Blog

  • เรียกผู้อำนวยการถกแก้สลากฯเกินราคา

    เรียกผู้อำนวยการถกแก้สลากฯเกินราคา

    นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า  ได้เรียก พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ มารายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาการขายสลากฯเกินราคา  หลังมีนโยบายให้ปั้มตราสลาก 45 ล้านฉบับ รวมถึงการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสลาก ลงพื้นที่เพื่อสุ่มตรวจหาผู้ที่ขายสลากเกินราคามาตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.ย.  แต่ที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯ ยังไม่มีการรายงานถึงการตรวจสอบและยึดโควตาคืนจากผู้ค้าที่มีโควตาอย่างเป็นทางการว่าได้ดำเนินการตรวจสอบ เอาผิด และยึดโควตาคืนมาได้เท่าไร  ซึ่งเห็นว่ายังไม่สอดคล้องจากการซื้อสลากฯของประชาชน ที่ยังพบว่าหลายพื้นที่ยังขายสลากฯ สูงกว่าราคาที่ควบคุมไว้ใบละ 90 บาท ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่าการสั่งยึดโควตาไม่ได้เป็นการทำลายคนรายย่อย ที่ต้องตรวจจับและปรับเพราะต้องการจะสาวไปถึงต้นตอคนที่ได้โควตาสลากไป ซึ่งได้รับปากกับทางสำนักงานสลากฯ แล้วจะไปขายเอง แต่ปรากฎว่าแอบเอาไปขายให้ผู้ค้ารายย่อย คนกลุ่มนี้ก็ควรจะถูกยึดโควตาสลากคืนกลับมาเพราะทำผิดระเบียบของสำนักงานสลากฯ “ส่วนเรื่องทำไมสลากฯยังขายสลากฯเกินราคากันอยู่ต้องไปถาม พล.ต.ฉลองรัฐ ว่าที่ผ่านมาทำอะไรไปแล้วบ้าง เพราะให้นโยบายไปแล้วว่าให้ปั้มตรา แล้วออกตรวจ ส่วนเรื่องที่จะมาเข้มงวดในเริ่มงวด 1 พ.ย. นี้ถามว่าทำไมไม่ทำเลย รออะไรอยู่ ส่วนเรื่องการจัดสัมมนาเพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของสำนักงานคาดว่าจะจัดในช่วงปลายเดือนนี้” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เรียกผู้อำนวยการถกแก้สลากฯเกินราคา

  • แลกคูปองทีวีดิจิตอลวันแรกคึกคักเผยข้อร้องเรียนเฉียดหมื่นราย

    แลกคูปองทีวีดิจิตอลวันแรกคึกคักเผยข้อร้องเรียนเฉียดหมื่นราย

    วันนี้( 20 ต.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดรับแลกคูปองว่า ยอดล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 15.30 น. มีประชาชนใน 21 จังหวัด นำคูปองมาใช้สิทธิ์แลกอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลประมาณ 3,239 ราย โดยพื้นที่กรุงเทพฯ มีประชาชนมาใช้สิทธิ์เยอะมากสุดจำนวน 1,141 ราย รองลงมาคือ ปทุมธานี จำนวน 376 ราย นนทบุรีจำนวน 368 ราย และชัยนาทมีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยสุดจำนวน 8 ราย โดยภาพรวมมีประชาชนมาแลกค่อนข้างคึกคักให้ความร่วมมือเตรียมเอกสาร และคาดว่าจากนี้ในช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุดประชาชนจะทยอยมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่องโดยคูปองจะมีอายุถึงวันที่ 31 พ.ค. 58 นอกจากนี้พบว่ามีประชาชนโทรเข้ามาร้องเรียนจำนวน กว่า 9,800 รายโดยร้องเรียนมากสุดคือ คูปองชำรุด คูปองหาย เลขรหัสบนคูปองไม่ตรง ใช้เอกสารอะไรในการแลก จุดให้บริการแลกคูปอง ยังไม่ได้รับคูปอง และไปรษณีย์ไทยมาตั้งโต๊ะรับแลกคูปองซึ่งจากนี้จะหารือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยในวันพรุ่งนี้(21 ต.ค.) ต่อไป นายฐากร กล่าวต่อว่า กสทช.เตรียมพัฒนาระบบใช้รูปแบบกานำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดมาแลกรับกล่องที่จุดรับแลกได้เลยซึ่งถือเป็นโครงการต้นแบบ ดิจิทัล อีโคโนมี ของรัฐบาลที่ต้องการนำไอทีเข้ามาช่วยบริการภาคประชาชนในด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณการจัดพิมพ์คูปอง 1.80 บาทต่อใบและงบการจัดส่งผ่านไปรษณีย์อีกใบละ 10 บาท รวม 11.80 บาทต่อใบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดังกล่าวโดยพัฒนาเพิ่มเติมจากระบบติดตามข้อมูลการแจกคูปองแบบเรียลไทม์ใช้งบประมาณเพิ่ม 1-2 ล้านบาทอย่างไรก็ตามกสทช. ลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า ร้านค้าโมเดิร์นเทรดได้เตรียมความพร้อมอำนวยจุดรับแลกคูปองให้กับประชาชน โดยตรวจสอบเทสโก้ โลตัส เป็นแห่งแรก มีกล่องดิจิตอลที่สามารถแลกได้ 12 ยี่ห้อจาก 42 ยี่ห้อ โดยในขณะนี้เปิดให้บริการจำนวน 76 สาขา ใน 21 จังหวัดและเตรียมขยายเพิ่มอีกจำนวน 40 สาขา ประมาณเดือนพ.ย. 57 เพื่อรองรับการแจกคูปองในระยะที่ 2 ของกสทช. รวมถึงอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อนำมารับแลกที่โลตัสเอ็กซ์เพรส เป็นบางสาขา จากจำนวนที่มีอยู่ 1,500 สาขาทั่วประเทศหลังจากนั้นไปตรวจ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์โดยประชาชนสามารถแลกทุกสาขา ได้แก่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บิ๊กซี เอ็กตร้าและบิ๊กซี จัมโบ้ จำนวน 124 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต จำนวน 33 สาขา และมินิบิ๊กซี จำนวน 300 สาขา ทั้งนี้บิ๊กซีนำกล่องที่เข้าร่วมโครงการมารับแลกจำนวน 23 ยี่ห้อ โดยพบว่ารุ่นที่ขายดีที่สุดคือ 690 บาทในขณะที่โฮมโปร มีกล่องดิจิตอลที่ร่วมโครงการจำนวน 5 ยี่ห้อ โดยประชาชนสามารถนำคูปองไปแลกได้ทุกสาขาที่มีจำนวน 70 สาขาทั่วประเทศ ส่วนร้านเซเว่นอิเลฟเว่น มีกล่องดิจิตอลร่วมโครงการจำนวน 4 ยี่ห้อ โดยช่วงแรกเปิดรับแลกใน 21 จังหวัด จำนวน 4,000 สาขาจากจำนวน 7,000 สาขาทั่วประเทศ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แลกคูปองทีวีดิจิตอลวันแรกคึกคักเผยข้อร้องเรียนเฉียดหมื่นราย

  • พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58

    พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58

     รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 57 พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ  รมว.พาณิชย์ได้เชิญฑูตพาณิชย์และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์มาร่วมประชุมกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การส่งออกปี 58  แต่ละประเทศเพื่อหาแนวทางในการสร้างความยั่งยืนการส่งออกไทยในอนาคต  เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญตลาดอาเซียนและตลาดใหม่มากขึ้นนอกเหนือตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ต้องมียุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งระบบเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 58  “บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียดบางครั้งถึงกับเงียบ ไม่มีใครกล้าพูด ซึ่งทูตพาณิชย์หลายๆ รายระบุว่าไม่เคยเห็นการประชุมที่บรรยากาศเป็นแบบนี้เพราะปกติจะเป็นการประเมินเป้าหมายการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี และเป้าหมายปีหน้าพร้อมกลยุทธ์ที่จะดำเนินการ ทำให้การประชุมครั้งนี้ จะเน้นให้ความสำคัญกับเป้าหมายเป็นรายตลาด”  ทั้งนี้ในส่วนของตลาดอาเซียนประเมินว่าการส่งออกในปี58 จะขยายตัว 7% โดยเน้นการขอความร่วมมือบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด(มหาชน), กลุ่มสหพัฒน์ , เครือเซ็นทรัลและบริษัทไทยอื่นๆที่อยู่ในอาเซียนในการช่วยกระจายสินค้าเอสเอ็มอีไทยในการทำตลาดประเทศต่างๆ ส่วนตลาดอื่นที่สำคัญเช่น  ตลาดจีนปี 57 คาดว่าส่งออกจะโต 1%  ปี 58 โต 1.5%   ,ตลาดเอเชียใต้ ปี 57 คาดว่าจะโต 3%  ปี 58 โต 5% , ตลาดยุโรปปี 57 คาดว่าโต 5% ปี 58 โต 5%  และ ตลาดญี่ปุ่นปี 57 คาดว่าโต 1%  ปี58 โต 2%  เป็นต้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58