Blog

  • แนวโน้มตลาดแรงงานไทยตึงตัว

    แนวโน้มตลาดแรงงานไทยตึงตัว

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวโน้มของสถานการณ์ด้านแรงงานไทยคาดว่าอาจตึงตัวของแรงงานในบางสาขาที่มีความต้องการต่อตลาดแรงงานไม่ทันต่อความต้องการของภาคการผลิต และอัตราว่างงานจะอยู่ในระดับที่ทรงตัวหรือมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอลงในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นภายหลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนจากความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้จ่ายภาคเอกชนซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป และจะส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจต่อเศรษฐกิจการเมืองในประเทศ และเป็นปัจจัยต่อการตัดสินใจขยายการลงทุน ขยายงาน และรับบุคลากรเพิ่มในอนาคต  “สถานการณ์ด้านแรงงานของไทยโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราการว่างงานในเดือน พ.ค. 57 อยู่ในระดับต่ำที่ 0.9% ของกำลังแรงงานรวม ซึ่งคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 362,000 คน แต่หากพิจารณาผู้มีงานทำในตลาดแรงงานพบว่า จำนวนผู้มีงานทำในช่วง 5 เดือนแรกของปี 57 อยู่ที่ 37.7 ล้านคน หดตัว 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่หดตัว 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลของการลดลงของผลผลิตข้าวเปลือกเป็นสำคัญ  ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอยู่ในเกณฑ์ดีโดยขยายตัวร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานของไทยส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนแรงงานประเภทไร้ฝีมือ โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมการผลิตเพชรพลอย อุตสาหกรรมเครื่องหนัง เป็นต้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่านิยมทางการศึกษาของเด็กไทยที่นิยมศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีมากกว่าสายอาชีพ ทำให้แรงงานที่จบออกมาสำหรับภาคการผลิตของไทยมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน จนนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดการจ้างงานในภาคการผลิต ช่วง 5 เดือนแรกมีจำนวนทั้งสิ้น 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 86,000 คน สะท้อนได้ว่าความต้องการแรงงานในสาขาการผลิตของไทยยังมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ซึ่งปัจจุบันจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน ในประเทศไทยมีประมาณ 1.5 ล้านคน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนวโน้มตลาดแรงงานไทยตึงตัว

  • เอปสัน : นวัตกรรมที่ไม่ได้พิมพ์แค่กระดาษ

    เอปสัน : นวัตกรรมที่ไม่ได้พิมพ์แค่กระดาษ

    เปิดตัวผลิตภัณฑ์แปลกกว่าครั้งอื่น ๆ   เพราะครั้งนี้บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)  ขนนวัตกรรมด้านการพิมพ์และฉายภาพมาเพียบ พร้อมสาธิตกันให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดนำไปใช้กับธุรกิจในปัจจุบันได้อย่างไรบ้าง “ยรรยง  มุนีมงคลทร ” ผู้จัดการทั่วไป เอปสัน (ประเทศไทย)  บอกว่า เอปสันเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และการฉายภาพ  เนื่องจากมีการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเองและมีการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดไอทีทั่วโลก ซึ่งแนวโน้มหรือเทรนด์ในตลาดไอทีนั้น จะอยู่ในเรื่องหลัก ๆ คือ คลาวด์ คอมพิวติ้ง การเติบโตของสมาร์ทดีไวซ์  ความเข้าใจถึงความคุ้มค่าในการลงทุนของผู้บริโภค ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนถ่ายจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอล และการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถือเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีบทบาทและมีความสำคัญกับผู้ผลิตทุกแบรนด์ สำหรับประเทศไทยในปีที่ผ่านมา แม้จะประสบกับปัญหาหลายอย่าง  จนทำให้ตลาดไอทีหดตัวลง แต่ในมุมมองของเอปสันไทยยังถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญ โดยปีงบประมาณที่ผ่านมาเอปสันมียอดขายจากประเทศไทยถึง 26%  ของยอดขายรวมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดขายใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย คุณยรรยงบอกว่า แม้ภาพรวมของตลาดพรินเตอร์จะหดตัวลง แต่เป็นเฉพาะในส่วนของตลาดโฮมยูสหรือผู้ใช้ตามบ้าน ขณะที่ตลาดองค์กรหรือคอร์ปอเรทรวมถึงสถาบันการศึกษา กลับมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของเอปสันเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เอปสันได้ออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดภาคธุรกิจ และได้จัดงาน “Epson Open House 2014 : Engineered For Business” ขึ้น  เพื่อแสดงเทคโนโลยีนวัตกรรมสำหรับธุรกิจยุคใหม่ โดยมีโซลูชั่นที่สามารถรองรับทุกขั้นตอนการทำงาน และทุกความจำเป็นทางธุรกิจของลูกค้า สำหรับโซลูชั่นที่เอปสันนำมาจัดแสดงครั้งนี้  แบ่งออกเป็น 5 โซนธุรกิจ เริ่มจากธุรกิจดิจิตอล โฟโต้ แล็บ ซึ่งโชว์ผลิตภัณฑ์พริ้นเตอร์รุ่นล่าสุดเอปสัน ชัวร์แล็บ  SL-D700  รวมถึงเครื่องรุ่นอื่น ๆ ที่รองรับการพิมพ์งานทุกประเภท พิมพ์ได้ตั้งแต่ขนาด 4×6 นิ้ว ไปจนถึง 44 นิ้ว   ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนโฉมร้านโฟโต้ แล็บ แบบดั้งเดิม ให้เป็นร้านดิจิตอล โฟโต้ แล็บ เต็มรูปแบบโซนต่อมาเป็นการพิมพ์เพื่อสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกายกีฬา และสินค้า ดีไอวาย ที่เอปสันเดินหน้ารุกอุตสาหกรรมการพิมพ์ผ้าทั้งในธุรกิจแฟชั่นและสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม รวมไปถึงการพิมพ์บนหนังประเภทต่างๆ  สามารถพิมพ์ลายลงบนเสื้อยืดได้โดยตรง และที่พิเศษคือสามารถพิมพ์ลงบนหนังเทียม ที่นำไปตัดเย็บเป็นกระเป๋ารวมถึงโซฟาลายโปรดได้ตามชอบใจ ส่วนโซนธุรกิจร้านอาหารและรีเทล  เอปสันเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรุ่นใหม่ ที่ใช้งานร่วมกับคลาวด์ เซิร์ฟเวอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ในขณะที่ช่วยประหยัดเวลาและขั้นตอนการทำงานให้กับธุรกิจ ร้านค้าและร้านอาหารทุกประเภท  สามารถช่วยขยายขอบเขตร้านค้าให้กว้างไกลออกไปในโลกออนไลน์ ลูกค้าสามารถจองคิวผ่านมือถือ เมื่อมาถึงหน้าร้านก็สั่งพิมพ์ออกมาได้ทันที สำหรับโซนสมาร์ทออฟฟิศ มีการผสานนวัตกรรมด้านการพิมพ์และโปรเจคเตอร์ เพื่อจำลองห้องประชุมและออฟฟิศ ยุคดิจิตอล โดยมีไฮไลต์คือโปรเจคเตอร์รุ่นเอปสัน   EB-1410 Wi ที่สร้างวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมที่อยู่ต่างสถานที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้ข้อจำกัด และการพิมพ์งานด้วย เอปสัน  WF-R8590 เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตระบบ RIP (Replaceable Ink Pack) ที่รองรับงานพิมพ์ปริมาณมากพิเศษได้ถึง 75,000 แผ่นต่อหมึกหนึ่งชุดและโซนสุดท้ายโซลูชั่นโปรเจคเตอร์เพื่องานพรีเซ็นเทชั่นและโฮมเอนเทอร์เทนเมนต์ มีโปรเจคเตอร์ที่สามารถฉายบนพื้นผิวโค้งหรือเข้ามุม หรือสามารถเชื่อมต่อกับพีซีพร้อมกันได้มากกว่า 50 เครื่อง  โฮมโปรเจคเตอร์สามมิติ และที่พิเศษก็คือ สินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดเอปสัน EB-595Wi โปรเจคเตอร์ฉายภาพระยะสั้น ที่สามารถทำงานด้วยระบบนิ้วสัมผัส  และเอปสัน Moverio BT-200 แว่นตาอัจฉริยะที่สร้างภาพสามมิติด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง ครั้งนี้เอปสันโชว์เทคโนโลยีที่มี หวังกระตุ้นลูกค้าองค์กรเห็นช่องทางการนำไปยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจ ใกล้เปิดเออีซีเข้าไปทุกที พร้อมที่จะแข่งขันกันแล้วหรือยัง!! นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอปสัน : นวัตกรรมที่ไม่ได้พิมพ์แค่กระดาษ

  • ร่วมทดสอบระบบเกมไฟนอลบูลลิท

    ร่วมทดสอบระบบเกมไฟนอลบูลลิท

    “คลิกอะลอท”เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ลุยธุรกิจเกมออนไลน์ เปิดตัวเกมแรกไฟนอล บูลลิท เปิดทดสอบระบบ ก.ค.นี้  พร้อมเปิดโครงการ “คลิกโรดโชว์” ผลักดันการแข่งขันอีสปอร์ต และกระตุ้นตลาดไอทีในส่วนภูมิภาค นายสมชัย พัฒนพงษ์ชัย  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลิกอะลอท จำกัด  เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมเกมอย่างเต็มตัว โดยได้นำเกมไฟนอล บูลลิท(Final Bullet)  เกมออนไลน์ระดับ 6 ดาว มาให้บริการเป็นเกมแรก ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท จีพลัสเกมส์ ประเทศเกาหลีใต้ ลักษณะของเกมเป็นการจําลองตัวละครทหารเสมือนจริง ต่อสู้กันโดยใช้อาวุธปืนผ่านการควบคุมตัวละครด้วยเมาส์และคีย์บอร์ด จุดเด่นของตัวเกมคือ โหมดการแข่งขันหลากหลายสไตล์ ภาพกราฟิกสวยงามสมจริง สามารถเล่นด้วยสเปกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ำได้ รวมถึงยังมีระบบอัพเกรดอาวุธ ระบบสกิลหรือทักษะในการต่อสู้  ระบบภารกิจ และระบบความสามารถที่เลือกได้ตามใจชอบอีกด้วย โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้าร่วมทดสอบในเดือนก.ค.นี้ และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ส.ค. ที่ www.fnb.in.th  และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/Final Bulletthailand สำหรับแผนการรุกตลาดของบริษัทในปี นี้ เน้นไปที่การแข่งขันอีสปอร์ต มีทั้งการแข่งขันแบบออนไลน์และออฟไลน์ มีเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด, ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ และเว็บไซต์เอ็มไทย รวมไปถึงแบรนด์อุปกรณ์ไอทีอีกมากมาย จัดโครงการ  “คลิกโรดโชว์” เพื่อผลักดันอีสปอร์ตและกระตุ้นตลาดไอทีในส่วนภูมิภาค โดยจะจัดการแข่งขันอีสปอร์ตให้กับเกมเมอร์ในต่างจังหวัด ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. 57-พ.ค. 58.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร่วมทดสอบระบบเกมไฟนอลบูลลิท