Blog

  • คลังตั้งทีมตรวจเว็บไซต์รับพรีออเดอร์

    คลังตั้งทีมตรวจเว็บไซต์รับพรีออเดอร์

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แต่ละปีกรมศุลกากรที่สุวรรณภูมิการการจับสินค้านำเข้าและส่งออกปีละหลายสิบล้านบาท โดยปีงบประมาณ 56  จับกุมได้ 107 ครั้งมูลค่าสินค้า 29 ล้านบาท และปีงบประมาณ 57 จนถึงตั้งแต่เดือนต.ค. ถึง มิ.ย. จับกุมได้ 75 ครั้งมูลค่าสินค้า 40 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าหรู อาทิ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม โดยปีงบประมาณ 57 นั้น ได้จับกุมลักลอบส่งออกทองคำแท่งแค่ครั้งเดียว “การสุ่มตรวจสอบนั้นจะดูพฤติกรรมการเดินทางเป็นหลัก เช่น บางรายนี้เดินทางไปยุโรปบ่อยเกือบทุกเดือน เพื่อไปหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนม หรือนาฬิกามาขาย นอกจากนี้จะมีทีมเข้าไปดูทั้งในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ค หรือเว็บไซค์ที่รับพรีออเดอร์สินค้า (รับหิ้ว) จากต่างประเทศว่าเจ้าของแอคเค้าท์นั้นชื่ออะไร มีแผนจะเดินทางไปประเทศไหน จะเดินทางกลับเที่ยวบินไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้จับกุมในลักษณะสืบจากการขายสินค้าออนไลน์หลายคดีแล้ว” สำหรับลูกเรือสายการบินทั้งแอร์ และสจ๊วต นั้นทางกรมศุลกากรจะพิจารณาพฤติกรรมในการขนสินค้า คือหากขนสินค้าเดิมๆ ซ้ำหลายเที่ยว หรือเป็นสินค้าที่มีราคาแพงเข้ามาบ่อยๆ จะตั้งขอสังเกตทันทีเลยว่าต้องการนำมาขายต่อต้องเรียกเก็บภาษี โดยในครั้งแรกอาจจะปล่อยไปก่อน เพราะส่วนใหญ่บอกว่านำมาใช้เอง หากนำเข้ามาอีกครั้งที่ 2 จะว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าครั้งที่ 3 ถูกเก็บภาษีอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังตั้งทีมตรวจเว็บไซต์รับพรีออเดอร์

  • วอนรายย่อย 3 หมื่นรายขายสลากคู่ละ 80 บาท

    วอนรายย่อย 3 หมื่นรายขายสลากคู่ละ 80 บาท

    พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯได้ขอความร่วมมือผู้ค้าสลากรายย่อย 30,000 รายทั่วประเทศให้ช่วยขายสลากราคาปลีกคู่ละ 80 บาท เนื่องจากผู้ค้าสลากรายย่อยจะได้รับส่วนลดถึง 7% ไปได้ในราคา 74.4  บาท ขณะที่นิติบุคคล มูลนิธิ ได้รับส่วนลด 9% จะรับสลากไปขายราคา 72.8 บาท ดังนั้น จึงเตรียมส่งสายตรวจออกตรวจตลาด หากไม่ขายราคาที่กำหนดจะยึดโควตา เนื่องจากการรับโควตาสำนักงานสลากฯ จะมีรายชื่อและหมายเลขเล่มสามารถตรวจสอบข้อมูลการรับได้ว่ามาจากแหล่งใด ทั้งนี้ ยอมรับว่าผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีโควตาจะรับซื้อสลากจากยี่ปั๊วโดยมีต้นทุน ทั้งค่าเช่าแผง ค่าเดินทางจากต่างจังหวัด เพื่อซื้อสลากจากผู้มีโควตา จึงมีต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ค้าสลากตัวจริงมีโควตาไปจำหน่าย จึงเตรียมสำรวจสำมะโนประชากรผู้ค้าสลาก เพื่อขยายโควตาสลากให้ผู้อื่นโดยต้องเสนอคณะกรรมการสลากฯ พิจารณา อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนของการเตรียมสำรวจสำมะโนประชากรผู้ค้าสลากนั้น คาดว่าจะใช้วิธีการลงทะเบียนผ่านตัวแทนขายที่ได้รับโควตาแต่ละงวด เพราะที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯรับทราบเพียงตัวเลขของผู้ค้าสลากรายย่อยทั่วประเทศ 30,000 รายเท่านั้น ทำให้ไม่เกิดความครอบคลุมในการดำเนินมาตรการกำหนดราคาขายไม่เกินคู่ละ 80 บาท ดดยคาดว่าการดำเนินวิธีดังกล่าวจะช่วยให้สำนักงานสลากฯมีข้อมูลและจำนวนผู้ค้าสลากรายย่อยที่แท้จริงมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนรายย่อย 3 หมื่นรายขายสลากคู่ละ 80 บาท

  • ลุยขายประกันผ่านเซเว่น-อีเลฟเว่น

    ลุยขายประกันผ่านเซเว่น-อีเลฟเว่น

     นายวีรเดช อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดเผยว่า  ได้เปิดบริการ “ออลล์อินชัวรันส์” ซึ่งเป็นการขายประกันภัยเต็มรูปแบบ ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยผ่านร้านค้าสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น  ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหลายหลายจากบริษัทประกัน 6 แห่งคือเมืองไทยประกันชีวิต เมืองไทยประกันภัย กรุงเทพประกันภัย ประกันภัยไทยวิวัฒน์บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย จำกัด  และบริษัท อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต   เจาะกลุ่มคนที่เริ่มทำงานใหม่ กลุ่มที่มีฐานะการเงิน และกลุ่มอาชีพอิสระ โดยตั้งเป้ามียอดขายสาขาละ 1 กรมธรรม์ต่อวัน  จากสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ 8,000 แห่ง หรือประมาณ 8,000 กรมธรรม์ต่อวัน   คาดว่าภายใน 1 ปีจะมียอดขาย1 ล้านกรมธรรม์  และใน 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าไว้ว่าคนไทย 1 คน ต้องถือกรมธรรม์อย่างน้อย 1 กรมธรรม์  หรือตลาดมีอัตราเติบโตปีละ 30-50%  “ที่ผ่านมาขายประกันไมโครอินชัวร์หรือหรือประกันเพื่อรายย่อยภาคสมัครใจ  คิดอัตราเบี้ยประกัน 200 บาทต่อปี  ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวร จากอุบัติเหตุรถยนต์ 100,000 บาท  เจาะกลุ่มลูกค้าพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่และแผงลอย ผู้ใช้แรงงาน  ซึงได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีมียอดขายเฉลี่ยวันละ 4,000 กรมธรรม์ ดังนั้นการการเปิดตัว ออล อินชัวรันส์จะต่อยอดความต้องการ ของลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นจะเน้นขายผ่านทางโทรศัพท์ก่อน”    นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า   ตั้งแต่ขายประกันผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสเมื่อเดือน ก.พ. 56 จนถึงปัจจุบัน มียอดขายกรรมธรรม์ประมาณ 20,000  กรมธรรม์ และล่าสุดได้เปิดตัวแบบประกัน “เมืองไทยยิ้มแฉ่ง 20/20” โดยมีจุดเด่นตรงที่เป็นแบบคุ้มครองที่มีเงินคืน 8% ทุก 5 ปี จ่ายเบี้ยเดือนละ 500 บาท เพื่อสร้างโอกาสการออมเงินให้กับลูกค้า  และยังชดเชยรายได้วันละ 500 นานถึง 365 วันให้กับลูกค้าด้วย   นอกจากนี้ยังมีแบบประกันเมืองไทยสุดคุ้มจ่ายเบี้ยประกันปีละ 1,000 บาท ให้ความคุ้มครองที่ 200,000 บาท และประกันไมโครอินชัวรันส์ เบี้ยประกัน 200 บาท  ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยประมาณเดือนละ  500 กรมธรรม์ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยขายประกันผ่านเซเว่น-อีเลฟเว่น