาดไปจากเป้าหมายที่วางไว้ในส่วนของบริษัทนั้น จะเน้นทำโปรโมชั่นด้านราคาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการออกสินค้าใหม่ที่คุ้มค่า สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ เพื่อสร้างความผูกพันธ์ดึงดูดลูกค้าให้ใช้บริการเพิ่มขึ้น“เราเริ่มเห็นการจัดโปรโมชั่นแรง ๆ มาตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้านี้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้บรรยากาศไม่ค่อยดี อัตราการมาใช้บริการร้านอาหารในเครือลดลงกว่า 50% จากเดือนละ 2 ครั้งเหลือเพียง เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น แต่หลังจากสถานยการณ์ดีขึ้นร้านต่าง ๆ ก็เริ่มกลับมาทำตลาด ซึ่งบริษัทได้คาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงวางแผนล่วงหน้าสำหรับไตรมาสสุดท้ายนี้ ว่าจะทำอะไรบ้าง คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ น่าจะมีผลทำให้ยอดขายเติบโตจากปีก่อนได้ 10% เป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท”สำหรับการขยายธุรกิจนั้น บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดยล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัวร้านอาหารข้าวหน้าหมูทอด แบรนด์คัตสึยะ 3 สาขา หลังเห็นโอกาศจากการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และปีหน้าเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 10 สาขา ส่งผลให้ปี 58 จะมีรายได้ถึง 100 ล้านบาทแน่“แผนการขยายธุรกิจต่อจากนี้ บริษัทจะพิจารณาเลือกร้าน เจาะกลุ่มคนระดับกลางเป็นหลัก เพราะเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคม และต้องเป็นอาหารที่รสชาติถูกปากคนไทย โดยปีหน้าวางแผนจะเปิดร้านอาหารใหม่อีก 1 แบรนด์ ซึ่งจะเป็นการซื้อกิจการจากเจ้าของเดิมที่ทำตลาดอยู่แล้ว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้งบลงทุน 500-600 ล้านบาท”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจร้านอาหารแข่งเดือด

  • เผยกสทช.เสนอปรับโครงสร้างองค์กร

    เผยกสทช.เสนอปรับโครงสร้างองค์กร

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20ต.ค.เวลา 21.00 น. ทวิตเตอร์ของ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) @takorn tantasith มีการทวิตเอกสารลับมาก เสนอขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.กสทช .2553โดยการปรับปรุงโครงสร้างของกสทช.เป็นการเร่งด่วนให้มีคณะเดียวที่ทำหน้าที่การจัดสรรคลื่นและการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้เกิดเอกภาพส่งเสริมการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นธรรมสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและธุรกิจที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดีรวมทั้งสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจฐานดิจิตอลและรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างเหมาะสมแหล่งข่าวจาก กสทช.กล่าวว่าการที่กสทช.เสนอปรับโครงสร้างโดยยุบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไว้ให้มีแค่ กสทช.หน่วยงานเดียวโดยจะนำเอามาตรา 35 ออก ที่มีการให้อำนาจบอร์ดเล็กทั้ง 2บอร์ดออกเนื่องจากที่ผ่านมามีประเด็นการตัดสินใจร่วมกันหลายประเด็นที่มีปัญหา อาทิการออกอากาศคู่ขนานของ ช่อง3 ที่บอร์ด กสท ต้องการให้บอร์ดกสทช.อนุมัติตามมติ กสท. ซึ่งบอร์ดกทค.ก็ไม่อยากรับผิดชอบในการตัดสินใจของบอร์ด กสท.นอกจากนี้ ยังมีประเด็นก่อนหน้านี้ที่บอร์ดกทค.โดนฟ้องร้องในการประมูล 3จี บอร์ด กสท.ก็ไม่อยากรับผิดชอบด้วยอีกทั้ง ทุกการฟ้องร้อง บอร์ด กสทช.ก็จะต้องรับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเลขา กสทช.ได้มีการหารือกับคณะกรรมการกฤษฏีกาหลายครั้งแล้ว ซึ่งต่อจากนี้จะนำเสนอครม.และ สนช.อนุมัติ โดยจะใช้เวลาไม่น่าเกินสิ้นปีนี้ ซึ่งแก้กฎหมาย พ.ร.บ.กสทช.2553นี้ จะเป็นการระบุอำนาจหน้าที่รับผิดชอบซึ่งแบ่งแยกออกเป็นฝ่าย กสท.และ กทค. ให้แก้ไขเป็นอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ กรรมการกสทช.ทั้งหมด ส่วนมติของที่ประชุมชุดเล็กที่ผ่านมา ยังคงให้มีผลบังคับใช้ต่อไปส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรทั้งหมดนั้น จะต้องรอความชัดเจนของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา 2 ปี“การทำงานต่อจากนี้ของกสทช.หลังจากแก้กฏหมายและได้ปรับอนุมัติให้ปรับโครงสร้างดังกล่าวนั้น จะทำให้กสทช.รอดพ้นจากการโดนยุบทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาอำนาจไม่ชัดเจนบางครั้งบอร์ดเล็กมีอำนาจตัดสินใจ แต่บอร์ดใหญ่ไม่มีอำนาจแต่สุดท้ายการฟ้องร้องบอร์ดใหญ่ก็โดนไปด้วยซึ่งประธานบอร์ดดูเหมือนจะมีอำนาจแต่เอาเข้าจริงแค่การออกงานเท่านั้น ดังนั้นการยุบรวมถือเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดและการทำงานก็เป็นการตั้งคณะอนุกรรมการในเรื่องต่างๆ แล้วเข้าบอร์ดใหญ่พิจารณาน่าจะดีกว่าซึ่งคณะกรรมการ กสทช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างดังกล่าว” แหล่งข่าวกล่าวด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขากสทช.เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นผู้โพสต์ภาพเอกสารดังกล่าว แต่ยอมรับว่าได้ถ่ายรูปเอกสารเก็บไว้จริงในเครื่องไอแพดส่วนตัว และตอนนี้ได้ลบภาพดังกล่าวออกแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เผยกสทช.เสนอปรับโครงสร้างองค์กร